Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์
ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-Culture
รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ
แสงชัย กิตติภูมิวงศ์

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

เวลาออกอากาศ: วันจันทร์

ขอเชิญรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของไต้หวันและของชาวจีน ประวัติบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เทพเจ้าต่าง ๆ ฯลฯ

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต
รายการ
การซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาด้วยเทคนิคคินสึงิ (photo:kousancraft)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 31 ส.ค.2569
“กวงซานหาง” (光山行) ครอบครัวเครื่องเขินเก่าแก่แห่งไทจง ก่อตั้งโดย ไล่เกาซาน (賴高山) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งเครื่องเขินไต้หวัน” หลังไปศึกษาศิลปะเครื่องเขินที่ญี่ปุ่น เขากลับไทจงในปี 1946 และก่อตั้งกวงซานหาง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการเครื่องเขินไต้หวัน ต่อมา ไล่จั้วหมิง (賴作明) บุตรชาย ซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยศิลปะคานาซาวะ ได้สานต่อด้วยการพัฒนาภาพวาดบนเครื่องเขินให้เป็นผลงานศิลปะที่จัดแสดงได้อย่างอิสระ ขณะที่ผลงานของไล่เกาซานยังได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยในปี 2025 ไปรษณีย์ไต้หวันเลือกผลงาน “เงาภูเขา” (山影) เป็นตัวแทนงานเครื่องเขินในชุดแสตมป์ศิลปหัตถกรรมไต้หวัน จำนวน 400,000 ดวง แต่เมื่อพลาสติกแพร่หลายอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980 ตลาดเครื่องเขินตกต่ำ กิจการครอบครัวจึงต้องยุติลง จนเหลือเพียงชื่อ “กวงซานหาง” เมื่อถึงรุ่นที่ 3 ไล่ซิ่นอิ้ว (賴信佑) หรือ “เสี่ยวไล่” ซึ่งเคยออกไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ “Coco” และตัดสินใจนำชื่อของครอบครัวกลับมา เพราะเชื่อว่า หากไม่มีใครจดจำผลงานของคนรุ่นก่อน ความทรงจำเหล่านั้นก็อาจเลือนหายไป เขาเริ่มต้นใหม่แทบจากศูนย์ ด้วยแบรนด์ “เครื่องเขินสีธรรมชาติ” (本色漆器) เน้นของ...
จากเปลือกไม้สู่ดอกไม้ไม่รู้โรย “ดอกโซลา” งานหัตถศิลป์เพื่อการกระจายกลิ่นและการเยียวยาจิตใจ
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.2569
ในยุคที่ผู้คนต้องเผชิญกับข้อมูลข่าวสารจากโลกดิจิทัลและหน้าจอที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “ดอกโซลา” (Sola Flower) ซึ่งผลิตจากเส้นใยธรรมชาติของต้นโซล่า กำลังได้รับความสนใจในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการผ่อนคลายและสร้างสมดุลให้กับจิตใจ ต้นโซลาหรือ ต้นโสนหางไก่ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Aeschynomene aspera) เป็นไม้พุ่มล้มลุกหรือพืชน้ำล้มลุกในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) ลำต้นตั้งตรงมีเนื้ออ่อนและมีแกนกลางเป็นฟองน้ำสีขาวนุ่มนิ่มที่เรียกว่า "เนื้อโซลา" (Sola pith) ซึ่งนิยมนำมาฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วประดิษฐ์เป็นดอกไม้ประดับหรือดอกไม้กระจายกลิ่นหอม (Sola flower) เสน่ห์ของหัตถกรรมดอกโซลาไม่ได้อยู่เพียงรูปลักษณ์ที่สวยงาม หากยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการดูดซับและปล่อยกลิ่นหอม จึงสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับกระจายกลิ่นได้อย่างเหมาะสม แตกต่างจากดอกไม้แห้งและดอกไม้รักษาสภาพที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก อวี๋ซวินโหรว (余薰柔) ได้นำจุดเด่นดังกล่าวมาพัฒนาเป็นกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การประดิษฐ์ดอกโซลาด้วยตนเอง ผ่านขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนและสามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาไม่นาน ผลงานที่ได้จึงไม่ได้เป็นเพียงของประดับตกแต่ง แต่ยังสามารถนำไปใช้เป็นอุปกรณ์กร...
เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ หรือวัน “เปิดประตูผี” ถนนหนทางในเมืองจินเหมินก็สว่างไสวด้วย “โคมผู่ตู้” พร้อมเครื่องเซ่นไหว้(ภาพ:AI)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 17 ส.ค.2569
เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งชาวจีนเรียกว่าเป็นวัน “เปิดประตูผี” หรือเริ่มต้นเดือนสารทจีน ถนนหนทางในเมืองจินเหมินก็เริ่มสว่างไสวด้วย “โคมผู่ตู้” หรือ “โคมเดือนเจ็ด” ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนต่างจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เพื่อบูชา “เหล่าต้ากง”(老大公) หรือ "ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับที่เป็นบรรพบุรุษยุคบุกเบิก" โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ในอดีต จากนั้นในช่วงเย็นจะจุดธูปเซ่นไหว้ และเมื่อค่ำลงจึงจุดโคมไฟเพื่อส่องทางให้ “พี่น้องแสนดี”(好兄弟) พร้อมอธิษฐานขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมายาวนานนี้ ไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนความเชื่อทางศาสนาที่โดดเด่นของจินเหมิน แต่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวันอีกด้วย ตามขนบธรรมเนียมของจินเหมิน เดือน 7 ถือเป็น “เดือนผี” โดยวันที่ 1 เป็นวันที่ประตูยมโลกเปิดออก บ้านเรือน ร้านค้า หน่วยงาน โรงเรียน และกลุ่มชุมชนต่าง ๆ จะตั้งโต๊ะบูชาไว้บริเวณหน้าสถานที่ พร้อมจัดเตรียมอาหาร ผลไม้ รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผ้าเช็ดตัวและน้ำสำหรับล้างหน้า เพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณและขอให...
ณ ท่าเรือประมงเจิ้งปิน เมืองจีหลง สองพี่น้องตระกูลจวงยังคงยึดมั่นในการซ่อมแซมอวนประมงไม่เคยเปลี่ยนมากว่า 40 ปีจนถึงปัจจุบัน(ภาพโดยAI)
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 10 ส.ค.2569
ที่ท่าเรือประมงเจิ้งปิน เมืองจีหลง(正濱漁港) อดีตเคยเป็นศูนย์กลางประมงอันคึกคัก ก่อนค่อย ๆ ซบเซาลงตามกาลเวลา แต่ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา สองพี่น้องตระกูลจวงยังคงซ่อมแซมอวนประมงทุกวันไม่เคยเปลี่ยน ยามเช้าพวกเขาประจำอยู่ริมท่าเรือ เพื่อดูแล "เครื่องมือทำมาหากิน" ของชาวประมง พร้อมเป็นพยานถึงความรุ่งเรืองและความเสื่อมถอยของอุตสาหกรรมประมงเมืองจีหลง ท่าเรือประมงเจิ้งปิน สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นในปี 1934 เคยเป็นท่าเรือประมงที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของไต้หวันในยุคญี่ปุ่นปกครอง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ในช่วงรุ่งเรืองที่สุด ท่าเรือแห่งนี้มีเรือประมงจอดเรียงรายนับพันลำ จนสามารถ "กระโดดข้ามเรือ" ไปยังเกาะเหอผิงได้โดยแทบไม่ต้องลงน้ำ ความเฟื่องฟูดังกล่าวยังส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับประมงเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะกิจการถักและซ่อมอวนที่เปิดเรียงรายรอบท่าเรือ อย่างไรก็ตาม เมื่ออุตสาหกรรมประมงเริ่มซบเซา ประกอบกับการเติบโตของท่าเรือประมงปาโต๋วจื่อ(八斗子漁港) ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันกว่า ความรุ่งเรืองของท่าเรือเจิ้งปินก็ค่อย ๆ เลือนหาย ปัจจุบันเหลือร้านซ่อมอวนเฉพาะทางเพียง 2 แห่ง และร้านของสองพี่น้องตระกูลจวงก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ท่าเร...
4 รายการต่อหน้า / ทั้งหมด  รายการ
รายการที่เกี่ยวข้อง
ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-Culture
รายการที่เกี่ยวข้อง
ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-Culture

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解