ธีระ หยาง 亓淞 และเจาะลึกกีฬาโลก 體育世界 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-03-26)
- ข่าวน่ายินดีจากวงการเทนนิสไต้หวัน เมื่อนักหวดรุ่นเก๋าอย่าง เอ-เผิง หรือ เซี่ยเจิ้งเผิง จับคู่กับ เชส เฟอร์กูสัน คู่หูชาวออสเตรเลีย ประกาศชัยชนะด้วยการหวดเอาชนะ ฐานทัพ สุขสำราญ หนุ่มไทย ที่จับคู่กับ ไมเคิล จู จากสหรัฐอเมริกา ไปอย่างขาดลอย 2 เซตรวด 6-1 และ 6-4 คว้าแชมป์ชายคู่ในศึก ไอทีเอฟ หม่าอันซาน มาครองได้สำเร็จ และนับเป็นการชูถ้วยแชมป์อาชีพครั้งแรกของ "เอ-เผิง" ในรอบ 15 เดือน
-ศึกเทนนิสอาชีพชาย ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ “เอ็ม15 หม่าอันซาน” (M15 Ma'anshan) ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 485,700 บาท ที่หม่าอันซาน ในมณฑลอานฮุยของจีนแผ่นดินใหญ่ เซี่ยเจิ้งเผิง ในวัย 34 ปี ยังคงโชว์ฟอร์มสมราคาเสือเฒ่า โดยเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปร่วมแข่งขันรายการฮาร์ดคอร์ตในร่มที่เมืองหม่าอันซาน มณฑลอานฮุย ประเทศจีน ซึ่งในครั้งนั้นเขาจับคู่กับ พัคอึยซอง จากเกาหลีใต้ และทำได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์ มาในสัปดาห์นี้ เขาตัดสินใจสลับมาจับคู่กับเฟอร์กูสันเป็นครั้งแรก และลงแข่งในฐานะคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ โดย "คู่หูไต้หวัน-ออสเตรเลีย" โชว์ฟอร์มแกร่งปราบคู่แข่งเจ้าถิ่นมาถึง 3 คู่ จนกรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการที่ 3 ที่เมืองหม่าอันซานได้สำเร็จ โดยสองหมุ่นเปิดฉากด้วยฟอร์มอันร้อนแรง เก็บ 6 เกมรวดในเซตแรก ก่อนที่ในเซตที่สอง คู่ของ "เอ-เผิง" จะยังคงรักษาความเยือกเย็น ต้านทานการโต้กลับของคู่หู "ไทย-อเมริกา" และหาจังหวะเบรกเกมเสิร์ฟสำคัญจนปิดแมตช์คว้าแชมป์มาได้ในที่สุด แชมป์ ITF แรกของฤดูกาลนี้ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง โดยนับตั้งแต่ปีที่แล้ว เซี่ยเจิ้งเผิง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาแล้วถึง 7 ครั้ง แต่กว่าจะคว้าแชมป์ต้องรอจนถึงรายการนี้ ที่เป็นถ้วยแชมป์ชายคู่ใบที่ 40 ในอาชีพมาครองได้สำเร็จ
- ในการแข่งขันเทนนิส ดับเบิลยูทีเอ 1000 รายการ ไมอามี่ โอเพ่น 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 9.41 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 310 ล้านกว่าบาท ที่เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐฯ จันเฮ่าฉิง (เสื้อม่วง) มือวางอันดับ 37 ของโลกประเภทหญิงคู่ชาวไต้หวัน กลับมาร่วมงานกับดาวรุ่งดวงใหม่ชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีนวัย 23 ปี อย่าง เจนิซ เจิง (เสื้อเทา) อีกครั้ง หลังจากที่เคยร่วมงานกันในรายการอินเดียนเวลส์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเจนิซถือเป็นนักเทนนิสมากความสามารถที่เล่นได้ดีทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ (รั้งอันดับ 40 และ 45 ของโลกตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม ในรอบแรกพวกเธอต้องโคจรมาพบกับคู่มือวางอันดับ 4 ของรายการอย่าง เอลิเซ่ เมอร์เทนส์ มือหนึ่งของโลกประเภทหญิงคู่คนปัจจุบันจากเบลเยียม ที่จับคู่กับ จางซ่วยจากจีน โดยทั้งคู่สู้กันอย่างเต็มที่นานกว่า 80 นาที แต่ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งได้ ถูกเบรกเกมเสิร์ฟไปถึง 6 เกม ก่อนจะพ่ายไป 3-6 และ 4-6 พลาดโอกาสคว้าชัยชนะนัดที่สองในการจับคู่กันไปอย่างน่าเสียดาย ทางด้านอีกหนึ่งสาวไต้หวัน คือ อู๋ฟางเสียน (เสื้อฟ้า) ยังคงจับคู่กับสาวญี่ปุ่นอย่าง เอริ โฮซูมิ (เสื้อส้ม) โดยทั้งคู่รั้งอันดับ 39 และ 34 ของโลกตามลำดับ แม้ในรอบแรกจะสร้างผลงานอันน่าประทับใจด้วยการล้มคู่หูจอมเก๋าอย่าง คริสติน่า มลาเดโนวิช อดีตมือหนึ่งประเภทคู่ชาวฝรั่งเศส และ เยเลน่า ออสตาเพนโก้ จากลัตเวียมาได้ใน 3 เซต แต่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเธอต้องเผชิญหน้ากับคู่มือวางอันดับ 2 ของโลกอย่าง คาเทริน่า สินิอาโกว่า อดีตมือหนึ่งโลกจากเช็ก และ เทย์เลอร์ ทาวน์เซนด์ มือวางอันดับ 7 ชาวอเมริกัน ก่อนจะพ่ายไป 3-6 และ 0-6 จบเส้นทางไว้ที่รอบนี้อย่างน่าเสียดาย
- การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ “ฟอร์ติเน็ต ฟาวน์เดอร์ส คัพ” (Fortinet Founders Cup) ซึ่งแข่งขันกันที่สนามชารอน ไฮท์ส กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ พาร์ 72 ในเมืองเมนโล พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ชิงเงินรางวัลรวมสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 97.4 ล้านบาท ในรอบสุดท้ายเจิง หย่าหนี ทำผลงานเก็บ 6 เบอร์ดี้ เสีย 4 โบกี้ จบรอบด้วยสกอร์ 70 รวม 4 วันทำได้ 4 อันเดอร์พาร์ 284 รั้งอันดับ 42 ร่วม ถือเป็นเงินรางวัลรายการที่ 2 ที่เธอทำได้ในการทัวร์อเมริกาในรอบเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา โดยเจิงหย่าหนี ในวัย 37 ปี คือตำนานสวิงสาวผู้เคยคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ของแอลพีจีเอมาครองถึง 5 รายการ และเป็นนักกอล์ฟชาวไต้หวันเพียงคนเดียวที่เคยผงาดขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2019 เส้นทางอาชีพของเธอต้องเผชิญกับอุปสรรคนานับประการ ทั้งการสูญเสียสถานะสมาชิกแอลพีจีเอ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) ที่ทำให้การแข่งขันขาดตอน รวมถึงปัญหาอาการบาดเจ็บสะสมจนต้องเข้ารับการผ่าตัดสะโพกถึง 2 ครั้งตั้งแต่ปี 2021 ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เธอไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งในทัวร์อเมริกาได้ และเคยเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดด้วยการไม่ผ่านการตัดตัวติดต่อกันถึง 32 รายการ หากนับตั้งแตรายการ บริติช โอเพ่น เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2018 จนถึงรายการฟาวน์เดอร์ส คัพในครั้งนี้ เจิ้ง หย่าหนีเพิ่งสะสมเงินรางวัลได้เพียงครั้งเดียวจากรายการบริติช โอเพ่นเมื่อปีที่แล้ว (อันดับ 63 ร่วม รับเงินรางวัลประมาณ 20,485 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเงินรางวัล 14,252 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 460,000 เหรียญไต้หวันใหม่) ที่เธอได้รับในวันนี้ คือเช็คใบที่ 2 ในรอบเกือบ 8 ปีบนเส้นทางแอลพีจีเอ โดยเจิ้ง หย่าหนีเปิดเผยด้วยความตื้นตันว่า การได้รับเช็ครางวัลจากการแข่งขันอีกครั้งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง และเธอหวังว่าจะมุ่งมั่นสู้ต่อไปในเส้นทางแอลพีจีเอ ในส่วนของผลงานวันสุดท้าย เจิ้ง หย่าหนีโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในช่วงแรก โดย 9 หลุมแรกทำไปถึง 6 เบอร์ดี้ เสียเพียง 1 โบกี้ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 31 จนอันดับพุ่งขึ้นไปติดท็อป 30 แต่น่าเสียดายที่ในช่วงครึ่งหลังเธอเสียคืนไป 3 โบกี้ ทำให้ไม่สามารถรักษาอันดับเดิมไว้ได้ ทางด้านนักกอล์ฟสาวมือหนึ่งของไต้หวันคนปัจจุบันอย่าง สวีเวยหลิง สามารถเก็บ 4 เบอร์ดี้ เสีย 4 โบกี้ จบที่อีเวนพาร์ 72 สกอร์รวม 4 วัน 285 รั้งอันดับ 45 ร่วม เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง เฉียนเพ่ยอวิ๋น ซึ่งสวีเวยหลิง ให้สัมภาษณ์ว่าเธอชื่นชอบการมาแข่งขันในย่านเบย์แอเรียมาก เพราะมักจะได้ยินเสียงเชียร์เป็นภาษาจีนอยู่เสมอ "สัปดาห์นี้การตีลูกและวงสวิงถือว่าทำได้ดีค่ะ เพียงแต่การพัตต์ยังไม่เข้าที่เท่าไหร่ หวังว่าจะสู้ต่อและทำได้ดีขึ้นในรายการถัดไป" (ภาพจาก CNA)
