นายกัวหงเหว่ย (郭宏偉) ผู้อำนวยการกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-5 กันยายน พ.ศ. 2569 มีผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอกและแผนกฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 115,136 คนครั้ง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ 11.0% ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็นสัดส่วนของผู้ป่วยในแผนกฉุกเฉินสูงถึง 11.2% ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์การแพร่ระบาดที่กำหนดไว้ จึงถือว่าไต้หวันการเข้าสู่ช่วงระบาดของไข้หวัดใหญ่อย่างเป็นทางการแล้ว
นายกัวหงเหว่ย กล่าวว่า รายงานระหว่างวันที่ 1-7 กันยายนที่ผ่านมา พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงเพิ่มใหม่ 105 ราย โดยแบ่งเป็นสายพันธุ์ H1N1 จำนวน 97 ราย, สายพันธุ์ H3N2 จำนวน 4 ราย และสายพันธุ์ A ไม่ระบุสายพันธุ์ย่อยจำนวน 4 ราย นอกจากนี้ยังมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มใหม่อีก 19 ราย ซึ่งทั้งหมดล้วนทำสถิติใหม่สูงสุดของช่วงเวลาเดียวกันในรอบ 5 ปี

ทั้งนี้ข้อมูลจากการเฝ้าระวังพบว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดอยู่ในชุมชนขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ A โดยสายพันธุ์ A (H1N1) มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 79.4% สำหรับยอดผู้ป่วยอาการรุนแรงสะสมตอนนี้อยู่ที่ 1,329 ราย และยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 253 ราย ซึ่งผู้ป่วยอาการรุนแรงส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนอายุ 65 ปีขึ้นไป กับผู้ป่วยที่มีประวัติโรคเรื้อรัง และในจำนวนนี้ 68.6% ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลนี้
กรมควบคุมโรคเตือนว่า หากประชาชนมีอาการต้องสงสัย เช่น เจ็บคอ ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สามารถใช้ชุดตรวจ ATK ตรวจคัดกรองเบื้องด้วยตนเองก่อนได้ จากนั้นให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งผลการตรวจ แต่หากปรากฏอาการ เช่น หายใจลำบาก หายใจถี่ๆ ริมฝีปากเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน ไอมีเสมหะปนเลือดหรือเสมหะเหนียวเข้ม ปวดแน่นหน้าอก การรับรู้ผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หรือมีไข้สูง นานติดต่อกัน 72 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาทันที