Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569

ขุนพลแรงงานไทย กระทรวงแรงงานไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย ดันการรับสมัครงานที่เป็นธรรมเป็นเกณฑ์ประเมินบริษัทจัดหางาน
ขุนพลแรงงานไทย กระทรวงแรงงานไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย ดันการรับสมัครงานที่เป็นธรรมเป็นเกณฑ์ประเมินบริษัทจัดหางาน

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย ดันการรับสมัครงานที่เป็นธรรมเป็นเกณฑ์ประเมินบริษัทจัดหางาน เพื่อให้นายจ้างรับภาระค่าใช้จ่ายแทนแรงงานต่างชาติใน 3 ปี

      กระทรวงแรงงานไต้หวันเตรียมเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากล หลังไต้หวันและสหรัฐอเมริกาบรรลุข้อตกลงการค้า (ART) นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกาศชัดเจนว่าจะผลักดันให้นายจ้างในภาคการผลิตและการประมงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานต่างชาติจากต่างประเทศภายใน 3 ปี พร้อมนำแนวคิดการรับสมัครที่เป็นธรรม มาใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินบริษัทจัดหางาน โดยระบบใหม่นี้คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ขณะที่กระทรวงเกษตรจะหารือกับประเทศต้นทางเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดค่าใช้จ่าย

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในเถาหยวน (ภาพจากกองบริหารกิจการรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)

      ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติ ได้เชิญกระทรวงแรงงาน กระทรวงเศรษฐการ และกระทรวงเกษตร มาชี้แจงในประเด็น "การป้องกันแรงงานบังคับและการรับสมัครงานที่เป็นธรรม : การปรับระบบแรงงานต่างชาติของไต้หวันให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน" เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง

      หวังอวี้หมิ่น สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ ได้เปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 แล้ว และจากข้อมูลของสำนักข่าวต่างประเทศพบว่า แรงงานต่างชาติถึงร้อยละ 66.7 ต้องกู้ยืมเงินเพื่อชำระค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของแรงงานบังคับตามนิยามขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) จึงตั้งคำถามว่าหากถูกสหรัฐฯ ตรวจสอบพบการละเมิด ไต้หวันจะรับมืออย่างไร และหลักการค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์จะถูกบรรจุเข้าในร่างกฎหมายครั้งนี้หรือไม่ พร้อมสอบถามด้วยว่า หากบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าหัวคิวในอัตราสูง จะส่งผลต่อการประเมินระดับเกรด A ของบริษัทจัดหางานหรือไม่

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในเถาหยวน (ภาพจากกองบริหารกิจการรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)

      หลินซู่เฟิน สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ยกตัวอย่างบริษัทผลิตอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ในประเทศที่ดำเนินนโยบายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแทนแรงงานต่างชาติ โดยยอมรับภาระค่าบริการจัดหางานในประเทศต้นทางของแรงงานรวม 15 ล้านเหรียญไต้หวัน และค่าใช้จ่ายในระหว่างทำงานอยู่ในไต้หวันอีกราว 900,000 ถึง 1,000,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน เธอมองว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และธุรกิจขนาดใหญ่สามารถรับภาระนี้ได้และยังมีอำนาจต่อรองด้านราคา แต่สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งครองสัดส่วนราวร้อยละ 90 ของนายจ้างทั้งหมดนั้น ภาระดังกล่าวหนักเกินกว่าจะแบกรับ ธอจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนระบบการจ้างตรงและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนออกมา

แรงงานต่างชาติในวันหยุดพักผ่อนที่หน้าสถานีรถไฟ

      นายหงเซินฮั่นชี้แจงว่า ตามพันธะที่ไต้หวันให้ไว้กับสหรัฐฯ ในความตกลงการค้า รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายภายใน 3 ปีเพื่อห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและภาคการประมง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกือบร้อยละ 90 ของแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงจำเป็นต้องมีระยะเวลาปรับตัว กระทรวงแรงงานจึงได้จัดทำ "แนวปฏิบัติสำหรับภาคธุรกิจในการป้องกันแรงงานบังคับ" เผยแพร่ให้ภาคเอกชนนำไปใช้เป็นแนวทางล่วงหน้า ควบคู่กับปรับปรุงเกณฑ์การประเมินบริษัทจัดหางาน โดยนำแนวคิดการรับสมัครงานที่เป็นธรรมมาบรรจุเป็นตัวชี้วัด เพื่อนำพาไต้หวันเข้าสู่มาตรฐานสากล ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำ และคาดว่าจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปีหน้า

ภาพบรรยากาศแรงงานต่างชาติกลุ่มหนึ่งเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเทาหยวน กำลังฟังคำแนะนำขั้นตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานประจำสนามบิน (chinatimes-com)

      สำหรับระบบการจ้างตรงหรือการจัดส่งโดยรัฐต่อรัฐ นายหงเซินฮั่นระบุว่าจะขยายศูนย์จ้างตรงไปยังพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ พร้อมปรับกระบวนการให้มีความรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่องกับประเทศต้นทาง เพื่อสร้างความมั่นคงในการจัดหาแรงงาน โดยในปีนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งศูนย์จัดหางานแรงงานต่างชาติเพิ่มเติมด้วย

      สภาอุตสาหกรรมแห่งไต้หวันแสดงจุดยืนสนับสนุนทิศทางนโยบายดังกล่าว แต่แสดงความกังวลว่ามาตรการที่เกี่ยวข้องจะสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนับล้านแห่งในไต้หวัน ทั้งจากต้นทุนการนำเข้าแรงงานที่พุ่งสูงขึ้นและความท้าทายในการปฏิบัติตามกฎหมายของภาคธุรกิจขนาดเล็ก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมเสนอให้กำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านในการบังคับใช้กฎหมายอย่างน้อย 3 ปี

ภาพบรรยากาศแรงงานต่างชาติกลุ่มหนึ่งเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเทาหยวน (chinatimes-com)

      ในขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานยังเตรียมแก้ไขกฎหมายการจ้างงาน เพื่อห้ามนายจ้างและบริษัทจัดหางานยึดเอกสารแสดงตัวตนของแรงงาน เช่น หนังสือเดินทาง รวมถึงห้ามบังคับหักเงินหักฝาก เพื่อนำไต้หวันก้าวเข้าสู่มาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ

      สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ให้เห็นว่า การห้ามแรงงานบังคับได้ถูกจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรมไต้หวันกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและความท้าทายเชิงปฏิบัติอย่างหนัก โดยอ้างอิงรายงานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ระบุว่า แรงงานต่างชาติมักต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานในอัตราสูงก่อนเดินทางมาถึงไต้หวัน อาทิ แรงงานเวียดนามต้องแบกภาระสูงถึงประมาณ 190,000 เหรียญไต้หวัน หากกฎระเบียบใหม่กำหนดให้นายจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และอาจเป็นแรงจูงใจให้บางบริษัทหันไปพึ่งพาช่องทางการจ้างแรงงานที่ผิดกฎหมายแทน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาแรงงานในภาพรวมของประเทศ

ในอนาคตแรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน อาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

2. น่าชื่นชม ! 2 แรงงานไทยจากเถาหยวน-ไถหนาน คว้ารางวัลแรงงานดีเด่นระดับประเทศของไต้หวัน เนื่องในวันแรงงานสากล

          วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นทั้งวันแรงงานแห่งชาติของไต้หวันและวันแรงงานสากล โดยในช่วงก่อนวันสำคัญนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันจะจัดการคัดเลือกแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นประจำทุกปี กระบวนการคัดเลือกเริ่มต้นจากการที่กองแรงงานในแต่ละท้องที่ สหภาพแรงงาน สมาคมผู้ประกอบการ และองค์กรภาคประชาสังคม ดำเนินการสรรหาและเสนอชื่อผู้สมควรได้รับรางวัลในเบื้องต้น จากนั้นกระทรวงแรงงานจะส่งรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้ารับการพิจารณาทั้งหมดให้คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการดำเนินการประเมินและคัดเลือกขั้นสุดท้าย

      ที่ผ่านมา รางวัลแรงงานดีเด่นระดับประเทศจะมอบให้แก่แรงงานชาวไต้หวันจากภาคการผลิต ภาคบริการ และธุรกิจต่าง ๆ รวมจำนวน 51 คน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขวันและเดือนของวันแรงงานแห่งชาติ กระทั่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา ได้มีการเพิ่มโควตาสำหรับแรงงานต่างชาติอีก 5 คน แบ่งเป็นแรงงานภาคการผลิต 3 คน และภาคสวัสดิการสังคม 2 คน ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 ได้ขยายจำนวนเป็น 10 คน โดยมาจากภาคการผลิต 5 คน ภาคสวัสดิการสังคม 4 คนและการประมง 1 คน

นายประดิษฐ์ ภัทรเอก เดินทางมาทำงานในไต้หวันเมื่อ 13 ปีที่แล้วที่นครไถหนาน ด้วยความขยันและหมั่นฝึกฝนจนมีความชำนาญงานครอบคลุมทุกแผนก รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับรถยก (โฟล์กลิฟต์) เคยได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นจากหลายหน่วยงาน (ภาพจากนายประดิษฐ์)

      สำหรับปี พ.ศ. 2569 มีแรงงานต่างชาติได้รับการคัดเลือกจำนวน 10 คนเช่นกัน ประกอบด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 3 คน ฟิลิปปินส์ 3 คน เวียดนาม 2 คน และไทย 2 คน ส่วนรายชื่อและข้อมูลของแรงงานไทยดีเด่นระดับประเทศทั้ง 2 คนในปีนี้ ได้แก่ :

      1. นายประดิษฐ์ ภัทรเอก อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันเมื่อ 13 ปีที่แล้ว กับบริษัท Walsin Lihwa Corp. โรงงานเหยียนสุ่ย นครไถหนาน แม้ในช่วงแรกจะไม่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการทำงานในโรงงานมาก่อน แต่นายประดิษฐ์ได้พยายามเรียนรู้งานและฝึกฝนจนมีความชำนาญครอบคลุมทุกแผนก รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับรถยก (โฟล์กลิฟต์) และได้รับการยกระดับสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ

นายหวังซินจี ผอ. กองแรงงานนครไถหนาน แสดงความยินดีต่อนายประดิษฐ์ ภัทรเอก ที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ มอบโล่เกียรติคุณให้เป็นที่ระลึก (ภาพจากนายประดิษฐ์)

      ผู้จัดการโรงงานกล่าวชื่นชมว่า นายประดิษฐ์เป็นผู้มีความรับผิดชอบสูงและมีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานได้ทุกแผนก จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในแผนกธุรการ ดูแลและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติ นอกจากภารกิจประจำแล้ว ยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริการสังคมของสถานีตำรวจในพื้นที่ จนเป็นที่ยอมรับในฐานะแบบอย่างอันดีงามของแรงงานต่างชาติ

      นายประดิษฐ์เคยได้รับรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นแห่งนครไถหนาน ประจำปี พ.ศ. 2568 รางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ตลอดจนได้รับเลือกเป็นพนักงานดีเด่นของบริษัทติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อน

นายประดิษฐ์ ภัทรเอก เคยได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นจากหลายหน่วยงาน ในภาพเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นแห่งนครไถหนาน ประจำปี 2568 (ภาพจากนายประดิษฐ์)

      บริษัท Walsin Lihwa Corp. ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นผู้ผลิตสายไฟ สายเคเบิล และเหล็กกล้าไร้สนิม (สเตนเลส) ชั้นนำระดับนานาชาติของไต้หวัน ปัจจุบันได้ขยายสายการผลิตไปสู่วัสดุขั้นสูง พลังงานสีเขียว อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี โดยมีฐานการผลิตทั้งในไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ และหลายประเทศทั่วโลก สำหรับโรงงานที่เหยียนสุ่ย นครไถหนาน ซึ่งผลิตสแตนเลสนั้น ปัจจุบันว่าจ้างแรงงานไทย 157 คน และแรงงานอินโดนีเซีย 105 คน

นายประดิษฐ์ ภัทรเอก เดินทางมาทำงานในไต้หวันเมื่อ 13 ปีที่แล้วที่นครไถหนาน ด้วยความขยันและหมั่นฝึกฝนจนมีความชำนาญงานครอบคลุมทุกแผนก และเคยได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นจากหลายหน่วยงาน (ภาพจากนายประดิษฐ์)

      2. นางสาวสุกานดา แก้วกล้า อายุ 43 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พนักงานแผนกเย็บผ้าของบริษัทวาโก้ ไต้หวัน ผู้ผลิตชุดชั้นในชื่อดัง ณ นิคมอุตสาหกรรมกุยซาน นครเถาหยวน มาเป็นเวลา 9 ปี แม้จะมีประสบการณ์ตัดเย็บจากโรงงานในประเทศไทยมาก่อน แต่อุปสรรคด้านภาษาในช่วงแรกทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก นางสาวสุกานดาจึงมุ่งมั่นศึกษาภาษาจีนจนสามารถสื่อสารกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานชาวไต้หวันได้อย่างคล่องแคล่ว และยังทำหน้าที่เป็นล่ามให้แก่พนักงานใหม่อีกด้วย

นางสาวสุกานดา แก้วกล้า อายุ 43 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ. ภูเขียว จ. ชัยภูมิ เดินทางมาทำงานที่โรงงานวาโก้ นิคมอุตสาหกรรมไถหนาน ด้วยความขยันและหมั่นเรียนรู้ภาษาจีน กลายเป็นช่างเย็บผ้ามืออาชีพที่มีความชำนาญสูง (ภาพจากนางสาวสุกานดา)

      ด้านทักษะวิชาชีพ นางสาวสุกานดาเป็นช่างเย็บผ้ามืออาชีพที่มีความชำนาญสูง สามารถใช้จักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมได้ถึง 7 ประเภท และเชี่ยวชาญกระบวนการเย็บผ้ามากกว่า 20 ขั้นตอน ผลงานมีคุณภาพและประสิทธิภาพในระดับที่ได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ ยังเป็นพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยได้เสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อโรงงาน จนได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันน่าชื่นชมของแรงงานต่างชาติ

นางสาวสุกานดา แก้วกล้า (สวมเสื้อสีส้มแถวหน้าสุด) ถ่ายรูปกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานชาวไต้หวันเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ที่ผ่านมา (ภาพจากนางสาวสุกานดา)

      บริษัทวาโก้ ไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2513 เป็นแบรนด์ชุดชั้นในชั้นนำของไต้หวัน มีความเชี่ยวชาญด้านคุณภาพและความสะดวกสบาย จำหน่ายผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งชุดชั้นใน ชุดกีฬา และชุดนอน ผ่านช่องทางออนไลน์และห้างสรรพสินค้า โดยเน้นตอบสนองความต้องการของผู้หญิงด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย ปัจจุบันว่าจ้างช่างเย็บผ้าชาวไทย 70 คน และแรงงานชาวฟิลิปปินส์อีก 20 คน

บริษัทวาโก้ ไต้หวัน สวัสดิการดี เอาใจใส่ในการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงาน ห้องพัก ห้องอาหารสะอาด เรียบร้อบและถูกหลักอนามัย (ภาพจากบริษัทวาโก้ ไต้หวัน)

      พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปีนี้ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน ในกรุงไทเป ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับทั้งประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และเงินรางวัลมูลค่า 10,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ในวันที่ 30 เมษายน ยังได้รับเกียรติเข้าพบประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันอีกด้วย

บริษัทวาโก้ ไต้หวัน สวัสดิการดี เอาใจใส่ในการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงาน ห้องพัก ห้องอาหารสะอาด เรียบร้อบและถูกหลักอนามัย (ภาพจากบริษัทวาโก้ ไต้หวัน)

      ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงแรงงานได้จัดเซอร์ไพรส์พิเศษให้แก่แรงงานต่างชาติดีเด่นทุกคน ด้วยการเชิญคู่สมรสและบุตร 2–3 คนจากประเทศบ้านเกิดเดินทางมาท่องเที่ยวในไต้หวันและร่วมพิธี เป็นระยะเวลา 4 วัน โดยกระทรวงแรงงานรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พักตลอดการเข้าร่วมกิจกรรม

      ก็ขอปรบมือชื่นชม การที่แรงงานไทยได้รับการยอมรับและคัดเลือกให้เป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติอันน่าภาคภูมิใจ และเป็นการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์อันดีให้แก่แรงงานไทยในภาพรวมอย่างแท้จริง

3. ตำรวจเถาหยวนเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม 4 เดือนแรกปีนี้ จับแรงงานผิดกฎหมายแล้ว 164 ราย ผีน้อย 71 ราย นายจ้าง 171 รายและนายหน้าเถื่อน 17 ราย หลบในห้องน้ำก็ไม่รอด

      สถานีตำรวจจงลี่ นครเถาหยวน ได้ดำเนินปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อปราบปรามอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 17 และ 18 เมษายนที่ผ่านมา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 187 นาย เปิดปฏิบัติการสายฟ้าทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ครอบคลุมการตรวจสอบจุดเสี่ยงที่เป็นแหล่งรวมตัวของแรงงานต่างชาติ สถานบริการพิเศษ และการจัดตั้งจุดตรวจความมั่นคงบนถนนสายหลักทั่วพื้นที่อย่างเข้มงวด

ตำรวจจงลี่ตรวจความเรียบร้อยในร้านอาหารไทย หน้าสถานีรถไฟ (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

      ผลการปฏิบัติการตลอดช่วงวันที่ 12 ถึง 18 เมษายน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบคดีอาญารวมทั้งสิ้น 100 คดี และจับกุมผู้ต้องหาได้ 93 ราย โดยเป็นคดีฉ้อโกงมากที่สุดถึง 36 คดี รองลงมาคือคดีเกี่ยวกับยาเสพติด 18 คดี นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีได้ถึง 27 ราย สะท้อนประสิทธิภาพของมาตรการปราบปรามได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตำรวจจงลี่ตรวจความเรียบร้อยในร้านอาหารไทย หน้าสถานีรถไฟ (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

      เจ้าหน้าที่ตำรวจจงลี่เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจค้นสถานที่เป้าหมายหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านคาราโอเกะ สถานบันเทิง ร้านเกม ผับ-บาร์ที่แรงงานต่างชาตินิยมใช้เป็นสถานที่รวมตัว และร้านอาหารต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งด่านตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับและการแข่งรถในทางสาธารณะ อันเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างสูงสุด

ตำรวจจงลี่ตรวจความเรียบร้อยในร้านอาหารไทย หน้าสถานีรถไฟ (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

      ในส่วนที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 6 ถึง 18 เมษายน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างชาติที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายได้ 28 ราย ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่เกินกำหนดวีซ่าอีก 13 ราย และตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายด้านการจ้างงาน 4 คดี

ตำรวจจงลี่ตรวจความเรียบร้อยในร้านอาหารไทย หน้าสถานีรถไฟ (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

      กรณีที่น่าสนใจเกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 18 เมษายน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เปิดให้บริการแรงงานต่างชาติ และพบหญิงชาวต่างชาติอายุ 42 ปี พยายามหลบซ่อนตัวในห้องน้ำหญิงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนสามารถควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวได้ในที่สุด จากการตรวจสอบเอกสาร พบว่าหญิงรายดังกล่าวเดินทางเข้ามาในไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 โดยวีซ่าสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมปีเดียวกัน แต่ยังคงพำนักอยู่ในไต้หวันโดยผิดกฎหมายเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ตำรวจเถาหยวนเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม 4 เดือนแรกปีนี้ จับแรงงานผิดกฎหมายแล้ว 164 ราย ผีน้อย 71 ราย นายจ้าง 171 รายและนายหน้าเถื่อน 17 ราย (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เถาหยวน)

     นอกจากจงลี่แล้ว เขตพื้นอื่น ๆ ของนครเถาหยวนก็เปิดปฏัติการพร้อมกัน สถานีตำรวจเถาหยวนเปิดเผยข้อมูลสถิตตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ตรวจพบและจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายแล้ว 164 ราย ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันแต่อยู่เลยกำหนดวีซ่าจำนวน 71 ราย นายจ้างที่ว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 171 รายและนายหน้าจัดหางานผิดกฎหมาย 17 ราย

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解