Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 18 มีนาคม 2569

ไต้หวันอุดหนุนค่าอบรมและสอบใบขับขี่ หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ไต้หวันอุดหนุนค่าอบรมและสอบใบขับขี่ หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

1. "เรียนอย่างถูกต้อง สอบอย่างมั่นใจ ขับขี่ปลอดภัย" ไต้หวันอุดหนุนค่าอบรมและสอบใบขับขี่ หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

      นอกจากจักรยานไฟฟ้าแล้ว มอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักอีกประเภทหนึ่งของแรงงานต่างชาติในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การขี่รถโดยไม่มีใบขับขี่ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการถูกปรับเท่านั้น ยังอาจสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น รวมถึงนายจ้างก็อาจต้องรับผิดร่วมทางกฎหมาย และที่สำคัญที่สุด หากเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะไม่ไม่ให้ความคุ้มครอง ทำให้ต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงินและทางกฎหมายอย่างมหาศาล เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดทำโครงการอุดหนุนค่าอบรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ สนับสนุนทั้งแรงงานต่างชาติและชาวไต้หวัน เพื่อให้  "เรียนอย่างถูกต้อง สอบอย่างมั่นใจ และขับขี่อย่างปลอดภัย" จึงแนะนำว่า ผู้ที่มีความจำเป็นต้องขับขี่รถ ควรจะเข้ารับการอบรมและสอบใบขับขี่ไต้หวัน จะช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการถูกปรับ 

ครูฝึกสอนจากโรงเรียนสอนขับขี่แห่งหนึ่งกำลังพาผู้รับการฝึกขี่จักรยานยนต์วิ่งบนถนนจริง (ภาพจาก CNA)

      ในปีใหม่นี้ ยังคงมีโครงการอุดหนุนต่อเนื่องจนถึงปลายปี หากไปเรียนและสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ กระทรวงคมนาคมไต้หวันจะให้เงินสนับสนุนในการเข้ารับการฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์คนละ 1,300 เหรียญ สูงสุด 3,800 เหรียญต่อคน รัฐบาลท้องถิ่นยังให้การสนับสนุนเพิ่มเติมในจำนวนเงินที่แตกต่างกันออกไป ชาวต่างชาติก็มีสิทธิ์ ที่พิเศษสำหรับชาวต่างชาติคือ เวลาสอบใบขับขี่ มีข้อสอบภาษาต่างประเทศถึง 8 ภาษา รวมถึงข้อสอบฉบับภาษาไทยให้เลือกสอบได้ นอกจากนี้ ยังมีคลังข้อสอบย้อนหลังออนไลน์ ให้สามารถทดลองทำข้อสอบผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนที่จะไปสอบจริงได้ด้วย

ครูฝึกสอนจากโรงเรียนสอนขับขี่แห่งหนึ่งกำลังพาผู้รับการฝึกขี่จักรยานยนต์วิ่งบนถนนจริง (ภาพจาก LTN)

      กองทะเบียนยานยนต์กรุงไทเประบุว่า เพื่อเสริมสร้างทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ถึง 15 ธันวาคม พ.ศ. 2569 ผู้ที่สมัครเข้าเรียนหลักสูตรรถจักรยานยนต์ในโรงเรียนสอนขับรถและสอบผ่านใบขับขี่ จะได้รับเงินอุดหนุนจากกรมทางหลวงต่อเนื่องจากปีก่อน คนละ 1,300 เหรียญไต้หวัน โดยเป็นโครงการพิเศษที่มีจำนวนสิทธิ์จำกัด คือ 59,000 คน ดำเนินการแบบมาก่อนได้ก่อน

สนามสอบข้อเขียนที่กองทะเบียนยานยนต์จางฮั่ว (ภาพจากกองทะเบียนยานยนต์จางฮั่ว)

      จากสถิติของกรมทางหลวง ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมขับขี่อย่างเป็นระบบ มีความเสี่ยงในการกระทำผิดกฎจราจรลดลง 59% และความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลดลง 36% เมื่อเทียบกับผู้ที่สอบใบขับขี่ด้วยตนเองโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนขับรถ จะเห็นได้ว่าหลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วยภาคทฤษฎี 6 ชั่วโมงและภาคปฏิบัติ 10 ชั่วโมง ช่วยเสริมสร้างการรับรู้ความเสี่ยงบนท้องถนนและพัฒนาทักษะการขับขี่เชิงป้องกัน นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีเงินอุดหนุนเพิ่มเติมสำหรับผู้ผ่านการฝึกขับขี่บนถนนหลังสอบผ่าน : อุดหนุนเพิ่ม 1,200 เหรียญไต้หวัน และการฝึกขับขี่บนถนนก่อนสอบอุดหนุนเพิ่ม 2,500 เหรียญไต้หวัน

เว็บไซต์ทดลองสอบข้อเขียนใบขับขี่ไต้หวันทางออนไลน์ กองทะเบียนยานยนต์ มีภาษาต่าง ๆ ให้เลือก 8 ภาษา

      ตามแผนของกรมการขนส่งทางหลวง ผู้ประสงค์จะสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถขอรับเงินสนับสนุนได้ 3 ช่องทาง ดังนี้ :

      1. เมื่อเข้าร่วมหลักสูตรอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ครบถ้วนที่โรงเรียนสอนขับรถและสอบผ่าน จะได้รับเงินสนับสนุน 1,300 เหรียญไต้หวัน

      2. สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่แล้ว หากเข้าร่วมการฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัยบนถนนจริง หรือที่เรียกว่าการอบรม 2.0 จะได้รับเงินสนับสนุน 1,200 เหรียญไต้หวัน

      3. สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างเรียนและมีใบขับขี่ชั่วคราวจากโรงเรียน ก่อนสอบใบขับขี่ หากเข้าร่วมการฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัยบนถนนจริง หรือการอบรม 3.0 จะได้รับเงินสนับสนุน 2,500 เหรียญไต้หวัน

      อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนสำหรับการอบรม 2.0 และ 3.0 สามารถขอรับได้เพียงประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมมีจำกัด จึงขอแนะนำให้ประชาชนรีบสมัครโดยเร็ว

สนามสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ (ภาพจาก supermoto8.com)

      นอกจากนี้ เมืองต่าง ๆ ยังมีเงินสนับสนุนเพิ่มเติม อย่างกรุงไทเป เมื่อผ่านการสอบใบขับขี่และเมื่อเข้าร่วมหลักสูตรอบรมในโรงเรียนสอนขับรถอย่างเดียว เพิ่มให้ 1,300 เหรียญ ทั้งนี้มาตรการใหม่ดังกล่าว มีผลตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2569

      สำหรับช่องทางตรวจสอบโรงเรียนสอนขับรถ สามารถค้นหารายชื่อโรงเรียนสอนขับรถได้ที่เว็บไซต์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองทะเบียนยานยนต์ท้องที่ต่าง ๆ ดังนี้ :

กองทะเบียนยานยนต์ กรุงไทเป : 02-2763-0155

กองทะเบียนยานยนต์นครเกาสง : 07-361-3161

กองทะเบียนยานยนต์เขตไทเป : 02-2688-4366

กองทะเบียนยานยนต์เขตซินจู๋ : 03-589-2051

กองทะเบียนยานยนต์เขตไถจง : 04-2691-2011

กองทะเบียนยานยนต์เขตเจียอี้ : 05-362-3939

กองทะเบียนยานยนต์เขตเกาสง : 07-771-1101

สนามสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ (ภาพจาก TVBS)

เงื่อนไขการสอบใบขับขี่สำหรับแรงงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติที่ต้องการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ในไต้หวัน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

      - อายุไม่น้อยกว่า 18 ปี

      - ถือบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน

      - สมัครสอบที่กองทะเบียนยานยนต์ท้องที่ โดยไม่ต้องใช้หนังสือยินยอมจากนายจ้าง

เจ้าหน้าที่กองทะเบียนยานยนต์เขตซินจู๋ พื้นที่รับผิดชอบรวมนครเถาหยวนด้วย กำลังให้ความรู้แก่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติที่สมัครสอบใบขับขี่ (ภาพจาก chinatimes.com)

เอกสารที่ต้องเตรียม

      - บัตรถิ่นที่อยู่

      - หนังสือเดินทาง

      - ใบรับรองแพทย์

      - รูปถ่าย

      - ค่าธรรมเนียมสอบ 250 เหรียญไต้หวัน

ข้อสอบภาคทฤษฎีมีให้เลือกหลายภาษา และก่อนเข้าสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผู้สมัครต้องผ่านการอบรมความปลอดภัย 120 นาที

โปสเตอร์โครงการสนับสนุนค่าเรียน-สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ของกรมทางหลวงเมื่อปี 2568 ในปีนี้ยังคงให้การสนับสนุนต่อจนถึง 15 ธันวาคม 2569

2. เตือนภัยแรงงานต่างชาติ! ระวังกลโกงที่ร้านสะดวกซื้อและการโอนเงินกลับบ้าน

      รูปแบบการฉ้อโกงขบวนการมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนทันต่อเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา จำนวนผู้เสียหายจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว สถานที่แห่งหนึ่งที่มักจะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย นั่นคือร้านสะดวกซื้อ ซึ่งขบวนการนอกกฎหมายที่ปัจจุบันนิยมเรียกกันว่า สแกมเมอร์ (Scammer) หรือกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ที่ใช้อุบายหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือโทรศัพท์ มีรูปแบบกลโกงที่มีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อย ๆ รูปแบบที่คุ้นเคยกันดี ได้แก่ การหลอกซื้อบัตรเติมเงินเกม และพัสดุเก็บเงินปลายทาง ปัจจุบันไม่เพียงคนไต้หวันเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อ แรงงานต่างชาติที่ใช้บริการโอนเงินข้ามประเทศผ่านร้านสะดวกซื้อก็เริ่มเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทำให้ปัญหาการหลอกลวงแรงงานต่างชาติอาจกลายเป็นความท้าทายด้านความปลอดภัยของร้านสะดวกซื้อในอนาคต

      กรณีที่พบได้บ่อยคือซื้อบัตรเติมเงินเกม เมื่อมีลูกค้าขอซื้อเป็นเงินจำนวนมากผิดปกติในครั้งเดียว พนักงานร้านสะดวกซื้อจะเกิดความสงสัยและสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งมักจะพบว่าลูกค้าถูกฝ่ายบริการลูกค้าออนไลน์สั่งให้ซื้อบัตร แล้วถ่ายภาพรหัสและรหัสผ่านส่งให้เป็นเงินประกันสำหรับปลดล็อกการผ่อนชำระ พนักงานร้านสะดวกซื้อหลายแห่งเล่าว่า นี่เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่พบซ้ำซาก จึงต้องเตือนลูกค้าต้องระมัดระวัง บางกรณีถึงขั้นแจ้งตำรวจเข้ามาช่วยสกัดการโอนเงิน จึงช่วยรักษาเงินเก็บของแรงงานต่างชาติไว้ได้ทันเวลา

      นอกจากบัตรเติมเงินแล้ว “พัสดุหลอกลวง” เป็นสถานการณ์ที่เกิดบ่อยที่สุดในร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะกรณี “พัสดุผี” ซึ่งสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค เพราะปัจจุบันแรงงานต่างชาติก็นิยมชอปปิงออนไลน์เป็นเรื่องปกติ หลายคนจำไม่ได้ว่าตนเองสั่งของไว้หรือไม่ เมื่อได้รับข้อความแจ้งให้ชำระเงินปลายทาง บางคนจึงจ่ายเงินรับพัสดุกลับหอพัก แต่พอเปิดดูจึงรู้ว่าไม่ได้สั่งสินค้าไว้จริง เงินที่จ่ายไปกลับไม่สามารถเรียกคืนได้เพราะไม่รู้ต้นทางของผู้ส่ง

      จากเสียงร้องเรียนที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลจึงผลักดันให้ร้านสะดวกซื้อจัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนพัสดุหลอกลวง ทำให้ทั้ง 7-Eleven และ FamilyMart เปิดช่องทางรับแจ้งและช่วยดำเนินการคืนเงิน เฉพาะปีที่ผ่านมา FamilyMart รับเรื่องช่วยเหลือกว่า 50,000 คดี คืนเงินรวมกว่า 65 ล้านเหรียญไต้หวัน และเมื่อรวมทั้งสองเครือข่าย ร้านสะดวกซื้อคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้งชาวไต้หวันและแรงงานต่างชาติเกือบ 200 ล้านเหรียญไต้หวัน

      อย่างไรก็ตาม กลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้เล็งเป้าเฉพาะคนไต้หวันเท่านั้น แรงงานต่างชาติกว่า 850,000 คนในไต้หวันก็ถูกมองว่าเป็นเหยื่อที่สำคัญ โดยลักษณะปัญหาแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

      1. แรงงานต่างชาติถูกหลอกเสียเงิน

      2. แรงงานต่างชาติถูกชักจูงให้เป็นเครื่องมือฟอกเงินของแก๊งคอลเซนเตอร์

      ปัจจุบันแรงงานต่างชาติสามารถใช้แพลตฟอร์มโอนเงินข้ามประเทศ โดยรับคิวอาร์โค้ดแล้วนำไปสแกนจ่ายที่เคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อใหญ่ 4 แห่ง เพื่อโอนเงินกลับบ้านได้ภายในไม่กี่นาที ส่วนใหญ่เป็นช่องทางถูกกฎหมาย แต่ในโลกออนไลน์ก็มีแพลตฟอร์มที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมักอ้างว่าสามารถช่วยโอนเงินโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมและให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า เพื่อจูงใจแรงงาน

      ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันสำหรับแรงงานต่างชาติเปิดเผยว่า แก๊งผิดกฎหมายบางรายให้คิวอาร์โค้ดแก่แรงงานโดยไม่แสดงชื่อผู้รับเงิน แรงงานคิดว่าเป็นการโอนกลับบ้าน แต่เมื่อไปชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อแล้ว เงินกลับไม่ถึงครอบครัว และถูกโอนเข้าบัญชีที่ไม่ทราบตัวตน ทำให้แรงงานสูญเงินก้อนใหญ่ และบางรายถึงกับร้องไห้กลางร้าน

      อีกสถานการณ์หนึ่งคือแรงงานต่างชาติถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน จากสถิติของสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2568 จำนวนผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงเพิ่มจาก 761 คนในปีก่อนหน้าเป็น 3,013 คน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ

      ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อแรงงานใกล้หมดสัญญาหรือเตรียมเดินทางออกจากไต้หวัน หลายคนเห็นว่าบัญชีธนาคารในไต้หวันไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกต่อไป จึงขายให้แก่บุคคลอื่น กลายเป็นบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซนเตอร์ใช้รับเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย

      จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจพบว่า บัญชีม้าที่มาจากแรงงานต่างชาติคิดเป็นกว่า 70% ของบัญชีม้าใหม่ทั้งหมด คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการคลัง จึงมีมติในที่ประชุมว่า จะอายัดบัญชีบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติทันทีในกรณีต่อไปนี้

1. เมื่อเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากหมดสัญญาจ้าง

2. ยกเลิกสัญญาและเดินทางออกนอกประเทศ

3. หลบหนีหรือขาดงานและติดต่อไม่ได้เป็นเวลา 3 วัน

4. หรือถูกจับกุมในข้อหาทำงานผิดกฎหมาย

ธนาคารจะอายัดบัญชีธนาคารของแรงงานรายนั้นและระงับธุรกรรมชั่วคราวทันที

      ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานจะกำกับดูแลบริษัทจัดหางานให้ช่วยแรงงานต่างชาติในการปิดบัญชีธนาคารให้เรียบร้อยก่อนเดินทางกลับประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมทางการเงิน

สรุปสั้น ๆ สำหรับแรงงาน

      - อย่าส่งรหัสบัตรเติมเงินให้ใคร

        - อย่าจ่ายเงินรับพัสดุถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นของตัวเอง

        - โอนเงินกลับบ้านต้องเห็นชื่อผู้รับเงินชัดเจนก่อนจ่าย

        - ห้ามขายหรือให้ผู้อื่นยืมบัญชีธนาคารเด็ดขาด

        - ก่อนกลับประเทศควรปิดบัญชีธนาคารให้เรียบร้อย

3. ระทึก! เก๋งพุ่งตกสะพานบนดอยผิงตงหญิงไทยสาหัส 4 ผีน้อยที่ร่วมทางมาด้วยไร้น้ำใจทิ้งเพื่อนหนีกระเจิง

      เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งตกสะพานขึ้นบนเส้นทางภูเขาในเมืองผิงตง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา หญิงชาวไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ในซากรถตามลำพัง ขณะที่ผู้โดยสารอีก 4 คนเลือกที่จะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง

รถยนต์อยู่ในสภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ใต้สะพาน บนดอยผิงตง เป็นผลให้หญิงไทยบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 4 รายหนีกระเจิง (ภาพจากหน่วยกู้ภัยเมืองผิงตง) 

เวลา 16.49 น. สถานีตำรวจหลีกั่งได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนราวสะพานแล้วพลิกคว่ำตกลงในร่องระบายน้ำลึกกว่า 4 เมตร บริเวณถนนผิงตงสาย 7 ตำบลซานตี้เหมิน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์อยู่ในสภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ใต้สะพาน

รถยนต์อยู่ในสภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ใต้สะพาน บนดอยผิงตง เป็นผลให้หญิงไทยบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 4 รายหนีกระเจิง (ภาพจากหน่วยกู้ภัยเมืองผิงตง)

      ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเดินทางมาถึงในเวลา 17.18 น. และพบผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในซากรถ 1 ราย กว่าจะนำตัวออกมาได้ก็ล่วงเข้า 17.51 น. ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงไทยอายุ 33 ปี แม้ยังมีสติรู้ตัวดี แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายแห่ง ทั้งบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ กระดูกแขนหัก และรอยถลอกฟกช้ำทั่วร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลฉีซาน นครเกาสง โดยเร่งด่วน

      จากการสอบสวนพบว่าหญิงไทยรายนี้เดินทางเข้าไต้หวันด้วยฟรีวีซ่าตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 และพำนักอยู่เกินกำหนดวีซ่ามาโดยตลอด ชาวบ้านในพื้นที่ให้การว่า ขณะเกิดเหตุมีบุคคลอีก 4 คนอยู่ด้วย แต่ทั้งหมดรีบแยกย้ายหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง ทิ้งให้ผู้บาดเจ็บต้องนอนติดอยู่ในซากรถเพียงลำพัง

รถยนต์อยู่ในสภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ใต้สะพาน บนดอยผิงตง เป็นผลให้หญิงไทยบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 4 รายหนีกระเจิง (ภาพจากหน่วยกู้ภัยเมืองผิงตง)

      ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่หลบหนีทั้ง 4 รายอาจเป็นชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยโดยผิดกฎหมาย หรืออาจมีส่วนพัวพันกับพฤติกรรมผิดกฎหมายอื่น จึงไม่กล้าปรากฏตัวต่อเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อระบุตัวตนของผู้หลบหนี รวมถึงสืบหาว่าใครเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว และสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้

รถยนต์อยู่ในสภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ใต้สะพาน บนดอยผิงตง เป็นผลให้หญิงไทยบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 4 รายหนีกระเจิง (ภาพจากหน่วยกู้ภัยเมืองผิงตง)

      เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่บนเส้นทางภูเขา โดยเฉพาะการลดความเร็วและตรวจสอบสภาพถนนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมย้ำว่าหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องอยู่ในที่เกิดเหตุและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ การหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุถือเป็นความผิดทางกฎหมายและมีโทษหนักกว่าความผิดเดิมที่อาจเกิดขึ้น

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解