Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 เมษายน 2569

ไขปัญหาแรงงาน เตือนให้ระวังความปลอดภัยในการข้ามถนน ห้ามเดินฝ่าไฟแดงเด็ดขาด แม้ไม่มีรถ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 เหรียญ
ไขปัญหาแรงงาน เตือนให้ระวังความปลอดภัยในการข้ามถนน ห้ามเดินฝ่าไฟแดงเด็ดขาด แม้ไม่มีรถ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 เหรียญ

1. เตือนให้ระวังความปลอดภัยในการข้ามถนน ห้ามเดินฝ่าไฟแดงเด็ดขาด แม้ไม่มีรถ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 เหรียญ

      ก่อนหน้านี้ เคยประชาสัมพันธ์เรื่องการข้ามถนนบนทางม้าลาย สัปดาห์นี้ ย้ำเตือนอีกครั้ง ต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรอย่างเคร่งครัด ห้ามเดินฝ่าไฟแดงเด็ดขาดแม้ไม่มีรถ ระวังโทษปรับ 500 เหรียญ แม้ค่าปรับอาจไม่สูงมากนัก แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ทัศนวิสัยไม่ดีทำให้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดได้ง่าย คนขับรถอาจเบรกไม่ทันทำให้เกิดการชนต่อเนื่องได้ และหากเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทของคนเดินเท้า อาจต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา

      ข้อควรปฏิบัติสำคัญในการข้ามถนนในไต้หวัน :

      - ข้ามถนนที่ทางม้าลายเสมอ ห้ามเดินตัดหน้ารถหรือข้ามถนนนอกทางม้าลาย

      - ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร ข้ามถนนเมื่อไฟสัญญาณคนเดินเท้าเป็นสีเขียวเท่านั้น

      - ห้ามฝ่าไฟแดง แม้จะเห็นว่าไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ก็ตาม ห้ามเดินฝ่าไฟแดงเด็ดขาด

      - สังเกตรถและระวังรถเลี้ยว แม้เป็นไฟเขียวคนเดินเท้า ต้องตรวจสอบความปลอดภัยและมองรถที่กำลังเลี้ยวเสมอ

      - การปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร คือการปกป้องตัวเองและผู้ใช้ถนนทุกคน

      เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงถูกลงโทษปรับ ควรข้ามถนนบนทางม้าลายและรอไฟเขียวเสมอ

2. เตือนแรงงานไทยในไต้หวัน ระวังพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ มีโทษถึงจำคุก

           แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันควรตระหนักถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีเพื่อนร่วมงานหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวไต้หวัน แรงงานต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทยด้วยกันเอง พึงระมัดระวังการแสดงออกทางพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ เช่น การสัมผัสร่างกาย จับแขน จับมือ พูดจาหยาบโลน แสดงท่าทางลามก ตลอดจนการส่งรูปภาพหรือข้อความที่มีเนื้อหาทางเพศ แม้จะมองว่าสนิทสนมกันก็ตาม เพราะการกระทำเหล่านี้อาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้

      ปัญหาแรงงานไทยถูกฟ้องในข้อหาล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนถึงขั้นถูกจำคุกหรือต้องยอมความด้วยเงินจำนวนมาก เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง บางรายกระทำโดยเจตนา บางรายเข้าใจผิดคิดว่าฝ่ายหญิงยินยอม ในขณะที่บางรายถูกฟ้องในข้อหาร้ายแรงถึงขั้นข่มขืน ซึ่งทุกข้อหาล้วนมีโทษทางอาญาที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตอย่างรุนแรง

           กรณีตัวอย่างที่ควรเรียนรู้ ก่อนหน้านี้ มีแรงงานไทยชายอายุ 39 ปี ที่ทำงานอยู่ในนครไทจง เกิดความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานหญิงชาวไต้หวันอายุเพียง 16 ปี และถูกกล่าวหาว่าถือโอกาสขณะอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ใช้มือลูบคลำและล่วงเกินร่างกาย แม้แรงงานไทยจะให้การว่าฝ่ายหญิงยินยอม แต่ผู้เสียหายแจ้งความต่อมารดาและมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น บริษัทจัดหางานและนายจ้างพยายามช่วยเจรจายอมความโดยเสนอค่าทำขวัญ 50,000 เหรียญ แต่ฝ่ายมารดาปฏิเสธ เนื่องจากบุตรสาวเกิดอาการหวาดกลัวจนไม่กล้าไปทำงานอีก และตัดสินใจดำเนินคดีต่อศาล

      เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อัยการสั่งห้ามผู้ต้องหาออกนอกประเทศในทันที แม้ในที่เกิดเหตุจะไม่มีพยานและกล้องวงจรปิด ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อฝ่ายแรงงานในแง่ข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่เป็นจุดอ่อนสำคัญในคดีคือ คู่กรณีมีอายุเพียง 16 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งหากผู้เสียหายและผู้ปกครองยืนยันฟ้องดำเนินคดี ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตัดสินจำคุก

     

           ตามกฎหมายของไต้หวัน การล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อผู้เยาว์มีโทษดังนี้ :

      - สำหรับผู้มีอายุระหว่าง 14–16 ปี การล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และหากมีเพศสัมพันธ์มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 14 ปี การคุกคามทางเพศมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และหากมีเพศสัมพันธ์มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 10 ปี

           นอกจากนี้ กฎหมายป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศของไต้หวันยังครอบคลุมการกระทำทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด โดยมีบทลงโทษดังต่อไปนี้

           - โทษปรับ สำหรับการคุกคามทางเพศทั่วไป มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 เหรียญไต้หวัน และหากผู้กระทำใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด เช่น กรณีหัวหน้างาน โทษปรับจะสูงขึ้นเป็น 60,000 ถึง 600,000 เหรียญไต้หวัน

           - โทษทางอาญา หากมีการสัมผัสร่างกายในส่วนที่ละเอียดอ่อน เช่น หน้าอกหรืออวัยวะเพศ มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับสูงสุด 100,000 เหรียญไต้หวัน หรืออาจได้รับทั้งจำทั้งปรับ

           ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการกระทำที่เข้าข่ายล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศมีความผิดตามกฎหมายทั้งภายในและภายนอกสถานที่ทำงาน โดยกฎหมายบังคับใช้ในทุกพื้นที่โดยไม่มีข้อยกเว้น หากตกเป็นผู้เสียหาย สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนตำรวจ  110 หรือสายด่วนคุ้มครอง 113 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับแรงงานไทยที่พูดภาษาจีนไม่ได้ แนะนำให้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

      คดีเหล่านี้ น่าจะเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนสำคัญที่เตือนให้แรงงานไทยตระหนักว่า การกระทำที่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในมุมมองของตนเอง อาจส่งผลร้ายแรงและเปลี่ยนชีวิตได้ในพริบตา การเคารพขอบเขตส่วนตัวและให้เกียรติผู้อื่นคือสิ่งที่แรงงานไทยทุกคนพึงปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในไต้หวัน

3. แรงงานเวียดนามคลั่งใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชาติเจ็บสาหัส เหตุฉุนโดนเคาะประตูห้องน้ำ ก่อนเดินไปซื้ออาหารเช้าอย่างเลือดเย็น ศาลไถหนานสั่งจำคุก 6 ปี

      ศาลท้องถิ่นไถหนานมีคำพิพากษาคดีทำร้ายร่างกายร้ายแรงที่เกิดจากการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยนายเล แรงงานชาวเวียดนาม ก่อเหตุใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชาติภายในหอพัก หลังไม่พอใจที่ถูกเคาะประตูระหว่างอาบน้ำ ภายหลังเกิดเหตุจำเลยกลับเดินไปซื้ออาหารเช้าที่ร้านสะดวกซื้ออย่างปกติ ศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า จากเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุเพียงเพราะความขัดแย้งเล็กน้อยภายในหอพักแรงงาน พร้อมมีคำสั่งให้เนรเทศออกนอกประเทศหลังพ้นโทษ

      เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 29 พฤษภาคมปีที่ผ่านมา ณ หอพักแรงงานในเขตหมาโต้ว นครไถหนาน สาเหตุเริ่มจากผู้เสียหายต้องการเข้าไปสระผมแต่พบว่าประตูห้องน้ำถูกล็อกอยู่ จึงเคาะประตูเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ใช้งานอยู่หรือไม่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับนายเลที่กำลังอาบน้ำอยู่ภายใน แม้ผู้เสียหายจะพยายามชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาหาเรื่อง ก่อนจะปลีกตัวลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ชั้นล่างก็ตาม

      อย่างไรก็ตาม นายเลกลับยิ่งโกรธมากขึ้น โดยให้การในภายหลังว่า หลังจากบอกว่าในห้องน้ำมีคนอยู่แล้ว อีกฝ่ายกลับตอบกลับด้วยคำหยาบคาย จึงทำให้รู้สึกขุ่นเคืองอย่างมาก เมื่ออาบน้ำเสร็จประมาณ 15 นาที เขาหยิบมีดผลไม้เดินลงไปชั้นล่างเพื่อเผชิญหน้ากับผู้เสียหาย โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่โดยไม่มีท่าทีคุกคามใด นายเลได้เข้าไปประชิดตัวแล้วใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย ลำคอขวา และใต้คางอย่างรุนแรง

ภาพจำลองนายเลใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชาติเจ็บสาหัส เหตุฉุนโดนเคาะประตูห้องน้ำ ก่อนเดินไปซื้ออาหารเช้าอย่างเลือดเย็น ศาลไถหนานสั่งจำคุก 6 ปี (ภาพโดย nextapple.com)

      ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกซ้ายลึกถึง 9 เซนติเมตร แพทย์ต้องระบายเลือดออกถึง 2,000 มิลลิลิตร และมีการแจ้งอาการวิกฤตแก่ญาติ โชคดีที่เพื่อนร่วมห้องอีก 4 คนเข้าขัดขวางและรีบนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายจึงรอดชีวิตมาได้

      สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในชั้นศาลด้วยคือพฤติกรรมหลังเกิดเหตุของนายเล ซึ่งถูกระบุว่ามีลักษณะ "เลือดเย็น" อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเขาไม่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด หากแต่เดินไปซื้ออาหารเช้าที่ร้านสะดวกซื้อและรับประทานอย่างปกติเหมือนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว

      ในชั้นพิจารณาคดี นายเลปฏิเสธเจตนาฆ่า โดยอ้างว่าหยิบมีดลงไปเพียงเพื่อปอกผลไม้ และอ้างว่าผู้เสียหายมีท่าทีจะทำร้ายก่อน จึงใช้มีดเพื่อป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไม่พบผลไม้ใด ๆ และภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีพฤติกรรมโจมตีก่อนแต่อย่างใด ศาลจึงไม่รับฟังคำให้การของจำเลย

      ศาลพิเคราะห์ว่า จำเลยก่อเหตุรุนแรงต่อผู้อื่นเพียงเพราะเหตุเล็กน้อย และพฤติการณ์มีลักษณะของเจตนาฆ่า แม้จำเลยไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน มีรายได้เดือนละกว่า 40,000 เหรียญไต้หวัน และมีบุตรสองคนที่ต้องรับผิดชอบ แต่การกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ประกอบกับการที่ไม่สามารถตกลงชดเชยค่าเสียหายกับผู้เสียหายได้ ศาลจึงมีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี และเมื่อพ้นโทษให้เนรเทศออกนอกประเทศทันที เนื่องจากถือเป็นภัยต่อความสงบสุขของสังคม

หากไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์อาจนำไปสู่ความเสียหายได้ ในภาพเป็นสื่อประชาสัมพันธ์การตรวจสุขภาพจิต จัดทำโดยกระทรวงแรงงาน

      บทเรียนและข้อควรปฏิบัติ คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับแรงงานต่างชาติทุกคนถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์ขัดแย้ง การใช้ชีวิตร่วมกันในหอพักหรือโรงงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความอดทนอดกลั้นและการสื่อสารอย่างสงบเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญหลีกเลี่ยงเกิดทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะกับคนเวียดนาม เพราะอันตรายมาก และหากเผชิญกับความขัดแย้ง ขอแนะนำให้ยึดหลักปฏิบัติดังนี้

      - ระงับอารมณ์โกรธ อารมณ์ชั่ววูบเพียงไม่กี่นาทีอาจเปลี่ยนสถานะจากผู้หาเลี้ยงครอบครัวกลายเป็นผู้ต้องขัง และปิดโอกาสการทำงานในต่างประเทศตลอดไป

      - หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง เมื่อเกิดความขัดแย้ง ให้แยกตัวออกจากสถานการณ์ และแจ้งหัวหน้างานหรือผู้ดูแลหอพักให้ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย

      - ตระหนักถึงกฎหมาย ในไต้หวัน การนำอาวุธหรือของมีคมมาใช้ในข้อพิพาทมีโทษหนักถึงขั้นจำคุกและถูกเนรเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ถูกขึ้นบัญชีต้องห้ามในการเดินทางเข้าประเทศอีกในอนาคต

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解