สถานการณ์โควิด-19 ในไต้หวันยังคงเพิ่มสูงขึ้น กรมควบคุมโรคไต้หวันเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ที่แผนกผู้ป่วยนอกและแผนกฉุกเฉินรวม 26,214 คนครั้ง เพิ่มขึ้น 4.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 25,090 ครั้ง นายหลินหมิงเฉิง (林明誠) โฆษกกรมควบคุมโรคไต้หวันประเมินว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกนี้ ได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว และจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ารับการรักษามากกว่า 20,000 คนครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนแนวโน้มการระบาดหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หลังเปิดภาคเรียน
แม้ว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้จะมีขนาดเล็กกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ แต่จำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงและผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยอาการรุนแรง 84 ราย และผู้เสียชีวิต 12 ราย รวมเกือบ 100 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงทำสถิติสูงสุดรายสัปดาห์ของปีนี้ โดยผู้ป่วยอาการรุนแรง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว อีกทั้งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ประจำฤดูกาลนี้
นายแพทย์หลินหย่งชิง (林詠青) เตือนว่า ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว หากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอกอย่างต่อเนื่อง มีอาการสับสนหรือหมดสติ หรือพบว่าผิวหนัง ริมฝีปาก หรือเล็บมือเล็บเท้ามีสีเขียวคล้ำ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
กรมควบคุมโรคเผยว่า ไต้หวันมีวัคซีนโควิด-19 ในคลังสำรองประมาณ 124,000 โดส แม้ทางการจะขยายเวลาฉีดวัคซีนไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน แต่หลังจากนำวัคซีนออกจากช่องแช่แข็งแล้ว วัคซีนจะมีอายุการใช้งานได้ถึงวันที่ 9 กันยายนเท่านั้น จึงขอให้ประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง รีบเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว