คุณด่าวถีเวย (Dao Thi Que) ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากเวียดนามเปิด "บ้านหนังสือนิทานเวียดนาม" (越南故事書屋) ที่โฮสเทลของครอบครัวสามีในเมืองฮัวเหลียน และเปิดสอนภาษาเวียดนามฟรี ให้แก่ลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของแม่ๆ และยังช่วยให้เหล่าแม่ๆได้มาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตในไต้หวันของกันและกัน ช่วยคลายความคิดถึงบ้านไปในตัว
ในช่วงบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ "บ้านหนังสือนิทานเวียดนาม" ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฮัวเหลียน จะคึกคักไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบนผนังห้องเรียนมีภาพของโฮจิมินห์ บิดาประชาชาติเวียดนามแขวนอยู่ พร้อมกับข้อความ ภาษาเวียดนาม 6 คำ ที่เขียนว่า “Tiên học lễ, hậu học văn” ซึ่งมีความหมายว่า “จงศึกษามารยาทก่อนศึกษาวิชาความรู้” เด็กๆ เรียนรู้ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมจากประเทศบ้านเกิดของแม่ มีเกมส์สนุกๆให้เล่น หลังเลิกเรียน ทุกคนก็จะรับประทานอาหารเย็นแสนอร่อยก่อนเดินทางกลับบ้าน

คุณด่าวถีเวย (Dao Thi Que) ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากเวียดนาม เจ้าของ "บ้านหนังสือนิทานเวียดนาม" เมืองฮัวเหลียน (ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลนโยบายมุ่งใต้ใหม่)
คุณด่าวถีเวยกล่าวว่า บ้านนิทานแห่งนี้เปิดดำเนินการมานานกว่าสี่ (8)ปีแล้ว คาดว่ามีครอบครัวได้รับประโยชน์หลายสิบครอบครัว โดยแต่ละครั้งจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 40 คนซึ่งรวมถึงครู เด็ก และผู้ปกครอง ในช่วง 2 ปีของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บ้านนิทานได้ใช้วิธีการสอนออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มสูงขึ้น เพราะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วม นอกจากเด็กๆจากฮัวเหลียนแล้ว ยังมีเด็กๆจาก ไทเป เจียอี้ และพื้นที่อื่นๆ เข้าร่วมเรียนออนไลน์ด้วย
เธอเชื่อว่าการเรียนภาษาที่ดีที่สุดคือการเรียนแบบพบหน้ากัน ดังนั้นเธอจึงสนับสนุนให้เด็กๆ มาพบปะและโต้ตอบกับครูด้วยตนเอง ทุกสุดสัปดาห์ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 19.00 น. ผู้ปกครองสามารถส่งลูกๆ มาเรียนที่บ้านนิทานได้อย่างวางใจ ซึ่งช่วงเวลานี้ยังช่วยให้คุณแม่ได้พักผ่อนไปในตัวอีกด้วย

บ้านหนังสือนิทานเวียดนาม ที่เมืองฮัวเหลียน เปิดสอนภาษาเวียดนามให้แก่ลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ฟรี (ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลนโยบายมุ่งใต้ใหม่)
คุณด่าวถีเวยกล่าวว่า เงินทุนสำหรับอาหารเย็นของเด็กๆ มาจากมูลนิธิสมาคมสวัสดิภาพเด็ก ซึ่งให้การสนับสนุนค่าวิทยากร ค่าอาหาร และอุปกรณ์การเรียน นอกจากนี้ สมาคมแลกเปลี่ยนชุมชนหนิวหลี่ในตำบลโซ่วเฟิงก็เป็นผู้สนับสนุนที่ให้ความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ โดยมาช่วยสอนทักษะศิลปะ และวิชาคอมพิวเตอร์ให้แก่พี่น้องผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

หนังสือนิทานภาษาเวียดนาม ให้ลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากเวียดนามได้ศึกษาภาษาและวัฒนธรรมของแม่ (ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลนโยบายมุ่งใต้ใหม่)
คุณด่าวถีเว่ย กล่าวว่า ในอดีตข้อมูลสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีน้อยมาก แต่ในปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และศูนย์บริการครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานของเมืองฮัวเหลียน ได้จัดให้มีหลักสูตรที่เป็นประโยชน์และมีช่องทางให้คำปรึกษาที่เข้าถึงง่ายขึ้น เธอยังกล่าวชื่นชมว่า ไต้หวันเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ผู้คนมีน้ำใจ เป็นสังคมที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูง ปัจจุบัน นอกจากจะดำเนินกิจการโฮมสเตย์และ “บ้านหนังสือนิทานเวียดนาม” แล้ว เธอยังเป็นล่ามในศาลอีกด้วย
ในปี 2025 ช่วงที่ฮัวเหลียนเกินเหตุเขื่อนดินลำน้ำหม่าไท่อันพังถล่ม คุณด่าวถีเวยได้ระดมพี่น้องผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไปเป็นอาสาสมัครในพื้นที่ประสบภัยทันที ทั้งช่วยเคลียร์โคลน ช่วยผู้สูงอายุทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงช่วยแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ พวกเธอเป็นอาสาสมัครช่วยเหลืออยู่นานกว่าสิบวัน เมื่อไม่นานมานี้ เธอได้ทราบว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่ประสบภัยที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร ร้านขายของชำเตรียมกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้ง หากพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ พวกเธอทุกคนก็พร้อมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

คุณด่าวถีเวยและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือเหตุเขื่อนดินลำน้ำหม่าไท่อันพังถล่ม (ภาพจาก CNA)
เรื่องราวของคุณด่าวถีเว่ยไม่ได้เป็นเพียงภาพของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่คนหนึ่ง หากแต่สะท้อนถึงพลังของ “การให้” ที่ไร้พรมแดน เมื่อหัวใจเลือกจะหยิบยื่นความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะมาจากที่ใด ก็สามารถกลายเป็นพลังเล็ก ๆ ที่หล่อหลอมสังคมให้อบอุ่นและเข้มแข็งยิ่งขึ้น