Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์
ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-Culture
รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ
แสงชัย กิตติภูมิวงศ์

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

เวลาออกอากาศ: วันจันทร์

ขอเชิญรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของไต้หวันและของชาวจีน ประวัติบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เทพเจ้าต่าง ๆ ฯลฯ

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต
รายการ
ผลงานศิลปะของผู้สูงอายุจาก “หมู่บ้านศิลปะสำหรับผู้สูงอายุ” ร่วมกันสร้างสรรค์ ณ หนานจวง
(ภาพจาก 銀粉村協會)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 19 ม.ค.2569
ที่หมู่บ้านหยวนหลิน ตำบลหนานจวง เมืองเหมียวลี่ มีห้องเรียนชุมชนเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงกลองไทโกะ เสียงหัวเราะ และสีสันสดใส คุณตาคุณยายวัย 70–90 ปี นั่งจับพู่กันวาดมะละกอและนกกางเขนสีฟ้า โดยมีอาสาสมัครคอยช่วยอย่างใจเย็น ไม่มีใครเร่งหรือกล่าวโทษแม้มือตะลึงสั่น ที่นี่คือพื้นที่สร้างสรรค์ของ “หมู่บ้านศิลปะสำหรับผู้สูงอายุ” (銀粉村) โมเดลฟื้นฟูชุมชนที่ให้ผู้สูงวัยเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ผลงานศิลปะของผู้สูงอายุ ที่นี่ไม่ใช่ศูนย์ดูแลแบบเดิม แต่คือพื้นที่ที่ผู้สูงอายุก้าวจาก “ผู้รับการดูแล” สู่ “ผู้สร้างสรรค์” และผู้สืบทอดวัฒนธรรม ผ่านภาพวาดสะพานแขวน ความทรงจำวัยเลี้ยงวัว และเรื่องเล่าชีวิตที่ยังมีลมหายใจ เบื้องหลังทั้งหมดคือ หลิวอิงหัว เยาวชนสายออกแบบและสังคมสงเคราะห์ ผู้เชื่อว่าแม้ยืดอายุไม่ได้ แต่ทำให้ผู้สูงวัยรู้ว่าเรื่องราวของตนยังมีคุณค่าและมีคนอยากฟังได้ โครงการเริ่มต้นในปี 2015 จากกิจกรรมดูแลชุมชนที่ยังไร้โครงสร้าง จนปี 2016 หลิวอิงหัว(劉英華)ซึ่งจบด้านการออกแบบและศึกษาต่อสังคมสงเคราะห์ หลังทำงานในหนานจวงต่อเนื่องสามปีและเห็นช่องว่างเมือง–ชนบท จึงก่อตั้งสมาคมหมู่บ้านศิลปะสำหรับผู้สูงอายุ และดูแลโครงการมาจนถึงวันนี้...
"เสียนกวงปิ่ง" ขนมมงคลรูตรงกลางของร้านเหล่าซุ่นเซียง(ภาพ: peopo news)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 12 ม.ค.2569
      ทุกปีในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ ศาลเจ้าตี้จั้งอัน เขตซินจวง นิวไทเป จะจัดพิธีใหญ่ “เทศกาลบูชาเทพเหวินอู่ต้าจ้งเหย่” (文武大眾爺)หนึ่งในประเพณีสำคัญของท้องถิ่น ผู้ศรัทธาจะร่วมขบวนแห่เพื่อขอพรให้ปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมรับขนมมงคล “เสียนกวง” (鹹光餅) จากร้านเก่าแก่ “เหล่าซุ่นเซียง” (老順香) ที่สืบทอดมากว่า 155 ปี ร้านเหล่าซุ่นเซียงก่อตั้งเมื่อปี 1870 ตั้งอยู่ย่านศาลเจ้าซินจวง สืบทอดกิจการถึงรุ่นที่ 4 มีชื่อเสียงด้านขนมเสียนกวงและพายสับปะรดป้ายทอง ทุกขั้นตอนทำด้วยมือ ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย เพื่อคงรสชาติแบบดั้งเดิม หวังเฉาหมิง(王朝明) ทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งเติบโตในซินจวงและเริ่มเรียนงานขนมตั้งแต่อายุ 17 ปี มองว่าศาลเจ้าและขนมพื้นบ้านไม่ใช่เพียงความเชื่อหรืออาหาร หากแต่คือประวัติศาสตร์และความทรงจำของชุมชน ทำให้ขนมเสียนกวงเป็นสัญลักษณ์แห่งการอวยพร ความราบรื่น และความปลอดภัยที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยหัวใจของขนมอยู่ที่การหมักแป้งเก่า การนวดมือ และการควบคุมเวลา–อุณหภูมิ ซึ่งอาศัย “สัมผัส” ที่เครื่องจักรทดแทนไม่ได้ รวมถึงการใช้แม่พิมพ์ไม้ดั้งเดิมที่ช่วยให้ลวดลายสวย เนื้อนุ่ม และคงกลิ่นอายงานฝีมือโบราณ นี...
ชุนเหลียนของวัดฝ่ากู่ซาน  “祥樂豐足” แปลว่า “เปี่ยมด้วยสิริมงคล ความสุข และความอุดมสมบูรณ์”(ภาพ:วัดฝ่ากู่ซาน)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 5 ม.ค.2569
     ก่อนถึงช่วงตรุษจีน วัดและศาลเจ้าหลายแห่งทั่วไต้หวัน รวมถึงสถานที่ราชการ ต่างเปิดให้ประชาชนรับ ชุนเหลียน (春聯) หรือป้ายอวยพรปีใหม่แบบจีนฟรี ชุนเหลียนเป็นแผ่นกระดาษหรือป้ายที่เขียนคำมงคลด้วยพู่กันเป็นอักษรจีน นิยมติดไว้หน้าบ้าน ประตู ร้านค้า หรือศาลเจ้า เปรียบเสมือน “คาถาเรียกโชค” เพื่อต้อนรับปีใหม่ โดยทั่วไปประกอบด้วยคู่กลอนแนวตั้ง 2 แผ่น หรือแผ่นแนวนอนติดด้านบน บางแห่งอาจมีอักษรเดี่ยว เช่น “福” (ความสุข/โชคดี) ติดกลับหัว หมายถึง “โชคมาถึง” สำหรับปี 2026 เป็น ปีม้า หรือ ปิ่งอู่ ปีมะเมีย (丙午馬年) ตามระบบลำดับฟ้า–ดินของจีน โดย 丙 (ปิ่ง) คือธาตุไฟหยาง ส่วน 午 (อู่) คือปีนักษัตรม้า จึงเรียกว่า “ปีมะเมียไฟ” หรือในความเชื่อจีน “ปีม้าแดง” (赤馬年) สื่อถึงพลังแรง เคลื่อนไหวเร็ว กล้าเริ่มต้น และเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เหมาะกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ การงานก้าวหน้า แต่ต้องระวังอารมณ์และความเหนื่อยล้า ยกตัวอย่าง ชุนเหลียนของวัดฝ่ากู่ซาน(法鼓山)หรือ วัดกลองธรรม ซึ่งเปิดให้รับฟรีตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2025 ภายใต้ธีม “祥樂豐足” โดยสามารถรับได้พร้อมกันที่สาขาวัดฝอกู่ซานทั่วโลก ศูนย์ปฏิบัติธรรมต่าง ๆ รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต PX Mart (全聯) และ RT-Mart (大全聯) ทั่วประเทศ ทั้งนี้...
จุดโคมไฟขอพรที่นิยมจุดก่อนเทศกาลตรุษจีน(ภาพจาก udn.com)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 29 ธ.ค.2568
ในช่วงปลายปีต่อเนื่องเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อยจะเดินทางไปยังวัดหรือศาลเจ้า เพื่อจุดโคมไฟขอพรให้ชีวิตในปีใหม่ราบรื่น สว่างไสว และปลอดภัย โดยพิธีจุดโคมไฟขอพรในภาษาจีนเรียกว่า 「เตี่ยนเติงฉีฝู」(點燈祈福) โดยคำว่า “點燈” หมายถึงการจุดแสง ส่วน “祈福” คือการอธิษฐานขอพร เมื่อรวมกันจึงสื่อถึงการจุดแสงเพื่อขอพร เชื่อกันว่าแสงไฟจะช่วยขับไล่เคราะห์ร้าย เสริมพลังชีวิตและดวงชะตา พร้อมนำทางให้การก้าวสู่ปีใหม่เป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย โคมไฟขอพรมีให้เลือกหลายประเภท ตามความปรารถนาของผู้ศรัทธา เช่น 光明燈 (กวงหมิงเติง) โคมแห่งแสงสว่าง ความรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล, 藥師佛燈 (เย่าซือโฝเติง – โคมพระไภษัชยคุรุ) เพื่อสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน, 平安燈 (ผิงอันเติง) เพื่อความสงบสุขและความปลอดภัย และ 財神燈 / 財運燈 / 招財進寶燈 โคมเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เสริมการเงินและธุรกิจ เป็นต้น       การจุดโคมไฟจึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น หากแต่เป็นการตั้งเจตนาให้ชีวิตมีทิศทาง เชื่อกันว่าเมื่อมีแสงไฟเป็นสัญลักษณ์นำทาง มนุษย์จะดำเนินชีวิตด้วยสติ ความรอบคอบ และความหวังมากยิ่งขึ้น พิธีจุดโคมไฟพบได้ทั่วไปทั้งในพุทธมหายานและลัทธิเต๋า โดยมีความหมายเชิงสัญลั...
รายการที่เกี่ยวข้อง
ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-Culture
รายการที่เกี่ยวข้อง
ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-Culture

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解