1. ลองใช้หรือยัง? แผนที่สถานพยาบาลช่วยให้คุณไม่ต้องกลัวการไปพบแพทย์ในไต้หวันอีกต่อไป แนะนำขั้นตอนการหาหมอและแปลภาษาแบบเรียลไทม์
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะสุขภาพก็มากตามไปด้วย และเนื่องจากสื่อสารภาษาจีนไม่ได้ บุคคลที่ต้องพึ่งพามากที่สุดได้แก่ล่าม แต่จำนวนล่ามไม่ได้เพิ่มขึ้นมากตามจำนวนแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะล่ามไทย เริ่มจากหลายปีก่อน ในขณะนั้นการท่องเที่ยวของไทยบูมมาก มีการลาออกจากบริษัทจัดหางานเพื่อกลับไทยไปทำงานเป็นไกด์จำนวนมาก บริษัทจัดหางานเปิดรับสมัคร แต่แทบไม่มีคนมาสมัครเหมือนในอดีต เป็นเหตุให้บริษัทจัดหางานขาดแคลนล่ามไทยเป็นอย่างมาก จำต้องจ้างล่ามฟรีแลนซ์หรือล่ามอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มาตั้งถิ่นฐานในไต้หวัน แต่ก็ไม่เพียงพออยู่ดี บางแห่งใช้ล่ามเวียดนามหรือล่ามอินโดนีเซียมาช่วย ส่งผลกระทบต่อการให้บริการดูแลแรงงานไทยอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากเวลาที่แรงงานไทยมีปัญหาอยากขอความช่วยเหลือ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญและเร่งด่วนจริง ๆ ล่ามจะบอกว่ากำลังยุ่งไม่ว่าง คนกำลังเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งไม่ได้ใช้ฟรี มีการจ่ายค่าบริการประจำทุกเดือน แต่ไม่ค่อยได้รับบริการเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่แรงงานไทย เรื่องอย่างอื่นพอทนได้ แต่หากไม่สบายมีอาการป่วยต้องการไปหาหมอ เจอคำตอบยังไม่ว่าง ทำให้เซ็งไปเลย และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แรงงานไทยบางคน หากอาการไม่หนักหนาสาหัสจริง จะใช้วิธีอดทนหรือหาซื้อยาสำเร็จรูปมากิน เพราะไม่สามารถไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลได้ อุปสรรคสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารกับพยาบาลและแพทย์ ที่ผ่านมา เราจึงแนะนำให้แรงงานไทยต้องเรียนรู้ภาษาจีน จะได้ช่วยตัวเองได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งจะช่วยทำให้สื่อสารกับนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาได้ ส่งผลให้เข้าใจคำสั่งการทำงาน ทำให้เสร็จสิ้นภารกิจหรือหน้าที่การงานตามที่นายจ้างมอบหมายได้อย่างราบรื่น แต่คนงานไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยถนัดหรืออยากเรียนรู้ภาษา ทำให้มีจำนวนมากที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาบุคคลอื่น โดยเฉพาะเรื่องการไปหาหมอ

เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน เพื่อช่วยขจัดความกังวลด้านภาษาและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้เปิดตัวแอปพลิเคชันแผนที่สถานพยาบาลใกล้ตัว มาตั้งแต่ปี 2567 โดยรวมคำแนะนำขั้นตอนในการไปพบแพทย์และแปลภาษาที่ใช้สื่อสารกับแพทย์หรือพยาบาลทางออนไลน์แบบเรียลไทม์หลากหลายภาษา รวมทั้งมีฉบับภาษาไทยด้วย เพื่อให้แรงงานต่างชาติสามารถค้นหาสถานพยาบาลใกล้ตัวและรู้ขั้นตอนการไปพบแพทย์ด้วยตนเองโดยไม่ต้องกังวลอุปสรรคด้านการสื่อสาร เพราะสามารถพิมพ์ภาษาไทยผ่านแอปและแปลออกมาเป็นภาษาจีนให้แพทย์และพยาบาลดูแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องพึ่งพาล่ามก็ได้

สำหรับวิธีใช้แอปพลิเคชันแผนที่สถานพยาบาลไม่ยุ่งยาก นอกจากค้นหาพิกัดคลินิกและสถานพยาบาลใกล้ตัว ทำให้รู้ข้อมูลการรักษา เช่นเวลาเปิดทำการและแผนกโรคที่เปิดให้บริการ ช่วยให้ค้นหาสถานพยาบาลที่เหมาะสมและไม่ต้องเสียเวลา เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการรักษาพยาบาล ยังรวมระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้ด้วย เช่น แนะนำขั้นตอนในการใช้บริการสถานพยาบาล ตั้งแต่ลงทะเบียน พบแพทย์ รับยา ข้อควรระวังในการรับการรักษาพยาบาล ฯลฯ ที่น่าสนใจมีระบบแปลภาษาไทยเป็นภาษาจีนออนไลน์แบบเรียลไทม์ แรงงานไทยเพียงแค่พิมพ์หรือพูดความประสงค์หรืออาการลงในแอป จะแปลเป็นข้อความภาษาจีนที่แม่นยำให้แพทย์หรือพยาบาลดูได้แบบเรียลไทม์ แก้ปัญหาสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติไม่ค่อยกล้าไปพบแพทย์หากไม่มีล่ามพาไป

ช่องทางการใช้งาน แรงงานไทยสามารถเข้าถึงแผนที่นี้ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยการเพิ่มเพื่อนบัญชีทางการของกระทรวงแรงงาน : ด้วยวิธีสแกน QRCode คลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc เมื่อเพิ่มเพื่อนแล้ว ให้เลือกเมนูแผนที่การพบแพทย์
ฟีเจอร์หลักและข้อมูลที่ช่วยให้แรงงานต่างชาติ “ไม่ต้องกลัว” การหาหมอ แผนที่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหลัก ๆ ที่แรงงานต่างชาติมักเผชิญ ได้แก่ :
1. ค้นหาสถานพยาบาลใกล้ตัว: ระบบจะแสดงรายชื่อคลินิกและโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ตำแหน่งปัจจุบัน พร้อมรายละเอียดเวลาทำการ และประเภทการรักษา
2. ฟังก์ชันแปลภาษาแบบเรียลไทม์: มีระบบแปลภาษาในตัวที่ช่วยให้แรงงานสามารถสื่อสารอาการเบื้องต้นกับพยาบาลและแพทย์ได้ผ่านหน้าจอมือถือ
3. ระบบล่าม 3 สาย : หากการสื่อสารด้วยข้อความไม่เพียงพอ สามารถกดปุ่มโทรออกจากในแอปเพื่อเชื่อมต่อกับสายด่วน 1955 ซึ่งจะมีล่ามช่วยแปลภาษาแบบ 3 สาย ระหว่างแรงงาน ล่าม และหมอฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

4. รองรับหลายภาษา: ระบบรองรับทั้งภาษาไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ (อังกฤษ) ทำให้แรงงานต่างชาติเข้าถึงข้อมูลในภาษาแม่ของตนเองได้ทันที
5. สิทธิประกันสุขภาพ: แรงงานต่างชาติที่ทำงานถูกกฎหมายในไต้หวันมีสิทธิได้รับบัตรประกันสุขภาพทุกคน ซึ่งสามารถใช้รับบริการทางการแพทย์ได้เหมือนชาวไต้หวัน โดยเสียค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ 150-400 เหรียญ ตามแต่ระดับของสถานพยาบาล
6. มีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูง: การไปพบแพทย์ในสถานพยาบาลที่ระบบแนะนำ จะช่วยให้แรงงานมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมตามมาตรฐาน และลดความกังวลเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาด

ตัวอย่างบัตรประกันสุขภาพของไต้หวัน
ระบบนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของไต้หวันในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานต่างชาติ ให้รู้สึกอุ่นใจและกล้าไปพบแพทย์เมื่อเจ็บป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามเพียงเพราะความกลัวหรืออุปสรรคด้านภาษา
2. แรงงานผิดกฎหมายพุ่งแตะ 9.5 หมื่นคน เพิ่มเกือบเท่าตัวใน 5 ปี หวั่นปม “เด็กไร้สัญชาติ” กลายเป็นกลุ่มเปราะบางที่ถูกลืม
ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน เผยว่า ณ สิ้นปี 2568 จำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างและกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายพุ่งสูงถึง 94,542 คน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 49,334 คนในปี 2563 ในจำนวนนี้ราว 41% หรือกว่า 38,000 คนเป็นแรงงานหญิง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังซ่อนวิกฤตที่ลึกกว่านั้น เมื่อองค์กรภาคประชาสังคมชี้ให้เห็นว่าเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ คือชีวิตของ "เด็กไร้สัญชาติ" จำนวนมากที่กำลังเผชิญวิกฤตด้านสิทธิขั้นพื้นฐานและการดำรงชีวิต

สมาคมบ้านปรองดอง (Harmony Home Association) ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของแรงงานผิดกฎหมายย่อมหมายถึงเด็กจำนวนไม่น้อยที่เกิดและเติบโตในสภาพไร้สถานะทางกฎหมาย ขาดทั้งสวัสดิการและการดูแลขั้นพื้นฐาน เด็กเกิดใหม่จากกลุ่มแรงงานเหล่านี้ที่มีการลงทะเบียนแล้วมีกว่า 850 คน แต่คาดว่ายังมีอีกมากถึง 1-2 เท่าที่ไม่อยู่ในระบบ เนื่องจากพ่อแม่ไม่รู้หรือไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ เด็กกลุ่มนี้ไม่มีสัญชาติ เข้าไม่ถึงระบบประกันสุขภาพ และเมื่อเจ็บป่วยก็ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ตำรวตตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายจำนวน 7 คน พร้อมเด็กน้อยวัย 1 ขวบ (ภาพจาก ctwant.com)
ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อแม่หลายรายที่คลอดในสถานพยาบาลต้องแอบหนีทิ้งลูกไว้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าคลอดและไม่สามารถเลี้ยงดูต่อได้ โรงพยาบาลซึ่งไม่อาจรับภาระดูแลเด็กเหล่านี้ได้ จึงต้องแจ้งหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ท้องถิ่น เพื่อส่งต่อไปยังสถานสงเคราะห์เด็กของรัฐ หรือองค์กรการกุศลเอกชน อย่างสมาคมบ้านปรองดอง (台灣關愛之家協會) ซึ่งดูแลทั้งเด็กติดเชื้อเอดส์และเด็กไร้สัญชาติ

ปัจจุบันสมาคมบ้านปรองดองดูแลเด็กไร้สัญชาติอยู่กว่า 130 คน และกำลังผลักดัน "โครงการดูแลเด็กเต็มวันโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ" เพื่อให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง (ภาพจาก Harmony Home Association)
ขณะที่เด็กอีกจำนวนมากต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนอยู่กับแม่ตามป่าเขาซึ่งเป็นแหล่งพักพิงของแรงงานผิดกฎหมาย ห่างไกลจากสถานพยาบาลและไม่กล้าเข้ารับการรักษา ส่งผลให้เด็กแรกเกิดจำนวนมากมีสุขภาพย่ำแย่ บางรายอายุถึง 8 เดือนแล้วยังมีน้ำหนักไม่ถึง 5 กิโลกรัม เทียบกับเด็กทั่วไปในวัยเดียวกันที่ควรมีน้ำหนักราว 10 กิโลกรัม
หยางเจี๋ยอวี๋ (楊婕妤) ผู้ก่อตั้งสมาคมบ้านปรองดองรองรับเด็กไร้สัญชาติจำนวนมากและต้องแบกรับภาระอย่างหนัก (ภาพจาก tvbs.com.tw)
หนึ่งในกรณีที่สะท้อนปัญหาได้ชัดเจนคือ "น้องไห่จวิน" (นามสมมุติ) เด็กชายชาวอินโดนีเซียวัย 3 ขวบ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฯ แม่ของเขาตั้งครรภ์ในช่วงที่บิดาถูกส่งกลับประเทศแล้ว และในฐานะแรงงานผิดกฎหมาย เธอยังต้องแบกภาระดูแลพ่อแม่สูงวัยในอินโดนีเซียอีกด้วย ทำให้ต้องเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก

ปัจจุบันสมาคมบ้านปรองดองดูแลเด็กไร้สัญชาติอยู่กว่า 130 คน และกำลังผลักดัน "โครงการดูแลเด็กเต็มวันโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ" เพื่อให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง (ภาพจาก gvm.com.tw)
โชคดีที่เธอได้รับการแนะนำให้ติดต่อสมาคมบ้านปรองดอง จึงสามารถเข้ารับการฝากครรภ์อย่างปลอดภัยและมีสถานที่เตรียมคลอดที่เหมาะสม หลังคลอดยังได้รับการสนับสนุนด้านการเลี้ยงดูแบบเต็มวัน น้องไห่จวินจึงเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความเอาใจใส่ พลิกชะตาจากเด็กที่เกือบต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในมุมมืดของสังคม กลายเป็นเด็กชายร่าเริงที่มีพัฒนาการสมวัย
เฝิงอีฝาน รองประธานสมาคมฯ ชี้ให้เห็นว่า การที่จำนวนแรงงานผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นจาก 49,000 คนเป็นเกือบ 95,000 คนในช่วง 5 ปี ย่อมหมายความว่าจะมีเด็กอีกจำนวนมากที่ต้องเผชิญความเสี่ยงเช่นเดียวกับไห่จวิน ด้านหยางเจี๋ยอวี๋ ผู้ก่อตั้งสมาคมฯ ย้ำจุดยืนว่า เด็กคือปัจเจกบุคคลที่ไม่ควรถูกลงโทษจากสถานะของพ่อแม่

ปัจจุบันสมาคมบ้านปรองดองดูแลเด็กไร้สัญชาติอยู่กว่า 130 คน และกำลังผลักดัน "โครงการดูแลเด็กเต็มวันโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ" เพื่อให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง (ภาพจาก gvm.com.tw)
ปัจจุบันสมาคมบ้านปรองดองดูแลเด็กไร้สัญชาติอยู่กว่า 130 คน และกำลังผลักดัน "โครงการดูแลเด็กเต็มวันโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ" เพื่อให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากค่าอาหารและค่าใช้จ่ายประจำวันแล้ว สมาคมยังต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลของเด็กป่วยหนักอีกด้วย สมาคมจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน เพื่อสร้างเครือข่ายคุ้มครองและจัดสรรทรัพยากรให้แก่เด็กชายขอบที่ถูกลืมเหล่านี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมฯ หรือโทร 02-2738-9600 ต่อ 18

น้องไห่จวิน เด็กชายชาวอินโดนีเซียวัย 3 ขวบ ภายใต้การดูแลของสมาคมบ้านปรองดอง เป็นพรีเซนเตอร์ในโครงการดูแลเด็กเต็มวันโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ (ภาพจาก Harmony Home Association)
กระทรวงแรงงานระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษามาตรการของต่างประเทศ เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการคุ้มครองสิทธิด้านการตั้งครรภ์ของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน โดยจะเปิดรับฟังความเห็นจากองค์กรภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งแรงงานที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน
3. มิตรภาพไร้พรมแดน! แรงงานไทยขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวช่วงวันหยุด น้ำมันหมดกลางภูเขา ตำรวจอี๋หลานรุดช่วยจนเดินทางปลอดภัย
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจขึ้นบริเวณลานจอดรถหน้าโรงแรมหมิงฉือซานจวง บนเส้นทางหลวงสายเหนือ ตำบลต้าถง เมืองอี๋หลาน เมื่อแรงงานไทยอายุ 35 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์เที่ยวชมพื้นที่ภูเขาแล้วพบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้หมด เกรงว่าจะติดค้างอยู่กลางดอย จึงโทรแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 110 เมื่อเวลาประมาณ 07.15 น.

สถานีตำรวจซานซิงรับแจ้งเหตุและประสานให้สถานีตำรวจหมิงฉือส่งเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุทันที จากการสอบถามทราบว่าแรงงานไทยรายดังกล่าวทำงานอยู่ที่นครเถาหยวน และใช้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนขับขี่รถจักรยานยนต์ท่องเที่ยว โดยออกเดินทางจากเถาหยวนตามเส้นทางหลวงไต้หวันหมายเลข 7 หรือสายเป่ยเหิง มุ่งหน้าสู่แหล่งท่องเที่ยวหมิงฉือในอี๋หลาน แต่เมื่อถึงบริเวณโรงแรมหมิงฉือซานจวงกลับพบว่าน้ำมันเกือบหมดถัง ด้วยความกังวลเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนและเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขา จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

แรงงานไทยจากเถาหยวนขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวช่วงวันหยุด น้ำมันหมดกลางภูเขา ตำรวจอี๋หลานรุดช่วยจนเดินทางปลอดภัย (ภาพจาก more-news.com)
เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์แล้วประสานงานกับพนักงานโรงแรมหมิงฉือซานจวงเพื่อจัดหาน้ำมันมาเติมให้จนเพียงพอต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย นอกจากจะให้ความช่วยเหลือด้านน้ำมันแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้พูดคุยแนะนำด้วยความห่วงใย โดยกำชับให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งการยื่นมือเข้าช่วยอย่างทันท่วงทีในครั้งนี้ สร้างความซาบซึ้งใจให้กับแรงงานไทยคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันอย่างจริงใจ

ทิวทัศน์สวยงามของทะเลสาบหมิงฉือ ตั้งอยู่บนเขาสูงระดับ 1,150-1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในตำบลต้าถง เมืองอี๋หลาน (ภาพจาก ETtoday)
สถานีตำรวจซานซิงฝากเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนสภาพอากาศในพื้นที่ภูเขามักแปรปรวนและการจราจรมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรตรวจสภาพยานพาหนะและเช็กปริมาณน้ำมันให้พร้อมก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องระหว่างทางที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยและแผนการท่องเที่ยว

ทิวทัศน์สวยงามของทะเลสาบหมิงฉือ ตั้งอยู่บนเขาสูงระดับ 1,150-1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในตำบลต้าถง เมืองอี๋หลาน (ภาพจาก ETtoday)
ทั้งนี้ ทะเลสาบหมิงฉือเป็นทะเลสาบที่อยู่บนที่สูงระดับ 1,150-1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในตำบลต้าถง เมืองอี๋หลาน ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งพักผ่อนหน้าร้อนยอดนิยมของภาคเหนือไต้หวัน และเป็นจุดไฮไลต์บนเส้นทางหลวงสายเหนือที่ตัดขวางเกาะ นอกจากทิวทัศน์ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีสัตว์นานาชนิดให้ชม ทั้งหงส์ดำ เป็ดแมนดาริน เป็ดมาลลาร์ดหรือเป็ดหัวเขียว ผีเสื้อ และกระรอก ฯลฯ