ในภาวะที่ไต้หวันก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-aged Society) แล้ว รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดันนโยบายใช้ศักยภาพของผู้สูงอายุเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานผู้สูงอายุจากปัจจุบันราว 10% เป็นมากกว่า 50% เพื่อรับมือปัญหาขาดแคลนแรงงานและเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในการเปิดงาน “มหกรรมกิจการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ครั้งที่ 3” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ไต้หวัน ผู้นำเศรษฐกิจใหม่แห่งสังคมอายุยืน” มีการจัดแสดงกว่า 1,380 บูธ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% นายอู๋เฉิงเหวิน (吳誠文) รมว. ประจำสภาบริหาร ควบ รมว. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (NSTC) กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลจะไม่มุ่งเน้นเพียงการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ แต่จะส่งเสริมให้ผู้สูงวัยให้มีบทบาทในตลาดแรงงาน นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาสร้างคุณค่าให้สังคมและเศรษฐกิจ
ด้านนายเฉินสือจง (陳時中) รมว. ประจำสภาบริหาร ระบุว่า อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานของผู้สูงอายุในไต้หวันยังต่ำกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยราว 25% รัฐบาลจึงสนับสนุนให้ผู้สูงอายุทำงานต่อ โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานนอกเวลา หากมีแรงงานสูงอายุประมาณ 700,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเดือนละ 10,000 เหรียญไต้หวันต่อคน จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 80,000 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี
นายเฉินยังกล่าวว่า แม้การออกกำลังกายและกิจกรรมสันทนาการจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง แต่การทำงานอย่างเหมาะสมก็เป็นปัจจัยสำคัญของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ช่วยให้ผู้สูงอายุรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ พร้อมสร้างประโยชน์ให้สังคม
ขณะที่นายกงหมิงซิน(龔明鑫) รมว. กระทรวงเศรษฐการ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้อนุมัติ “แผนปฏิบัติการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อสังคมสูงวัย” ครอบคลุมการพัฒนาตลาด การเสริมทักษะดิจิทัล การยกระดับระบบดูแล และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ 279 รายการ นำไปใช้งานจริง 174 แห่ง สร้างรายได้สะสมกว่า 2,800 ล้านเหรียญไต้หวัน และส่งเสริมการก่อตั้งสตาร์ทอัพแล้ว 110 แห่ง