สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพลังศรัทธาของคนไต้หวันในเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งถือเป็นเดือนแห่งการสักการะเจ้าแม่มาจู่หรือเจ้าแม่ทับทิม กับพิธีแห่องค์เจ้าแม่มาจู่พิธีกรรมทางศาสนาที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งถูกกรมมรดกทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ไต้หวัน ขึ้นทะเบียน “พิธีแห่เจ้าแม่มาจู่แห่งเขตต้าเจี่ย” และ “พิธีแห่เจ้าแม่มาจู่แห่งหมู่บ้านไป๋ซาถุน” เป็นประเพณีพื้นบ้านที่มีความสำคัญระดับประเทศ ไม่เพียงเท่านั้นไต้หวันยังถือเป็นดินแดนศูนย์กลางแห่งความเชื่อเกี่ยวกับเจ้าแม่มาจู่ของโลกอีกด้วย

พิธีแห่งเจ้าแม่มาจู่ของศาลเจ้าก่งเทียนกง หมู่บ้านไป๋ซาถุน ตำบลทงเซียว เมืองเหมียวลี่ ถึงศาลเจ้าเฉาเทียนกง ตำบลเป่ยกั่ง เมืองหยุนหลิน โดยใช้วิธีเดินเท้าตลอดระยะทางทั้งหมดประมาณ 400 กว่ากิโลเมตร และไม่มีการกำหนดเส้นทางที่แน่นอนไว้ล่วงหน้า การหยุดพักหรือทิศทางของขบวนแห่จะขึ้นอยู่กับการบัญชาของเจ้าแม่ ด้วยเหตุจึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่เหล่าสานุศิษย์ต่างถิ่นที่จะได้ขอพรและปฏิสัมพันธ์กับเจ้าแม่มาจู่มากขึ้น
พิธีแห่งเจ้าแม่มาจู่ของหมู่บ้านไป๋ซาถุนในปี 2026 จะเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มพลังการคุ้มครองด้วยการแห่เจ้าแม่มาจู่ 3 องค์พร้อมกัน เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน ซึ่งจะเริ่มพิธีปักธงในเวลา 23:20 น. ของวันที่ 9 เมษายนนี้ สำหรับผู้ศรัทธาที่ต้องการประสบการณ์ร่วมขบวนแสวงบุญอย่างเต็มรูปแบบ ต้องไปสมัครลงทะเบียนที่ศาลเจ้าเท่านั้น โดยจะเปิดรับสมัครถึงวันที่ 9 เมษายนนี้ เวลา 18:00 น. โดยจะมีค่าธรรมเนียมการสมัครเริ่มตั้งแต่ 700 เหรียญขึ้นไป อีกทั้งผู้สมัครลงทะเบียนอย่างเป็นทางการจะสามารถเข้าร่วมพิธี “ลอดเกี้ยวเจ้าแม่” ได้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้สมัครลงทะเบียนจะสามารถทำได้เพียงเดินตามขบวนแห่หรือเฝ้าชมขบวนแห่อยู่ตามจุดต่างๆ โดยสามารถติดตามเส้นทางของขบวนแห่ได้แบบเรียลไทม์ผ่านระบบออนไลน์ ด้วยการดาวน์โหลดแอป “白沙屯GPS即時定位” หรือติดตามการถ่ายทอดบน Facebook “白沙屯拱天宮” และช่อง YouTube “白沙屯網路電視台”

ทั้งนี้การเดินทางไกลไปกับขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่อาจทำให้เกิดอาการ เช่น ปวดขาอย่างหนัก แผลพุพองที่เท้า ผิวไหม้แดด หรือฮีทสโตรก (ลมแดด) ได้ ดังนั้นหากระหว่างเดินทางรู้สึก เวียนหัว เหนื่อยล้ามาก หรืออ่อนแรง ห้ามฝืนเดินต่อเด็ดขาด และสามารถขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์อาสาหรือรถพยาบาลที่คอยให้บริการตลอดเส้นทางได้ทันที เพราะการดูแลร่างกายให้ดีและกลับบ้านอย่างปลอดภัย ถือเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าแม่มาจู่มากที่สุด
ถัดมาคือพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ที่ศาลเจ้าเจิ้นหลานกง เขตต้าเจี่ย นครไทจง โดยมีกำหนดการเคลื่อนขบวนแห่นอย่างเป็นทางการในคืนวันศุกร์ที่ 17 เมษายน เวลา 22:05 น. ซึ่งจิตวิญญาณหลักของการจาริกแสวงบุญในปีนี้มุ่งเน้นไปที่คำว่า "ความดี" โดยหวังว่าการเดินทางร่วมกันของผู้มีศรัทธานับหมื่นคนในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยขยายพลังบวกนี้ไปทั่วไต้หวัน เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม
.jpg_1140x855.jpg)
สำหรับพิธีแห่งครั้งนี้จะใช้เวลา 9 วัน 8 คืน โดบขบวนแห่จะเคลื่อนผ่านศาลเจ้าและวัดต่างๆ เกือบ 100 แห่ง ไปจนถึงศาลเจ้าเฟิ่งเทียนกง ตำบลซินกั่ง เมืองเจียอี้ ซึ่งการเดินทางแสวงบุญต้องเตรียมอุปกรณ์สำคัญอะไรบ้าง? เรามีมาแนะนำให้ทราบกัน
1. ธงแสวงบุญ (進香旗) เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่ต้องมี เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ศรัทธาที่ร่วมขบวน ก่อนออกเดินทางควรนำธงไป รายงานต่อเจ้าแม่มาจู่ เพื่อขอพรให้การเดินทางปีนี้ปลอดภัยและราบรื่น
2. รองเท้าเก่า + ถุงเท้าหนา คือสูตรสำเร็จ ห้ามใส่ รองเท้าใหม่ เดินทางไกล เพราะเสี่ยงต่อการเสียดสีจนเกิดแผลพุพอง รองเท้ากีฬาเก่าที่ใส่สบาย + แผ่นรองกันกระแทก + ถุงเท้าพื้นหนา เพื่อปกป้องเท้าให้ดีที่สุด
3. เสื้อผ้าระบายอากาศและอุปกรณ์กันทุกสภาพอากาศ ควรเลือก เสื้อผ้าระบายเหงื่อและแห้งเร็ว พร้อม เสื้อกันหนาวบาง ๆ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงง่าย และระหว่างทางมักมี การจุดประทัดต้อนรับ จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนแบบเบา อุปกรณ์กันแดด ผ้าขนหนูซับเหงื่อ หน้ากากอนามัยกันควันและฝุ่น
4. อุปกรณ์ประหยัดแรงขั้นสุด “รถเข็นเล็ก” การแบกกระเป๋านานๆ อาจทำให้ ไหล่และคอปวดมาก จึงสามารถใช้ รถเข็นแบบเบา สำหรับใส่กระเป๋า น้ำ และอาหารที่ได้รับระหว่างทาง ช่วยประหยัดแรงได้มาก
5. ไฟเตือนกลางคืนและพาวเวอร์แบงก์ ขบวนเจ้าแม่มักเดินทาง ช่วงดึกหรือเช้ามืด ควรติดไฟเตือนกระพริบและไฟฉาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย นอกจากนี้ระหว่างทาง แทบไม่มีที่ชาร์จไฟ จึงควรพก พาวเวอร์แบงก์ความจุสูง
6. ขวดน้ำรักษ์โลกและชุดช้อนส้อมส่วนตัวระหว่างทางจะมีวัดและผู้ศรัทธาจำนวนมากแจก อาหารเจเพื่อความเป็นสิริมงคล การพก ขวดน้ำและอุปกรณ์กินอาหารส่วนตัว จะช่วยให้สะอาดปลอดภัย และยังช่วยลดการใช้พลาสติกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
7. กระเป๋าฉุกเฉิน คือมีบัตรประชาชน/บัตรประกันสุขภาพ ยาสำหรับโรคประจำตัว ยาทาแก้ปวดเมื่อย และแผ่นปิดแผลพุพอง

นอกจากนี้เรายังมี 10 ข้อควรรู้ก่อนเข้าร่วมแห่เจ้าแม่มาจู่มาบอกเล่าให้ทราบกัน
1. ผู้ที่อยู่ในช่วงไว้อาลัยควรหลีกเลี่ยง: หากที่บ้านมีงานศพและยังไม่ครบ 1 ปี ตามความเชื่อดั้งเดิมแนะนำว่าไม่ควรสัมผัสกระถางธูป รูปเคารพ หรือเกี้ยวศักดิ์สิทธิ์
2. มือใหม่ควรสวมเสื้อผ้าใหม่: หากคุณเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ตามธรรมเนียมควรสวมเสื้อผ้าใหม่ทั้งชุด เพื่อแสดงถึงความเคารพสูงสุด
3. ระวังคำพูดและกิริยา: การเดินระยะไกลอาจทำให้เหนื่อยล้าจนหงุดหงิดง่าย แต่ระหว่างทางห้ามพูดคำหยาบคายเด็ดขาด หากมีการเบียดเสียดกันขอให้รักษาความสงบในใจ และพูดคำว่า "ขอโทษ ขอบคุณ รบกวนด้วย" ให้ติดปาก
4. สตรีมีครรภ์เลี่ยงการลอดเกี้ยว: แม้ทุกคนจะอยากได้รับพรจากเจ้าแม่มาจู่ แต่เนื่องจากฝูงชนหนาแน่นมาก เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็กในครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการลอดเกี้ยว
5. ห้ามนำของศักดิ์สิทธิ์เข้าห้องน้ำ: ผู้ที่พกธงนำทาง ผ้ายันต์ หรือสวมเสื้อกั๊กประจำงาน ห้ามใส่หรือพกสิ่งเหล่านี้เข้าไปในห้องน้ำหรือห้องอาบน้ำโดยเด็ดขาด เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าแม่มาจู่
6. ทานมังสวิรัติก่อนเริ่มงาน: ก่อนออกเดินทางแนะนำให้ชำระล้างร่างกายด้วยผงธูปหอม และเริ่มทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดตั้งแต่วันเคลื่อนขบวน จนกว่า "พิธีอวยพรวันเกิด" ที่วัดเฟิ่งเทียนกงจะเสร็จสิ้น จึงจะเริ่มทานเนื้อสัตว์ได้
7. กฎการลอดเกี้ยว: เมื่อเตรียมตัวลอดเกี้ยว ต้องถอดหมวกออกและย้ายเป้มาสะพายไว้ที่หน้าอก เมื่อหมอบลงแล้วห้ามลุกขึ้นกะทันหัน และห้ามเอื้อมมือไปสัมผัสตัวเกี้ยวโดยเด็ดขาด
8. เว้นระยะห่างที่เหมาะสม: เมื่อพบเกี้ยวศักดิ์สิทธิ์ระหว่างทาง โปรดเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่ขวางทางเดิน และห้ามเอื้อมมือไปแตะต้อง
9. บอกกล่าวเมื่อเริ่มและจบ: ไม่ว่าคุณจะตั้งใจเดินกี่วัน ก่อนจะกลับบ้าน อย่าลืมพนมมือบอกกล่าวต่อเจ้าแม่มาจู่เพื่อขอบคุณที่ท่านคอยคุ้มครองตลอดเส้นทาง
10. มีประจำเดือนเข้าร่วมได้