กลับมาอีกครั้งกับการประกวด รางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ขอเชิญชวนแรงงานต่างชาติจากทั่วโลก ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และบุตรหลานของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ร่วมส่งผลงานเขียน ไม่ว่าจะเป็นบทกวี บทความหรือเรื่องสั้น เป็นภาษาไทย เวียดนาม เมียนมาท อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ความยาวไม่เกิน 3,000 ตัวอักษร สำหรับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 150,000 เหรียญไต้หวัน ในปีนี้ยังได้เพิ่มรางวัลพิเศษจากร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท คือ รางวัล “เสียงสะท้อนแห่งเกาะ” จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 20,000 เหรียญไต้หวัน เชิญชวนผู้เข้าประกวดถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตประจำวันในไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกหลายรางวัล รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 390,000 เหรียญไต้หวัน เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน – 20 พฤษภาคม 2569 ส่งผลงานได้ที่ https://grxstd.com/sc03GUV3e

การประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ รับสมัครผลงานตั้งแต่วันนี้ - 20 พฤษภาคม 2569 ( ภาพจาก Taiwan Literature Award for Migrants)
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ที่มีการจัดประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติเป็นครั้งแรก รางวัลนี้ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวันได้ถ่ายทอดเสียงของตนเอง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีการสะสมผลงานจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนภาพการอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลายบนเกาะแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ทางใจให้แรงงานต่างชาติที่อยู่ไกลบ้านได้ระบายความรู้สึกและถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผ่านงานเขียน ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงทำให้พวกเขาได้แสดงตัวตน แต่ยังช่วยให้สังคมได้มองเห็นและเข้าใจพวกเขามากยิ่งขึ้น
นายจางเจิ้ง (張正) ผู้ริเริ่มรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา สังคมไต้หวันมีการถกเถียงเกี่ยวกับการนำเข้าแรงงานจากอินเดียอย่างกว้างขวาง ซึ่งก่อให้เกิดทั้งความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เขามองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรถูกตัดสินว่าใครถูกหรือผิด หากแต่สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดโอกาสในการเรียนรู้และเปิดใจยอมรับความแตกต่าง

นายจางเจิ้ง (張正) ผู้ริเริ่มรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ (ภาพ CNA)
จางเจิ้งกล่าวว่า หากไต้หวันต้องการก้าวไปข้างหน้าในยุคโลกาภิวัตน์ สิ่งสำคัญไม่ใช่การปฏิเสธความแตกต่าง แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความแตกต่าง เขาเน้นย้ำว่า มีเพียงการปลูกฝังความอยากรู้อยากเห็นและความเคารพวัฒนธรรมที่แตกต่าง ให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมทั้งในระบบและในบรรยากาศทางสังคม ไต้หวันจึงจะสามารถเป็นสังคมที่เปิดกว้างและมีความยืดหยุ่นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ เขายังระบุว่า การใช้งานวรรณกรรม ภาพยนตร์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจประสบการณ์ชีวิตของผู้อพยพและแรงงานต่างชาติมากขึ้น และช่วยลดความเข้าใจผิดและอคติลงได้
เพื่อทำการสำรวจความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างแรงงานต่างชาติกับไต้หวันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น “รางวัลวรรณกรรมแรงงานต่างชาติ” ในปีนี้ได้เชิญร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ทมาเป็นผู้สนับสนุน และได้เพิ่มรางวัลพิเศษ “เสียงสะท้อนแห่งเกาะ” (島嶼共聲全家特別獎) รางวัลนี้ส่งเสริมให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานนอกจากถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตแรงงานหรือความคิดถึงบ้านเกิดแล้ว สามารถแบ่งปันมุมมองต่อการใช้ชีวิตในไต้หวัน ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในท้องถิ่น รวมถึงความผูกพันที่มีต่อเกาะฟอร์โมซาแห่งนี้ โดยยึดแนวคิดเรื่อง "การอยู่ร่วมกันและรับฟังเสียงของกันและกัน" เพื่อเน้นย้ำว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติไม่ได้เป็นเพียงผู้ผ่านทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกันถักทออนาคตของไต้หวัน
คุณหวงหมิ่นฉุน (黃敏淳) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการสื่อสารแบรนด์ของร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท กล่าวว่า ร้านสะดวกซื้อเปรียบเสมือนพื้นที่การใช้ชีวิตแห่งที่สามของแรงงานต่างชาติที่นอกเหนือจากที่ทำงานและหอพัก โดยแรงงานต่างชาติมักแวะเวียนไปที่ร้านสะดวกซื้อเป็นประจำทุกสัปดาห์ ไม่เพียงเพื่อซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นที่สำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ ชำระเงิน และรับ–ส่งพัสดุ ทางร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ทรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติในปีนี้ และได้เพิ่มรางวัลพิเศษ “เสียงสะท้อนแห่งเกาะ” โดยหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ใช้ปากกาบันทึกเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นการทักทายกันธรรมดาหน้าปากซอยระหว่างผู้อพยพและพนักงานร้านสะดวกซื้อ หรือเรื่องราวการแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสายใยอันล้ำค่าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

นายเหอซินหมิง ประธานสมาคมนักเขียนหญ้าป่าไต้หวัน (wild grasscreator) (ภาพจาก Taiwan Literature Award for Migrants )
นายเหอซินหมิง ประธานสมาคมนักเขียนหญ้าป่าไต้หวัน (wild grasscreator) กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความกังวลว่างานสร้างสรรค์ของตนจะถูกแทนที่ อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ประสบการณ์ชีวิตที่อันเอกลักษณ์ของมนุษย์แต่ละคนไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ โดยเฉพาะในไต้หวันที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย วัฒนธรรมที่แตกต่างกันนำมาซึ่งมุมมองที่หลากหลาย เขาเชื่อว่า ด้วยพลังของงานวรรณกรรมและจินตนาการ จะช่วยหลอมรวมสังคมให้แน่นแฟ้นได้มากยิ่งขึ้น

นายถังเซิงหรง ประธานบริษัท GrX Studio (瀚草文創) ผู้ให้การสนับสนุนรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มาหลายสมัย (ภาพจาก Taiwan Literature Award for Migrants )
นายถังเซิงหรง ประธานบริษัท GrX Studio (瀚草文創) ผู้ให้การสนับสนุนรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มาหลายสมัย กล่าวว่า ไต้หวันเป็นสังคมของผู้อพยพ โดยผู้อพยพที่เดินทางมาไต้หวันในยุคแรกๆ ได้ปักหลักอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ขณะที่ผู้อพยพและแรงงานต่างชาติรุ่นใหม่ก็กำลังเขียนเรื่องราวชีวิตของตนเองเช่นกัน เขากล่าวว่า หากไต้หวันต้องการเติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก็ควรใช้ท่าทีที่เปิดกว้างและมีความเชื่อมั่น ต้อนรับผู้คนจากภูมิหลังต่าง ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผืนแผ่นดินนี้ เพื่อให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าต่อไป

คุณ Emmy Huang วริตา อุดมวรกุลชัย (ขวามือคนแรก) เป็นพิธีกรงานแถลงข่าวการประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติครั้งที่ 11 ( ภาพจาก Taiwan Literature Award for Migrants)
งานแถลงข่าวเปิดรับผลงานในปีนี้ ได้เชิญคุณ Emmy Huang วริตา อุดมวรกุลชัย (黃可欣) นักแสดงสาวชาวไทยรับหน้าที่เป็นพิธีกร ซึ่งคุณเอมมี่เรียนจบสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเดินทางมาเรียนภาษาและปริญญาโทที่ไต้หวัน ภายหลังได้เข้าสู่วงการบังเทิงของไต้หวัน และด้วยความสามารถของเธอ ทำให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2025 จาก Golden Bell Awards ครั้งที่ 60 ในบทบาทการแสดงในมินิซีรี่ส์เรื่อง Crown shyness (樹冠羞避) ของสถานีโทรทัศน์ PTS โดยในเรื่องเธอรับบทเป็น “ผู้อนุบาลชาวต่างชาติ” ที่สามารถถ่ายทอดความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ และมิติของความรักข้ามวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง กลายเป็นที่รู้จักในไต้หวัน ซึ่งคุณเอมมี่ก็ได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ไต้หวันมีการประกวดวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ นี่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้อพยพได้มีโอกาสเปล่งเสียงและถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตัวเอง

การแสดงจากคณะดนตรีนาฏศิลป์เจียปาน นาฏศิลป์ดนตรีเมียนมา จากภาควิชาดนตรี มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ( ภาพจาก Taiwan Literature Award for Migrants)
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานแถลงข่าว คือการแสดงจากนาฏศิลป์ดนตรีเมียนมา จากคณะดนตรีนาฏศิลป์เจียปาน (珈斑樂舞團) มาร่วมแสดง เป็นคณะที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2560 โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์หลวี่ซินฉุน (呂心純) จากภาควิชาดนตรี มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน มีเป้าหมายในการส่งเสริมและถ่ายทอดดนตรีและนาฏศิลป์ดั้งเดิมของเมียนมาในไต้หวัน โดยใช้วงดนตรีแบบราชสำนักและพื้นบ้านของเมียนมา โดยมีวง “ซายวาย” (Hsaing Waing) วงดนตรีที่มีประวัติยาวนานและสืบทอดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์อังวะเป็นต้นแบบ ผสมผสานเครื่องดนตรีอย่างกลอง ฆ้อง ฉาบและเครื่องเป่า ถ่ายทอดบรรยากาศศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเข้มข้น สมาชิกในคณะประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ของเมียนมาที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงการร่ายรำในราชสำนักและประเพณีพื้นบ้านของเมียนมาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมต่างชาติที่หยั่งรากลึกและเกิดการแลกเปลี่ยนในสังคมไต้หวัน
ขอเชิญชวนแรงงานต่างชาติจากทั่วโลก ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เขียนเล่าเรื่องราวที่อยากแบ่งปันหรือบอกต่อให้สังคมได้รับรู้ จะเป็นรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบทกวี เรื่องสั้น หรือนิยายก็ได้ ความยาวไม่เกิน 3,000 ตัวอักษร ส่งเข้าร่วมประกวดคว้ารางวัลมากมาย เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน – 20 พฤษภาคม 2569 ส่งผลงานได้ที่ https://grxstd.com/sc03GUV3e

บทความที่ได้รับรางวัลในแต่ละปี จะถูกรวมเล่มและตีพิมพ์เป็นหนังสือ ( ภาพจาก Taiwan Literature Award for Migrants)