ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-03-22)
- เริ่มต้นปีนี้ เหวยหลี่อัน (韋禮安 - WeiBird) อัจฉริยะนักสร้างสรรค์เจ้าของรางวัล Golden Melody Awards กลับมาเชิญชวนทุกคนเข้าสู่ "Wei-Universe (韋宇宙)" อีกครั้ง! กับผลงานล่าสุดในซีรีส์เพลงรักข้ามศตวรรษ ชุดที่ 2 LOVE WEI BACK Vol.2 ที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับสู่ยุค 90s ในชั่วพริบตา ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองอันไพเราะและอารมณ์รักที่พร่าเลือน ผ่าน 3 บทเพลงใหม่ในสไตล์ City Pop สุดละมุน, บทสนทนาสารภาพความนัย และการเล่าเรื่องผ่านเพลงรักสะกดอารมณ์
หลังจากใน LOVE WEI BACK Vol.1 เมื่อปีที่ผ่านมา เหวยหลี่อัน ได้ระเบิดอารมณ์ขันสไตล์ "มีม (Meme)" และโชว์ทักษะการเต้นจนสร้างความฮือฮาไปแล้ว ในชุดที่ 2 นี้ เขาเลือกที่จะใช้เพลงรักสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คนในยุคสมัยต่างๆ นำพาผู้ฟังย้อนกลับไปสัมผัสความโดดเดี่ยวที่คลุมเครือ ความเสียดายที่แตกสลาย และการคลาดกันที่แสนหม่นหมองท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ เนื่องจากในยุค 90s อุตสาหกรรมบันเทิงฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็นดารา, เพลงกวางตุ้ง หรือภาพยนตร์ ต่างมีอิทธิพลอย่างสูง ดังนั้นใน EP นี้จึงอบอวลไปด้วย "รสชาติฮ่องกง" อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยมีการผสมผสานภาษาดนตรีร่วมสมัยเข้ากับการเรียบเรียงเสียงเพื่อให้ความรู้สึกคลาสสิกนั้นเข้าถึงหูคนฟังในยุคปัจจุบันได้ง่ายขึ้น
ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วยเพลง ลงกลอน (反鎖) ที่ได้ "รสชาติแบบจางเสวียโหย่ว" กลับมาอย่างเต็มเปี่ยม และเพลง วันแล้ววันเล่า (一天一天) ผลงานแนว R&B ยุค 90s ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจในการทำเพลงของเขา แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ดนตรีที่หลากหลายและแตกต่างจากชุดที่แล้วอย่างสิ้นเชิง แรงบันดาลใจเบื้องหลังเพลงนี้มาจากเรื่องจริงของพ่อแม่เขา ที่ต้องอยู่ห่างไกลกันเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ความคิดถึงที่สะสมผ่านระยะทางทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นในทุกๆ วัน เขาจึงกลั่นกรองอารมณ์นั้นออกมาเป็นบทเพลงที่ก้าวข้ามกาลเวลาและสถานที่

- หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสูญเสียจากการจากไปอย่างกะทันหันของ ต้าเอส (大S - เฉวียน ซีหยวน) มานานกว่าหนึ่งปี ล่าสุด เสี่ยวเอส (小S - สวี ซีตี้) ได้เริ่มกลับมาลุยงานเต็มตัวอีกครั้ง รวมถึงเพิ่งจัดงานแจกลายเซ็นแบบ Flash Mob ในย่านซิ่นอี้ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มก้าวข้ามความโศกเศร้าจากการสูญเสียพี่สาวมาได้บ้างแล้ว ทว่าหลังจบการทำงานล่าสุด กลับมีภาพเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนปล่อยโฮออกมาหลังดื่มสังสรรค์ และไม่ได้กลับเข้าบ้านตัวเอง แต่กลับมุ่งหน้าไปยังบ้านของเพื่อนสนิทอย่าง เฮยเหริน เฉินเจี้ยนโจว และ ฟ่านฟ่าน ฟ่านเหว่ยฉีแทน ซึ่งทางผู้จัดการส่วนตัวของเสี่ยวเอสก็ได้ออกมาตอบคำถามถึงเรื่องนี้แล้ว
ตามรายงานของสำนักข่าว CTWANT ระบุว่า เมื่อหลายวันก่อน เสี่ยวเอส ได้เดินทางไปถ่ายทำรายการนอกสถานที่ให้กับรายการ Dee Girls Talk จนถึงช่วงเวลาประมาณ 19.00 - 20.00 น. ซึ่งในระหว่างการทำงานเธอยังคงดูมีสปิริตและสภาพจิตใจที่ยอดเยี่ยม แต่หลังจากเลิกงาน เธอกลับอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนจะมึนเมา โดยมีผู้ช่วยสองคนคอยพยุงขึ้นรถแท็กซี่ รถได้ขับไปจอดที่หน้าบ้านของเสี่ยวเอสเพียงไม่กี่นาทีก่อนจะขับออกไป และมุ่งตรงไปยังบ้านของ เฉินเจี้ยนโจว และ ฟ่านเหว่ยฉี แทน

- หลังจากภาพยนตร์เรื่อง 陽光女子合唱團 - Sunshine Women's Choir ทำรายได้ทะลุ 700 ล้านหยวน ทุบสถิติภาพยนตร์ในไต้หวันที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ ทว่าล่าสุดกลับมีกระแสข่าวลือเรื่องเกาเหลา เมื่อ เฉินอี้หาน ไปออกรายการโปรโมทแล้วพาดพิงถึง อันซินหย่า ว่าเติมลิปกลอสบ่อยจนดูไม่สมบทบาทนักโทษในเรือนจำ จนมีข่าวลือหนาหูว่าทำเอาแอนเสียวหยาถึงกับปรี๊ด ตามรายงานของ "Mirror Media" ระบุว่า เฉินอี้หาน จงซินหลิง และ ซุนสูเม่ย ด้ไปออกรายการพอดแคสต์ Women's Talk ของ เถาจิงอิ๋ง (เถาจื่อ) โดยในช่วงหนึ่งเถาจื่อได้ถามว่า ในระหว่างการถ่ายทำ "ใครแอบเติมหน้าบ่อยที่สุด" เพราะบทบาทนักโทษควรจะเน้นหน้าสด แต่เถาจื่อกลับพูดเป็นนัยว่า "แต่เห็นมีคนแอบเติมหน้า ม้วนผมอยู่ตลอดเลยนะ" ซึ่งเฉินอี้หาน รีบปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่เธอแน่นอนเพราะเธอไปดัดผมมาจริงๆ เมื่อถามต่อว่าใครคือคนที่แอบเติมหน้าบ่อยที่สุด ทั้ง เฉินอี้หาน และ จงซินหลิง ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าคือ อันซินหย่า เพราะพวกเธอรู้สึกว่าริมฝีปากของแอนเสียวหยาดูวาวฉ่ำอยู่ตลอดเวลา แถมยังชอบทำปากจู๋ดูน่ารัก เฉินอี้หาน ยังแกล้งแซวแรงว่า "ฉันสงสัยว่าเธอแอบซ่อนน่องไก่ไว้หรือเปล่า" พร้อมแฉต่อว่า "ผู้กำกับบอกว่าช่วงตัดต่อ ต้องคอยกดสีปากของเธอลงตลอด กดแล้วกดอีก" ในขณะที่จงซินหลิง ช่วยแก้ต่างให้ว่า "ก็ในเรื่องเสียวหยาต้องรับบทคนมีความรัก มันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ"
