Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 8 เมษายน 2569

ระวังภัย "AI Deepfake" หลอกตาลวงใจ แนะเทคนิคป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อการปลอมแปลงใบหน้าและเสียงคนใกล้ชิด
ระวังภัย "AI Deepfake" หลอกตาลวงใจ แนะเทคนิคป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อการปลอมแปลงใบหน้าและเสียงคนใกล้ชิด

1. ระวังภัย "AI Deepfake" หลอกตาลวงใจ แนะเทคนิคป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อการปลอมแปลงใบหน้าและเสียงคนใกล้ชิด

      ปัจจุบัน แค่เห็นหน้าหรือได้ยินเสียงในวิดีโออาจไม่ใช่ของจริงเสมอไป เทคโนโลยี Deepfake เครื่องมือสุดไฮเทคที่หลาย ๆ คนเคยนำมาใช้เล่นกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสนุกสนาน กำลังกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบมิจฉาชีพออนไลน์ที่อันตราย โดยใช้เทคนิคปลอมแปลงใบหน้าและเสียง อย่าง Swap Face AI ปลอมแปลงบุคคล บิดเบือนความจริง และหลอกลวงเหยื่ออย่างแนบเนียนโดยที่ไม่ทันรู้ตัว กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ของสำนักงานตำรวจไต้หวัน และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ห่วงใยแรงงานไทยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ใช้กลลวงทันสมัย

      Deepfake เป็นเทคโนโลยี AI ที่ใช้การเรียนรู้เชิงลึกผสมกับเทคนิคการปลอมแปลงข้อมูลเพื่อสร้างภาพ เสียง หรือวิดีโอที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวของมนุษย์ที่สมจริง เทคโนโลยี AI Deepfake นี้สามารถสร้างภาพใบหน้าหรือเสียงของบุคคลที่ดูเหมือนจริงได้จนแยกไม่ออก ซึ่งความล้ำหน้าของ Deepfake ทำให้มันถูกนำมาใช้ในวงการบันเทิงและการสร้างสรรค์คอนเทนต์มากมาย แต่ในทางกลับกันก็มีการนำ AI Deepfake ไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการหลอกลวงเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ Deepfake จึงกลายเป็นกลโกงมิจฉาชีพที่ควรเฝ้าระมัดระวัง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ไม่ดีและก่อให้เกิดความเสียหาย แล้วเราจะมีวิธีป้องกันอย่างไร?

1) ระวัง! กลลวงใหม่มิจฉาชีพ ใช้ AI สร้างคนดังเหมือนจริงหรือลวงเราด้วยหน้า-เสียงของคนใกล้ตัว

      แม้แต่พระเอกชื่อดังคนโปรดก็อาจปรากฏตัวในวิดีโอคอลหาคุณได้ ไม่ต้องแปลใจ! ความจริงแล้วนั่นอาจเป็นฝีมือของมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยี AI Deepfake เพื่อปลอมแปลงใบหน้า หรือ AI Voice เพื่อเลียนเสียงบุคคลให้เหมือนจริง เพื่อล่อลวงให้คุณโอนเงิน ขอรหัสยืนยัน หรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:

      - ตั้งสติและพิจารณาอย่างรอบคอบ: หากบุคคลในวิดีโอคอลมีลักษณะคล้ายคนที่คุณรู้จักหรือผู้มีชื่อเสียง แต่กลับร้องขอให้โอนเงิน ขอรหัสผ่าน หรือข้อมูลลับ โปรดตั้งคำถามว่าเป็นไปได้จริงหรือ?

      - ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด: หากได้รับการติดต่อจากผู้ที่อ้างว่าเป็นญาติมิตรหรือเจ้าหน้าที่รัฐผ่านวิดีโอ/เสียง ให้ลองติดต่อกลับผ่านช่องทางอื่นที่คุณมั่นใจ (เช่น เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว หรือการพบหน้า) ห้ามปักใจเชื่อเพียงสิ่งที่เห็นหรือได้ยินในทันที

      - หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล: อย่าชะล่าใจเพียงเพราะภาพและเสียงดูสมจริง ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน รหัส OTP (One-Time Password) หรือรหัสผ่านที่ใช้งานได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวเลข 6 หลัก ส่งผ่าน SMS หรืออีเมล เพื่อยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมออนไลน์ เข้าสู่ระบบ หรือเปลี่ยนรหัสผ่าน มีอายุการใช้งานสั้นมาก เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ห้ามบอก OTP แก่ผู้อื่นเด็ดขาดเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ

2) เตือนภัย! การโจรกรรมบัญชี LINE เพื่อขอยืมเงิน หรือหลอกลวงเงินจากคุณ

      มีแรงงานไทยที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้ที่สร้างคอนเทนต์สร้างสรรค์เพื่อโน้มน้าวใจหรือดึงดูดผู้ติดตามให้คล้อยตาม ทั้งที่เป็นมือสมัครเล่นและมืออาชีพ เมื่อมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหรือไว้ใจของผู้ติดตาม มักจะถูกมิจฉาชีพแฮกหรือสวมรอยบัญชี LINE เพื่อทักไปขอยืมเงิน ขอรหัสยืนยันเพื่อหลอกลวงเงิน วลีเด็ดที่มิจฉาชีพมักใช้:

      - มือถือเสีย ช่วยรับรหัสยืนยันให้หน่อยได้ไหม?"

      - "มีเรื่องด่วนมาก ขอยืมเงินก่อนได้ไหม?

      - นี่คือบัญชีใหม่ของฉัน บัญชีเก่าเข้าไม่ได้แล้ว

      - ช่วยกดโหวต / กรอกข้อมูลให้หน่อย ตามลิงก์นี้เลย

      - อ้างว่าให้บริการโอนเงินกลับบ้านในอัตราแลกเปลี่ยนที่ดี เมื่อโอนเงินไปแล้ว เงินไม่ถึงบ้าน ตามจากอินฟลูเอนเซอร์ที่ติดตามจึงพบว่า ถูกหลอกเสียแล้ว

      ข้อควรระวัง: เมื่อใดที่คุณให้รหัสยืนยัน คลิกลิงก์แปลกปลอม หรือกรอกรหัสผ่าน บัญชี LINE ของคุณอาจถูกขโมยทันที และมิจฉาชีพจะใช้ชื่อของคุณไปหลอกลวงผู้อื่นต่อ และอย่าโอนเงินผ่านใครก็ตามที่ไม่ใช่ผู้ให้บริการธุรกรรมโอนเงินจากรัฐบาล

3) 4 กฎเหล็กป้องกันการถูกโกง

      1. รหัสยืนยัน (OTP) คือกุญแจสำคัญ: ห้ามมอบให้ผู้อื่นโดยเด็ดขาด

      2. ตรวจสอบก่อนโอน: หากเพื่อนทักมาขอยืมเงิน ต้องโทรศัพท์ไปยืนยันหรือสอบถามต่อหน้าก่อนเสมอ

      3. ไม่คลิก ไม่กรอก: หลีกเลี่ยงลิงก์ที่ไม่รู้จัก และไม่กรอกรหัสผ่านในหน้าเว็บที่น่าสงสัย

      4. ยกระดับความปลอดภัย: เปิดใช้งาน "การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน" (Two-Step Verification) ในแอปพลิเคชัน LINE

หากสงสัยว่าบัญชีถูกโจรกรรมหรือพบความผิดปกติ:

      - รีบแจ้งรายงานปัญหาผ่านช่องทางทางการของ LINE ทันที

      - แจ้งเตือนเครือญาติและเพื่อนฝูงให้ระงับการโอนเงิน

      - ติดต่อสายด่วนป้องกันการฉ้อโกง (165 สำหรับไต้หวัน หรือ 1441 สำหรับประเทศไทย) เพื่อขอคำปรึกษาและแจ้งเหตุ

2. ศาลไถหนานสั่งจำคุกนายหน้าและนายจ้างแสวงหากำไรจากแรงงานผิดกฎหมายผ่านสื่อออนไลน์ ย้ำเดินหน้ากวาดล้างขบวนการลักลอบจ้างงานต่างชาติผิดกฎหมาย

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนานได้รับแจ้งเบาะแสและเข้าตรวจสอบเขตก่อสร้างในพื้นที่กวนเมี่ยว จนสามารถจับกุมแรงงานชาวอินโดนีเซียผิดกฎหมายได้ 4 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการเบื้องหลัง และพบเครือข่ายนายหน้าและนายจ้างที่สมรู้ร่วมคิดกระทำผิดกฎหมาย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนานบุกจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย พร้อมนายจ้างและนายหน้าที่ประกาศรับสมัครการทำงานอย่างผิดกฎหมายผ่าน FB (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)

      จากการสืบสวนพบว่า นายหาน นายหน้าชาวไต้หวัน ใช้ Facebook ประกาศรับสมัครคนงานชั่วคราวเพื่อจัดหาแรงงานต่างชาติให้ทำงานโดยผิดกฎหมาย โดยหักหัวคิวจากรายได้ของแรงงานเป็นกำไรส่วนตัว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน (Employment Service Act) ฐานเป็นนายหน้าจัดหาแรงงานต่างชาติให้ทำงานกับผู้อื่นโดยผิดกฎหมายเพื่อแสวงหากำไร ซึ่งล่าสุดศาลท้องถิ่นไถหนานมีคำพิพากษาจำคุกนายหานเป็นเวลา 3 เดือน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนานบุกจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย พร้อมนายจ้างและนายหน้าที่ประกาศรับสมัครการทำงานอย่างผิดกฎหมายผ่าน FB (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนานเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากนายหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังดำเนินคดีกับนายจั๋ว นายจ้างชาวไต้หวัน ซึ่งเคยถูกลงโทษและปรับเงินจากการจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมาแล้วในปี 2564 ทว่านายจั๋วไม่ยอมรับบทเรียน และกลับมากระทำผิดซ้ำภายในเวลาเพียง 5 ปี โดยในครั้งนี้ได้จ้างแรงงานผิดกฎหมายทั้ง 4 ราย ให้ทำงานผูกเหล็กเส้นในค่าแรงวันละ 2,000 เหรียญไต้หวัน สมรู้ร่วมคิดกับนายหานซึ่งได้รับค่าตอบแทน 200 เหรียญไต้หวันต่อหัวต่อวันจากการจัดหาแรงงาน ศาลจึงมีคำพิพากษาจำคุกนายจั๋วเป็นเวลา 2 เดือน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนานบุกจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย พร้อมนายจ้างและนายหน้าที่ประกาศรับสมัครการทำงานอย่างผิดกฎหมายผ่าน FB (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)

      นายหวงจ้งเจี๋ย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนาน ฝากเตือนแรงงานต่างชาติว่า การทำงานทุกประเภทต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น หากทำงานนอกเหนือขอบเขตที่ได้รับอนุญาต นอกจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงถูกนายหน้าเอารัดเอาเปรียบและหักค่าแรงอย่างไม่เป็นธรรมอีกด้วย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนานบุกจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย พร้อมนายจ้างและนายหน้าที่ประกาศรับสมัครการทำงานอย่างผิดกฎหมายผ่าน FB (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันความมุ่งมั่นในการกวาดล้างขบวนการนายหน้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย และหากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนาน โทร. (06) 581-3019 เพื่อร่วมกันขจัดขบวนการผิดกฎหมายให้หมดสิ้น

3. รวบคู่หูแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย เมาแล้วขับบุกโรงพักหวังรับโทรศัพท์คืน ตำรวจเผยเป็น "ผลงานที่เดินมาส่งให้ถึงที่"

      หลังจากแรงงานไทยดื่มสุราแล้วขี่จักรยานไฟฟ้าไปเยี่ยมเพื่อนที่สถานีตำรวจหลูจู๋ในเถาหยวนถูกจับและปรับเงิน 150,000 เหรียญ ช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เกิดอีกหนึ่งเหตุการณ์สุดเหลือเชื่อ แรงงานชาวเวียดนามสองรายซึ่งหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายนานหลายปี ขี่รถจักรยานยนต์ในสภาพที่มึนเมาตรงดิ่งไปยังสถานีตำรวจต้าเจี่ย นครไทจง เพียงเพื่อไปรับโทรศัพท์มือถือคืน หลังมีพลเมืองดีเก็บได้และนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ เดิมทีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจจะส่งคืนทรัพย์สินให้อย่างเต็มใจ แต่ทันทีที่แรงงานทั้งสองเดินเข้าสถานีตำรวจ กลิ่นแอลกอฮอล์ก็โชยปะทะจมูกจนเจ้าหน้าที่จนอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า "นี่คือผลงานการจับกุมที่ผู้ต้องหาเดินเข้ามาหาเองของปีนี้!"

      เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากพลเมืองดีรายหนึ่งเก็บโทรศัพท์มือถือได้แล้วนำส่งสถานีตำรวจต้าเจี่ย ต่อมานายเหงียน แรงงานชาวเวียดนามผิดกฎหมายวัย 32 ปี โทรศัพท์เข้ามายังสถานีเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ ก่อนรีบเดินทางมารับด้วยตนเองโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ซ้ำยังขี่รถจักรยานยนต์พาเพื่อนร่วมชาติวัย 27 ปี ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมายเช่นกันซ้อนท้ายมาด้วย ทั้งคู่ขับขี่รถส่ายไปมาตลอดทางในสภาพเมาสุรา ทันทีที่ก้าวเข้าสู่สถานี บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งโชยออกมา จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า "นี่กำลังท้าทายเจ้าหน้าที่ หรือตั้งใจเข้ามามอบตัวกันแน่?"

สองแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย เมาแล้วขับไปรับคืนโทรศัพท์ที่หายและมีคนเก็บได้นำไปมอบที่สถานีตำรวจ (ภาพจากกล้องวงจรปิดสถานีตำรวจต้าเจี่ย ไทจง) 

      เจ้าหน้าที่เวรจึงดำเนินการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ทันที ผลปรากฏว่านายเหงียนมีปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.59 มิลลิกรัมต่อลิตร เกินกว่ามาตรฐานตามกฎหมายกว่าสองเท่า ที่ทำให้ตำรวจตะลึงยิ่งกว่านั้น คือทั้งสองคนเป็นแรงงานหลบหนีที่อาศัยอยู่ในไต้หวันมานานหลายปี เดิมทีคิดเพียงว่ามารับโทรศัพท์คืน แต่ผลลัพธ์กลับพลิกผัน ไม่เพียงโทรศัพท์ถูกยึดไว้และรถจักรยานยนต์ถูกลากจูงไปเก็บเท่านั้น สถานะผิดกฎหมายที่ปิดบังมานานหลายปีก็แตกออกเพราะฤทธิ์สุราในคืนนั้น

      เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเหตุการณ์ลักษณะ "ส่งผลงานให้ถึงที่" เช่นนี้ โดยนายเหงียนถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐานเป็นภัยต่อสาธารณะ และถูกส่งตัวไปยังสำนักงานอัยการไทจง ส่วนนายซู ผู้โดยสารซ้อนท้าย แม้ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ แต่เนื่องจากไม่ยับยั้งเพื่อน รวมถึงมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงถูกส่งตัวไปยังสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      สถานีตำรวจต้าเจี่ยย้ำเตือนว่า เจ้าหน้าที่ยึดมั่นในนโยบายไม่ยอมรับพฤติกรรมเมาแล้วขับอย่างเด็ดขาด และขอเรียกร้องให้ประชาชนอย่าเห็นแก่ความสะดวกชั่วครั้งชั่วคราว จนพลาดก้าวล้ำเส้นกฎหมายโดยไม่รู้ตัวเช่นนี้

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解