ไต้หวันพัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งกะหล่ำปลีด้วยไนโตรเจนเหลว ช่วยคงความกรอบแม้ผ่านการละลายน้ำแข็ง เปิดโอกาสใหม่ทั้งตลาดอาหารพร้อมรับประทานและการส่งออกผักสด
โดยทั่วไป การแช่แข็งแบบดั้งเดิมใช้เวลานาน ทำให้น้ำในเซลล์ผักกลายเป็นผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ทำลายโครงสร้างเซลล์ ส่งผลให้ผักช้ำ สูญเสียน้ำ และเนื้อสัมผัสนิ่มเละหลังละลาย แต่เทคโนโลยีไนโตรเจนเหลวสามารถลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว ยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็ง จึงช่วยรักษาความกรอบ สีสัน และคุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยบริหารจัดการอุปทาน ลดความผันผวนของราคาในแต่ละฤดูกาล
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการแปรรูป โดยสนับสนุนบริษัท SHANG SHUEAN FOOD พัฒนาผลิตภัณฑ์ “กะหล่ำปลีแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว” ได้สำเร็จ นอกจากช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดในฤดูหนาวแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคที่สามารถนำไปอุ่นและรับประทานได้ทันที โดยยังคงรสชาติและความสดกรอบใกล้เคียงผักปรุงใหม่
นักวิจัยระบุว่า เทคโนโลยีนี้สามารถดึงความร้อนออกจากแกนกลางผักได้เร็วกว่าเดิม 3–300 เท่า ลดความเสียหายของเยื่อหุ้มเซลล์ และยังคงสารสำคัญ เช่น โพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ กระบวนการผลิตยังควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อยู่ระหว่างเจรจาจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าในสหรัฐฯ และแคนาดา สะท้อนศักยภาพของผักแช่แข็งในตลาดโลก ในอนาคต ไต้หวันมีแผนขยายเทคโนโลยีนี้ไปยังผักชนิดอื่น เพื่อเพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด และเสริมความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศ