ข้อมูลจากศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ (Floral Industry Innovation Center) ในสังกัดกระทรวงเกษตรไต้หวัน พบว่า ผู้คนในประเทศแถบยุโรปและสหรัฐฯ ใช้ดอกไม้ในชีวิตประจำวันสูงกว่าไต้หวันอย่างมาก โดยสหรัฐฯ มีการใช้จ่ายเกี่ยวกับดอกไม้ต่อคนต่อปีสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 7,600 เหรียญไต้หวัน รองลงมาคือสวิตเซอร์แลนด์ประมาณ 5,400 เหรียญไต้หวัน เดนมาร์ก 4,400 เหรียญไต้หวัน และสหราชอาณาจักร 4,200 เหรียญไต้หวัน ส่วนเยอรมนี ออสเตรีย และเบลเยียม อยู่ที่ 3,000 เหรียญไต้หวันต่อคนต่อปี ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 1,300 เหรียญไต้หวัน สำหรับไต้หวัน ที่ผ่านมายังไม่มีการสำรวจข้อมูลด้านนี้อย่างเป็นทางการ โดยเบื้องต้นประเมินว่า การใช้จ่ายเกี่ยวกับดอกไม้ต่อคนต่อปีอยู่ที่ประมาณ 400–1,089 เหรียญไต้หวัน
ไต้ถิงเอิน (戴廷恩) ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ กล่าวว่า มูลค่าการผลิตดอกไม้ของไต้หวันอยู่ที่ประมาณ 18,000 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี โดยราว 1 ใน 3 เป็นการส่งออก ส่วนตลาดภายในประเทศส่วนใหญ่ใช้ดอกไม้ในงานแต่งงาน งานศพ และงานมงคลต่าง ๆ ขณะที่ตลาดดอกไม้สำหรับภาคธุรกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว เขากล่าวว่า หากมองในแง่ความยั่งยืน ควรส่งเสริมการใช้ดอกไม้ภายในครัวเรือน และทำให้ดอกไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น โดยควรเริ่มปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก ให้เด็ก ๆ คุ้นเคยกับการมี “มุมดอกไม้” อยู่ภายในบ้าน
ศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ ได้นำประสบการณ์ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องดอกไม้ของญี่ปุ่นมาเป็นแนวทาง โดยร่วมมือกับโรงเรียนประถมเหวินอันในเมืองหยุนหลินเป็นแห่งแรก เพื่อบูรณาการการเรียนรู้เรื่องดอกไม้เข้าสู่หลักสูตรระดับปฐมวัยอย่างเป็นทางการ ผ่านการเรียนการสอนและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การจัดดอกไม้ การทำดอกไม้แห้ง และกิจกรรมสร้างสรรค์เกี่ยวกับดอกไม้ เพื่อปลูกฝังให้เด็ก ๆ คุ้นเคยกับดอกไม้และนำดอกไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันตั้งแต่วัยเยาว์