ทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน หรือ NTUST ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะระบบ AI ตรวจวัดชีพจร ซึ่งสามารถประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ถึง 25 ชนิด ภายในเวลาเพียง 1 นาที
ทำไม “ชีพจร” ถึงบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด?
ชีพจรไม่ใช่แค่จำนวนครั้งการเต้นของหัวใจต่อนาที แต่รูปแบบคลื่นชีพจรสามารถสะท้อนสุขภาพของหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด และภาวะการไหลเวียนโลหิต เทคโนโลยีที่ใช้เรียกว่า photoplethysmography (PPG) ซึ่งปัจจุบันใช้ในสมาร์ตวอทช์หลายรุ่น องค์กรอย่าง World Health Organization ระบุว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประชากรโลก การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงสำคัญมาก
Point: วิเคราะห์จุดข้อมูลสัญญาณชีพจร
Line: ดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
Surface: ประเมินภาพรวมสุขภาพแบบองค์รวม
ครอบคลุมโรคอะไรบ้าง?
ระบบสามารถประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรังและมะเร็งรวม 25 ชนิด รวมถึง โรคหัวใจและหลอดเลือด ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ โรคไต ภาวะโลหิตจาง ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ความเสี่ยงภาวะบกพร่องทางสติปัญญาระยะเริ่มต้น
ความแม่นยำและการทดสอบ
ทีมวิจัยเก็บข้อมูลตัวอย่างสะสมมากกว่า 1,000 ราย และทดสอบภาคสนามในกิจกรรมตรวจสุขภาพชุมชนหลายรอบ ความแม่นยำของการคาดการณ์ความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณ 71–92% ขึ้นอยู่กับประเภทโรค จุดเด่นอีกอย่างคือ ต้นทุนการผลิตต่ำ และใช้เวลาเพียง 1 นาทีต่อการประเมิน จึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกล สถานดูแลผู้สูงอายุ หรือระบบสาธารณสุขชุมชน
แรงบันดาลใจของศาสตราจารย์
ศาสตราจารย์สวี่ซินเล่าว่าแรงบันดาลใจมาจาก ตอนเด็กเขาชอบดูหนังไซไฟ ที่เวลาเดินผ่านประตูสแกน จะรู้สุขภาพร่างกายทั้งหมดทันที ตอนนั้นเขาคิดว่า “อยากทำให้ภาพในหนังเป็นจริงสักวัน” วันนี้ ทีมวิจัยเริ่มก้าวใกล้ฝันนั้นแล้ว เพียงแค่สวมใส่สายรัดข้อมือ หรือแหวน AI 1 นาที ก็ตรวจสุขภาพได้หลายมิติ

เปรียบเทียบกับเทคโนโลยีโลก
ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Apple ได้พัฒนา Apple Watch ที่สามารถตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และแจ้งเตือนภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ขณะที่ Fitbit ก็มีระบบติดตามสุขภาพหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ทำให้งานของ NTUST น่าสนใจ คือ การมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงหลายโรคพร้อมกัน และเชื่อมโยงข้อมูลพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกายและโภชนาการ เพื่อให้คำแนะนำเชิงป้องกัน ไม่ใช่แค่แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน
AI กับอนาคตการแพทย์เชิงป้องกัน
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทาง “Preventive Medicine” หรือการแพทย์เชิงป้องกัน ที่หลายประเทศกำลังผลักดัน เพราะการรักษาโรคระยะท้ายมีต้นทุนสูงกว่าการป้องกันหลายเท่า ในอนาคต ทีมวิจัยมีแผนพัฒนาระบบให้ประเมินสุขภาพหัวใจ-ไตเชิงลึก สุขภาพจิต และติดตามประสิทธิภาพการรักษามะเร็งแบบองค์รวม โดยใช้ AI วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลไลฟ์สไตล์ะยะยาว
คุณผู้ฟังที่ฟังรายการวันนี้อาจจะสงสัยว่าจะสมัครเข้าเรียนที่นี่อย่างไร
National Taiwan University of Science and Technology (NTUST) หรือที่เรียกกันว่า Taiwan Tech เป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของไต้หวัน โดยเปิดรับนักเรียนต่างชาติทั้งระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ซึ่งมีโปรแกรมหลายสาขาที่เปิดสอนทั้งเป็นภาษา อังกฤษและภาษาจีน รองรับนักเรียนจากทั่วโลก
การสมัครเรียน (Admissions)
นักเรียนต่างชาติสามารถยื่นเอกสารออนไลน์ และรอผลประกาศช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มีหลักสูตรทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา (โท–เอก) และยังมีโปรแกรม Double Degree สำหรับเรียนร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ด้วย
ทุนการศึกษาและการสนับสนุน
NTUST มีทุนสนับสนุนนักเรียนต่างชาติหลายรูปแบบ เช่น ทุน NTUST Scholarship ให้ทั้งยกเว้นค่าเล่าเรียน และเงินช่วยรายเดือน ทุนเต็มจำนวน (Full Scholarship) ที่ให้เงินเดือนรายเดือนพร้อมยกเว้นค่าเรียนสำหรับโทและเอก ทุนบางส่วน (Partial Scholarship) ช่วยทั้งค่าเรียนและเงินรายเดือน