กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันจะกำหนดรายการ “ยาสำคัญ” ภายในเดือนกันยายน ก่อนเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตยาในประเทศ ภายใต้แผนเสริมสร้างความมั่นคงด้านยาระดับชาติ ระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2026-2029 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตยาเองและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้า
หลินจิ้งอี๋ (林靜儀) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและการสวัสดิการไต้หวัน เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมว่า กระทรวงฯ จะจัดประชุมคณะกรรมการแผนเสริมสร้างความมั่นคงด้านยาเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน โดยเบื้องต้นสำนักงานอาหารและยาไต้หวันได้คัดกรองรายการยาที่มีความสำคัญกว่า 60 รายการ ตามเกณฑ์เป็นยาที่ประชาชนใช้บ่อย มีผู้ได้รับอนุญาตจำหน่ายน้อย แหล่งจัดหากระจุกตัว หรือจำเป็นต้องนำเข้าเป็นกรณีพิเศษมาเป็นเวลานาน
รายการเบื้องต้นครอบคลุมยารักษาความดันโลหิตสูง ยาเบาหวาน และยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน จี โดยหลังจากผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้ว จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมในเดือนกันยายนเพื่อพิจารณาและประกาศรายชื่อขั้นสุดท้าย
หลินจิ้งอี๋ ย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่จำนวนรายการยาที่ได้รับเลือก แต่คือความสามารถในการจัดหายาภายในประเทศให้เพียงพอ หลังจากกำหนดรายการเร่งด่วนแล้ว กระทรวงสาธารณสุขฯ จะร่วมมือกับกระทรวงเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนให้สามารถผลิตยาในประเทศ ตามแนวทาง “ยาสำคัญผลิตในประเทศ”
แผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติด้วยงบประมาณรวม 24,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ครอบคลุม 4 ปี พร้อมเตรียมผลักดันกฎหมายเฉพาะด้านความมั่นคงทางยา และพิจารณาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการสำรองยา ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อสร้างฐานอำนาจก่อน
นอกจากนี้ ไต้หวันยังมีแผนจัดตั้ง “ศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะและสำรองยาระดับชาติ” หรือ PILLS Center เพื่อบริหารจัดการและกระจายยา โดยจะครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลและร้านขายยาในชุมชน
ด้านความมั่นคงทางการแพทย์ กระทรวงฯ ยังเตรียมส่งเสริมโรงพยาบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูงทั่วประเทศให้จัดเตรียมระบบการรักษาใต้ดิน เพื่อให้สามารถย้ายการให้บริการทางการแพทย์ลงใต้ดินและรักษาศักยภาพการดำเนินงานได้ หากเกิดสงคราม ภัยพิบัติรุนแรง หรือสถานการณ์ฉุกเฉินซับซ้อนในอนาคต