ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การจัดการเรียนการสอนภาษาสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในห้องเรียน หลายเมืองและนครได้ผลักดันหลักสูตรและพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเรียนการสอน ขณะเดียวกัน ความสำคัญของการบูรณาการสื่อการสอนดิจิทัลก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับโรงเรียนและครู การสร้างสมดุลระหว่างการเรียนรู้ภาษา ความเข้าใจด้านวัฒนธรรม และประสิทธิผลของการสอน ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนหลักสูตรภาษาสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
เพื่อให้ทรัพยากรด้านการเรียนการสอนในแต่ละพื้นที่เกิดการเชื่องโยงอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น รัฐบาลท้องถิ่นจึงทยอยจัดตั้งทีมแนะแนวการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ผ่านการลงพื้นที่ให้คำแนะนำในโรงเรียน การสาธิตการสอน การจัดอบรม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนวิชาชีพ เพื่อช่วยให้ครูผู้ช่วยสอนพัฒนาความสามารถด้านการออกแบบหลักสูตร การบริหารจัดการชั้นเรียน และการดูแลนักเรียน พร้อมทั้งค่อย ๆ เสริมสร้างทักษะการใช้ AI และการใช้สื่อดิจิทัล ในปีงบประมาณ 2025 รัฐบาลกลางได้ให้เงินอุดหนุนแก่รัฐบาลท้องถิ่นรวม 8,165,100 เหรียญไต้หวัน เพื่อใช้ในการพัฒนาหลักสูตรและวิจัยวิธีการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับประสิทธิภาพการสอนและคุณภาพการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น

การประชุมประจำปีของทีมแนะแนวการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พลังภาษาใหม่ พลังแห่งเทคโนโลยี และพลังการขับเคลื่อน" (ภาพ กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน)
การประชุมประจำปีของทีมแนะแนวการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พลังภาษาใหม่ พลังแห่งเทคโนโลยี และพลังการขับเคลื่อน" โดยมีสมาชิกทีมแนะแนวการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานและตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วไต้หวันเข้าร่วมกว่า 300 คน เนื้อหาการประชุมครอบคลุมการบรรยายพิเศษ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การนำเสนอผลงาน และการเสวนาข้ามพื้นที่ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแนวทางการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง

การประชุมประจำปีของทีมแนะแนวการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พลังภาษาใหม่ พลังแห่งเทคโนโลยี และพลังการขับเคลื่อน" (ภาพ กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน)
นอกจากการประชุมประจำปีแล้ว ภายในงานยังมีการจัดโซนแสดงผลงาน เพื่อนำเสนอการดำเนินงานของแต่ละเมือง ทั้งในด้านโครงสร้างหลักสูตร การออกแบบการสอนเชิงนวัตกรรม การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน การประยุกต์ใช้ทรัพยากรดิจิทัล และผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้หลายภาษาของนักเรียน เมื่อมีการสั่งสมรูปแบบการสอน ทรัพยากรสื่อการเรียนรู้และระบบสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง การผลักดันการเรียนการสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ จึงค่อยๆพัฒนาจากการเปิดสอนคอร์สเรียน ไปสู่การยกระดับคุณภาพการสอนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

(ภาพจาก กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน)
ส่งเสริมการศึกษาภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
ปัจจุบัน ไต้หวันมีจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มากกว่า 610,000 คน เพื่อสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่สมานฉันท์และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา รัฐบาลจึงได้ผลักดัน “แผนส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถใช้ประโยชน์จากทักษะทางภาษาและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพของตน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม รวมถึงทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจความหมายของความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นมิตรและเปิดกว้างอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันได้ให้เงินอุดหนุนการเปิด “ชั้นเรียนการศึกษาพื้นฐานสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในสังคมไต้หวันได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุน “ศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” โดยจัดหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีพตามความต้องการของผู้เรียน และส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนเข้าร่วม เพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความเข้าใจ รวมถึงการเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม ยิ่งไปกว่านั้น รัฐฯยังส่งเสริมการศึกษาพหุวัฒนธรรมผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ การจัดนิทรรศการพิเศษสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ผลิตรายการวิทยุที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และให้เงินอุดหนุนมูลนิธิการศึกษาและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร นอกจากนี้ ในปี 2020 กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน ได้ประกาศใช้ "ระเบียบว่าด้วยการรับสมัครผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในมหาวิทยาลัย" ตามกฎหมายมหาวิทยาลัย เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีช่องทางและสภาพแวดล้อมในการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรและหลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนงบประมาณแก่บุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในการเข้าร่วมกิจกรรมฝึกประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ อีกทั้งยังให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานปกครองท้องถิ่นและสถานศึกษาทุกระดับ ในการจัดการแข่งขันภาษาและการแสดงวัฒนธรรมของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เพื่อขยายศักยภาพด้านความเป็นสากล และเพิ่มพูนประสบการณ์ทางวัฒนธรรมให้แก่บุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างรอบด้าน

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2019 เป็นต้นมา ทางกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันได้บรรจุการเรียนการสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เข้าสู่หลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี (ภาพ 新北市政府教育局)
การเปิดหลักสูตรภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2019 เป็นต้นมา ทางกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันได้บรรจุการเรียนการสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เข้าสู่หลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนระหว่างภาษาท้องถิ่นหรือภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ได้บรรจุไว้ในรายวิชาเลือกตามความสนใจและรายวิชาภาษาต่างประเทศที่สองตามลำดับ โดยจนถึงปีการศึกษา 2024 มีการเปิดสอนหลักสูตรภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในโรงเรียนประถมระดับศึกษาและมัธยมต้นไปแล้ว 9,353 ชั้นเรียน มีนักเรียนเลือกเรียน 19,470 คน ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้มีการผลักดันการเรียนการสอนผ่านระบบถ่ายทอดสดทางไกล เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยรายวิชาภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เพิ่มขึ้นจาก 142 ชั้นเรียน มีผู้เลือกเรียน 392 คน ในปีการศึกษา 2020 เป็น 237 ชั้นเรียน มีผู้เลือกเรียน 904 คน ในปีการศึกษา 2024
ในด้านการพัฒนาครูผู้สอน มีการจัดอบรมผู้สอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนครูให้เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำแบบเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่สำหรับ 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย เมียนมา กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยแบบเรียนในแต่ละภาษาแบ่งเป็นน 4 ระดับการเรียนรู้ มีหนังสือภาษาละ 18 เล่ม
ในระดับอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้สถาบันอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเปิดสอนรายวิชาภาษาในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติม เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้ด้านภาษาอย่างหลากหลายมากขึ้น
จัดตั้งระบบสนับสนุนบุตรหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้ง “เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาสำหรับบุตรหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” ในปี 2016 เพื่อให้บริการแก่บุตรหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และต่อมาในปี 2022 ได้ปรับปรุงและยกระดับเป็น “เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาสำหรับบุตรหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 2.0” (新住民子女教育資訊網2.0) เว็บไซต์ดังกล่าวได้รวบรวมทรัพยากรด้านการศึกษาภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ทั้งหมดไว้ในที่เดียวแบบ one-stop service และพัฒนาให้เป็นเว็บไซต์รองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์ อีกทั้งมีหน้าจอการใช้งานที่เรียบง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ ช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้สะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดตั้ง “แพลตฟอร์มระบบสนับสนุนและบริการด้านการศึกษาสำหรับนักเรียนย้ายถิ่นฐานข้ามประเทศ” ขึ้นในปี 2019 เพื่อให้บริการช่วยเหลือบุตรหลานของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เพิ่งย้ายกลับมายังไต้หวัน โดยมีการสนับสนุนโครงการเสริมทักษะภาษาจีน และในกรณีจำเป็น สามารถจัดหาล่ามผู้ช่วยเพื่อช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์ให้แก่นักเรียนที่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนพร้อมกับเด็กนักเรียนไต้หวัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก