กรีนพีซเปิดเผยรายงาน “การสำรวจบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กทารก (ผลไม้บด ,โยเกิร์ต) ในช่องทางจำหน่ายหลักของไต้หวัน” โดยทำการสำรวจสินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ 325 รายการ และสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้า 393 รายการ รวมทั้งหมด 718 รายการ ผลสำรวจพบว่า เกือบ 80% ของสินค้าทั้งหมดใช้บรรจุภัณฑ์แบบถุงพลาสติกพร้อมหัวดูด โดยในกลุ่มห้างค้าส่งมีสัดส่วนสูงถึง 100% ซึ่งหมายความว่า เมื่อผู้ปกครองเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้ออาหารเสริมสำหรับลูก แทบจะไม่มีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้พลาสติกเลย
กรีนพีซระบุว่า ถุงพลาสติกแบบมีหัวดูดผลิตจากวัสดุหลายชั้น ได้แก่ พลาสติก PET ฟอยล์อะลูมิเนียม และพลาสติก PE โดยชั้นพลาสติก PE ด้านใน หัวดูดและฝาปิด เป็นส่วนที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง ขณะที่งานวิจัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปัญหามลพิษหลังการทิ้งเป็นขยะเท่านั้น แต่อาจเป็นอีกหนึ่งแหล่งสำคัญที่ทำให้มนุษย์สัมผัสและได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย
นายแพทย์เหยียนจงไห่ (顏宗海) แพทย์แผนกโรคไต โรงพยาบาลฉางเกิงเมมโมเรียล สาขาหลินโข่ว กล่าวว่า ปัจจุบันวงการวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า มนุษย์ต้องได้รับไมโครพลาสติกในปริมาณเท่าใดจึงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองและระดับเซลล์พบว่า ไมโครพลาสติกในปริมาณสูงอาจก่อให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) กระตุ้นการอักเสบ และอาจทำให้อวัยวะเกิดความเสียหาย นพ.เหยียนจงไห่มองว่า ไม่ควรรอจนกว่าจะมีหลักฐานยืนยันผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ จึงเริ่มดำเนินมาตรการ แต่ควรยึดหลักการป้องกันไว้ก่อน พร้อมเร่งลดความเสี่ยงจากการสัมผัสไมโครพลาสติกอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ทารกและเด็กเล็กยังอยู่ในช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีความไวต่อสารอันตรายในสิ่งแวดล้อมมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงจากการได้รับสารเหล่านี้เป็นอันดับแรก
กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสำรวจวัสดุที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พร้อมจัดตั้งกลไกการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงจากไมโครพลาสติก นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับปรุง “มาตรฐานด้านสุขอนามัยสำหรับอุปกรณ์ ภาชนะ และบรรจุภัณฑ์อาหาร” ในกฎหมายความปลอดภัยอาหารของไต้หวัน ให้สอดคล้องกับแนวทางของสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยกำหนดให้วัตถุดิบและสารเติมแต่งที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและได้รับอนุมัติก่อนนำมาใช้งาน