วันนี้เราจะชวนคุณผู้ฟังไปพูดถึงสัตว์ชนิดหนึ่งที่หลายคนอาจเคยเห็นผ่านตาในรูปการ์ตูน มาสคอต หรือข่าวสารอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ “หมีดำไต้หวัน” หรือ “หมีดำฟอร์โมซา” สัตว์ป่าที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ แต่เบื้องหลังความน่ารักนั้น เรื่องราวของพวกมันกำลังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติของไต้หวันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
หมีดำฟอร์โมซาเป็นสัตว์ที่ได้รับการประกาศให้อยู่ในรายชื่อสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าของไต้หวัน ในอดีตจำนวนของพวกมันลดลงอย่างมากจากทั้งการล่าและการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย จนเคยมีการประเมินกันว่าหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดจากกรมอนุรักษ์ป่าไม้และธรรมชาติ ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2011 กลับพบแนวโน้มที่น่าสนใจ นั่นคือประชากรหมีดำไต้หวันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ภูเขาสูงหรือภูเขาระดับกลางเท่านั้น แต่ยังเริ่มขยายลงมาสู่พื้นที่ภูเขาต่ำ และแม้กระทั่งพื้นที่ราบบางแห่งด้วย ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวของระบบนิเวศในหลายพื้นที่ของไต้หวัน อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการประกาศตัวเลขประชากรที่แน่ชัดอย่างเป็นทางการ
กรมอนุรักษ์ป่าไม้และธรรมชาติได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ โดยใช้ทั้งข้อมูลการติดตามภาคสนามและภาพจากกล้องอินฟราเรด พร้อมทั้งตัดข้อมูลที่ซ้ำออก ผลการประเมินเบื้องต้นระบุว่า ปัจจุบันประชากรหมีดำฟอร์โมซาอาจมีอยู่ประมาณ 1,200 ตัว ซึ่งถือว่าสูงกว่าการคาดการณ์ในอดีตที่เคยเชื่อว่ามีเพียงไม่กี่ร้อยตัวอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการหลายฝ่ายชี้ว่า วิธีการคำนวณยังอ้างอิงข้อมูลความหนาแน่นของประชากรจากต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่ง ขณะที่ข้อมูลภายในไต้หวันเองยังมีไม่เพียงพอ จึงอาจทำให้ตัวเลขดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นจึงมีข้อเสนอให้รอการประเมินใหม่อีกครั้ง หลังจากมีการรวบรวมข้อมูลในประเทศมากขึ้น เพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำยิ่งขึ้น
ทางกรมอนุรักษ์ป่าไม้ฯ เองก็ย้ำว่า ตัวเลข 1,200 ตัวนี้เป็นเพียงค่าประมาณ และในอนาคตจะมีการปรับปรุงวิธีการคำนวณ โดยจะนำข้อมูลจากพื้นที่ตัวอย่างในระดับความสูงที่แตกต่างกันมาวิเคราะห์เพิ่มเติม ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายอาจใกล้เคียงกับตัวเลขเดิม หรืออาจมีการปรับเพิ่มหรือลดลงก็เป็นได้ และคาดว่าจะมีการประกาศตัวเลขที่แม่นยำมากขึ้นภายในช่วงสิ้นปีนี้
ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งสัญญาณที่เห็นได้ชัดคือ จำนวนการแจ้งเหตุพบหมีดำไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของกรมอนุรักษ์ป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ในปี 2025 มีการแจ้งเหตุรวม 15 กรณี และตั้งแต่ต้นปี 2026 จนถึงปัจจุบัน พบแล้ว 4 กรณี
ที่น่าสนใจก็คือ ในจำนวนนี้มีหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างคนกับหมี โดยในปี 2025 มีถึง 7 กรณี และในปี 2026 ก็มีแล้ว 3 กรณี พื้นที่ที่มีการแจ้งเหตุพบหมีมากที่สุดคือฮัวเหลียน รองลงมาคือไถตง และยังพบในพื้นที่อื่น ๆ เช่น ไทจง เกาสง เหมียวลี่ เจียอี้ รวมถึงอุทยานแห่งชาติอวี้ซานและเสวี่ยป้า
การพบหมีเพิ่มขึ้นแบบนี้ อาจสะท้อนถึงหลายปัจจัยทั้งการที่จำนวนหมีเพิ่มขึ้นจริง การฟื้นตัวของป่า หรือแม้กระทั่งการที่หมีขยายพื้นที่หากินเข้ามาใกล้ชุมชนมากขึ้น ซึ่งก็นำไปสู่ความท้าทายใหม่ในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นภาพชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในพื้นที่เขตฮัวเหลียน มีหมีดำตัวหนึ่งเข้าไปบุกรุกเล้าไก่ของชาวบ้านหลายแห่ง และกินไก่ไปเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่พยายามจับและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติถึง 2 ครั้ง แต่หมีตัวเดิมก็ยังกลับมาที่พื้นที่เดิมอีก
สุดท้าย กรมอนุรักษ์ป่าไม้ฯ จึงตัดสินใจว่า หมีตัวนี้ไม่เหมาะสมต่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอีกต่อไป และส่งตัวไปยังสวนสัตว์ไทเปเพื่อดูแลในระยะยาว ซึ่งกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่หมีทุกตัวที่จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตในป่าได้เหมือนเดิม

ในอดีต การช่วยเหลือหมีดำไต้หวันมักเป็นการดูแลระยะสั้น โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ กระทรวงเกษตร สวนสัตว์ไทเป สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WildOne และศูนย์รับเลี้ยงสัตว์ป่าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีผิงตง ซึ่งจะเน้นการรักษาและฟื้นฟู ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเป็นหลัก
แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ทั้งจำนวนหมีที่เพิ่มขึ้น และกรณีความขัดแย้งที่มากขึ้น แนวทางการจัดการก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย หลินหัวชิ่ง อธิบดีกรมอนุรักษ์ป่าไม้และธรรมชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยประสบความสำเร็จ รวมถึงความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ ทำให้คาดว่าในอนาคตจำนวนหมีดำไต้หวันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเตรียมระบบ “การดูแลระยะยาว” สำหรับหมีที่ไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ ปัจจุบันมีแผนจะจัดตั้งศูนย์ดูแลหมีดำไต้หวันในพื้นที่ไถตง โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อที่ดิน และมีแผนจะเริ่มการออกแบบในปีนี้ ก่อนจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2029