มะม่วงไต้หวันขึ้นชื่อเรื่องผลกลมโต ฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอมเข้มข้น และเป็นของโปรดของเหล่านักชิมมาโดยตลอด ซึ่งในอดีตหากใครอยากจะลิ้มลองรสชาติอันยอดเยี่ยมนี้ก็จะต้องเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองที่ไต้หวัน แต่ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ตั้งแต่ปีนี้ (2026) เป็นต้นไป มะม่วงไต้หวันจะเข้ามาบุกตลาดยุโรป โดยมีจุดหมายปลายทางของการส่งออกล็อตแรกคือประเทศฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยว่า ในอดีตที่ผ่านมายุโรปมักนำเข้ามะม่วงจากประเทศอินเดียและปากีสถานเป็นหลัก แต่นายเฉินจวิ้นสง (陳俊雄) ประธานกรรมการบริษัท Natural House ของไต้หวันกล่าวว่า มะม่วงไต้หวันสามารถเอาชนะในเรื่องของรสชาติได้อย่างง่ายดาย ซึ่งช่วยทลายกำแพงเรื่องราคาสูงจนคนไม่กล้าซื้อลงได้ และอย่างที่เราทราบกันดีว่าแม้ไต้หวันจะมีชื่อเสียงระดับโลกในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ซึ่งถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่แท้จริงแล้ว ภาคเกษตรกรรมถือเป็นรากฐานแรกที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ไต้หวัน

นายเฉินจวิ้นสง กล่าวว่า ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1895-1945 ที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ไต้หวันได้มีการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรอย่างสับปะรดและกล้วยเป็นหลัก จากนั้นในช่วงปี ค.ศ. 1950 จึงได้มีนำเข้ามะม่วงสายพันธุ์อ้ายเหวินที่มีความหวานสูงกว่าสายพันธุ์จากสหรัฐอเมริกา และปัจจุบันก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสายพันธุ์มะม่วงที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวัน โดยปีที่แล้วไต้หวันมีผลผลิตมะม่วงได้มากกว่า 100,000 ตัน แต่ส่งออกในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งมีตลาดหลักคือญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้
นายโหยวชางฟู่ (游滄富) เกษตรกรผู้เพาะปลูกมะม่วงพันธุ์เซี่ยเสวี่ยในเมืองไถตงมานานกว่า 15 ปี กล่าวว่า ในปีนี้ได้ทดลองส่งมะม่วง 5 กล่องไปยังตลาดยุโรป ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีตกค้าง การคัดเลือกผลผลิต หรือการจัดการในสวน ที่ล้วนมีความเข้มงวดกว่าตลาดในหลายประเทศ ดังนั้นมะม่วงที่ส่งไปจำหน่ายในตลาดยุโรปจึงถือที่สุดของมะม่วงไต้หวันที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม