Quacquarelli Symonds (QS) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่การจัดอันดับเมืองที่น่าเรียนต่อที่สุดในโลกประจำปี 2027 โดยไต้หวันมีเมืองที่ติดอันดับทั้งหมด 5 เมือง ไทเปยังคงรั้งอันดับที่ 14 ของโลกไว้ได้ ขณะที่ซินจู๋ติดอันดับที่ 74 ของโลก
สำหรับเมืองจากไต้หวันติดอันดับเมืองที่น่าเรียนต่อที่สุดในโลกของ QS ในปีนี้ ได้แก่ กรุงไทเป (อันดับ 14) เมืองซินจู๋ (อันดับ 74) นครไทจง (อันดับ 126) นครเถาหยวน (อันดับ 131) และนครเกาสง (อันดับ 134) ซึ่งติดอันดับเป็นครั้งแรก ส่วนนครไถหนาน ซึ่งเคยติด 100 อันดับแรกของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ติดอันดับในครั้งนี้
QS จัดอันดับเมืองที่มีประชากรอย่างน้อย 250,000 คน และภายในเมืองต้องมีมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 แห่ง โดยในปีนี้มีเมืองทั่วโลกติดอันดับทั้งหมด 150 เมือง การจัดอันดับเมืองที่น่าเรียนต่อที่สุดในโลก พิจารณาจาก 6 ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ อันดับมหาวิทยาลัยจากการจัดอันดับ QS World University Rankings ,ความพึงพอใจ (Desirability) , สัดส่วนนักศึกษา (Student mix), ความสามารถในการจ่าย (Affordability) , กิจกรรมของนายจ้าง (Employer activity) และความเห็นจากนักศึกษา ( Student voice)
QS ระบุว่า โดยภาพรวมแล้ว เมืองต่าง ๆ ของไต้หวันที่ติดอันดับมีผลการจัดอันดับในด้าน “ความสามารถในการจ่าย” โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยทุกเมืองติด 30 อันดับแรกของโลก แม้แต่ นครซินจู๋ ซึ่งมีอันดับด้าน “ความสามารถในการจ่าย ” ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ ในไต้หวัน ก็ยังอยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก
อย่างไรก็ตาม ในด้าน “กิจกรรมของนายจ้าง” ซึ่งวัดจากความเห็นของนายจ้างเเละโอกาสในการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่จากแต่ละเมือง ไต้หวันยังมีช่องว่างที่ต้องพัฒนา ในบรรดา 5 เมืองของไต้หวันที่ติดอันดับ เมืองที่มีอันดับดีที่สุดคือกรุงไทเป (อันดับ 48) ตามด้วยเมืองซินจู๋ (อันดับ 89), นครไทจง (อันดับ 143), นครเถาหยวน (อันดับ 146) และนครเกาสง (อันดับ 148) ตามลำดับ
QS วิเคราะห์ว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปี 2027 ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กล่าวคือ แม้ว่าบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในไต้หวันจะมีทักษะวิชาชีพที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้ทันที และมีช่องทางความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับภาคการศึกษาที่หลากหลาย ทำให้มหาวิทยาลัยไต้หวันมีผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน (Employment Outcomes) ที่ดี แต่ในระดับนานาชาติ ความสำเร็จเหล่านี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับจากนายจ้างได้มากเท่าที่ควร