Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 18 เม.ย.2569

ขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเคมีทั่วโลก ดันราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสูงขึ้น และอาจทำให้ราคาข้าวปรับเพิ่มตาม(photo:chinatimes)
ขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเคมีทั่วโลก ดันราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสูงขึ้น และอาจทำให้ราคาข้าวปรับเพิ่มตาม(photo:chinatimes)

สงครามตะวันออกกลาง จุดชนวน สินค้าขึ้นราคา

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบ และลามมาถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในไต้หวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกิดกระแส “ขึ้นราคา” ในหลายหมวดสินค้า

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ที่ขาดแคลนและมีราคาพุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของประเทศอย่าง “ซานห่าวหมี่”(三好米) ในเครือบริษัทอี้ตง(億東企業) ซึ่งมีปริมาณการจำหน่ายสูงมาก ต้นทุนบรรจุภัณฑ์สุญญากาศต่อเดือนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ขณะที่ซัพพลายลดลงครึ่งหนึ่ง และสต๊อกมีเพียงถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจต้องปรับรูปแบบการจำหน่าย หรือแม้กระทั่งปรับขึ้นราคา

เฉินกั๋วโจว(陳國周) ผู้บริหารบริษัท ระบุว่า เดิมโรงงานจะสำรองบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้า 1–2 เดือน แต่ผลจากสงครามทำให้การจัดส่งลดลง และราคาพุ่งจากเดิมเพิ่มราว 20% กลายเป็นเพิ่มขึ้นเท่าตัว ยกตัวอย่างถุงสุญญากาศขนาด 3 กิโลกรัม ราคาจาก 4 เหรียญไต้หวัน ขึ้นเป็น 8 เหรียญไต้หวัน โดยชี้ว่า “ราคาขึ้นยังพอรับได้ แต่ที่น่ากังวลคืออาจซื้อไม่ได้” ล่าสุดสั่งซื้อ 10,000 ชิ้น ได้เพียงครึ่งเดียว และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจต้องลดการใช้บรรจุภัณฑ์ หรือถึงขั้นให้ผู้บริโภคนำภาชนะมาเอง

แม้ รมว. กระทรวงเกษตร เฉินจวิ้นจี้(陳駿季) จะระบุว่า ได้ประสานกับผู้ค้าข้าวให้ยังไม่ปรับขึ้นราคาข้าวจากปัญหาบรรจุภัณฑ์ แต่ในความเป็นจริง ภาคส่วนท้องถิ่นเริ่มรับแรงกดดันไม่ไหวแล้ว สหกรณ์การเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ไถตง เช่น ฉือซ่างและกวนซาน ต่างยอมรับว่าอาจต้องปรับราคาขายในอนาคต

จันคุนกุ้ย(詹坤桂) เลขาสหกรณ์กวนซาน ระบุว่า บรรจุภัณฑ์ปรับขึ้นรอบแรก 5–6% แม้จะทยอยขึ้นราคาเพื่อลดผลกระทบ แต่ด้วยปริมาณส่งขายกว่า 500 ตันต่อเดือน ทำให้ต้นทุนสูงจนยากจะแบกรับ ขณะที่โหยวอวี้อิง(游玉櫻) จากสหกรณ์ฉือซ่างชี้ว่า ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พุ่งถึง 40% และยังเสี่ยงขาดแคลนวัตถุดิบ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ราคาข้าวปลายทางอาจต้องปรับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นที่สหกรณ์ซีหลัว ซึ่งส่งข้าวเกือบ 1,000 ตันต่อเดือน แต่สั่งถุงสุญญากาศ 20,000 ใบ ได้เพียงหนึ่งในสาม และยังไม่แน่นอนเรื่องการส่งมอบ อีกทั้งคำสั่งซื้อในอนาคตต้องเจรจาราคาใหม่ ขณะที่ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นกว่า 50% แม้จะพยายามแบกรับไว้ แต่หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ราคาข้าวก็มีโอกาสปรับขึ้นสูง

ผลกระทบยังลามไปถึงสินค้าอาหารอื่น ๆ ไม่ใช่แค่ข้าวเท่านั้น อย่าง ซอสถั่วเหลืองหรือซีอิ๊วเริ่มทยอยปรับราคา ผู้ผลิตเก่าแก่ในไถหนานอย่าง “เฉิงกง”(成功醬油) ระบุว่าต้นทุนภาชนะเพิ่มขึ้นทันที 3.5 เหรียญไต้หวัน และเตรียมขึ้นราคาในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ “ตงเฉิง”(東成醬油) เตรียมปรับราคาบางรายการช่วงกลางเดือนเมษายน ส่วนแบรนด์ดังในผิงตง เช่น “โต้วโหยวปั๋อ”(豆油伯) และ “อวี้ไท่”(玉泰醬油) ได้ขึ้นราคาแล้ว 20–40 เหรียญไต้หวัน

ด้านอาหารพร้อมกินก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ปอเปี๊ยะ (春卷) ซึ่งเป็นเมนูสำคัญช่วงเช็งเม้ง ปรับราคาเฉลี่ยขึ้นราว 5 เหรียญไต้หวัน อยู่ที่ 50–60 เหรียญต่อชิ้น ขณะที่ร้านดังอย่างโร่วหยวน (肉圓) ในจางฮั่ว ที่เคยตรึงราคามานาน ก็ต้องปรับขึ้นจาก 55 เป็น 60 เหรียญไต้หวัน

ภาพรวมสะท้อนชัดว่า วิกฤตพลังงานและวัตถุดิบกำลังส่งแรงกระทบเป็นลูกโซ่ จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และแม้ภาครัฐและผู้ประกอบการจะพยายามตรึงราคา แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ “คลื่นขึ้นราคา” ของสินค้าอุปโภคบริโภคอาจหลีกเลี่ยงได้ยากในระยะต่อไป

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解