Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

บันเทิงดอทคอม: ย้อนตำนาน ลวี้เต่าเซี่ยวเยี่ยฉวี่ เพลงรักจีบสาวในตำนาน และนาทีประวัติศาสตร์ ซูฉี ผงาดคว้ารางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ของตุ๊กตาทองฮ่องกง 2026

ซูฉีคว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกงครั้งที่ 44 (ภาพจากIG @hongkongfilmawards)
ซูฉีคว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกงครั้งที่ 44 (ภาพจากIG @hongkongfilmawards)

ธีระ หยาง 亓淞และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康ประจำสัปดาห์นี้ (2026-04-26)
- ทักทายกันด้วยผลงานล่าสุดของหนุ่ม JJ หลินจวิ้นเจี๋ย กับเพลง เพลง Careful with Fate หรือ 我對緣分小心翼翼 (หว่อ ตุ้ย อ้าย ฉิง เซี่ยว ซิน อี้ อี้ – ฉันทะนุถนอมพรหมลิขิตเป็นอย่างยิ่ง) ที่เป็นเพลงประกอบซีรี่ส์ (OST) ของซีรี่ส์จีนชื่อดังอย่าง ล่าหยก โดย Careful with Fate คือผลงานที่ใช้เสียงดนตรีถ่ายทอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อน ตั้งแต่ความระแวดระวัง การทะนุถนอม ไปจนถึงความแน่วแน่ได้อย่างลึกซึ้ง บทเพลงนี้แต่งขึ้นโดยการร่วมมือกันของ หลินจวิ้นเจี๋ย (林俊傑) และ ฟางเหวินซาน (方文山) โดยมีกลิ่นอายแบบจีนๆ (Chinese Style) ที่เข้มข้นอยู่ในท่วงทำนอง ทั้งเสียงกู่เจิง ขลุ่ยไม้ไผ่ และเครื่องสายที่ถักทอเข้าด้วยกัน ราวกับจะพรรณนาถึงความโดดเดี่ยว การรอคอย และความพัวพันของผู้คนที่อยู่ระหว่างเมืองโบราณและสนามรบได้อย่างมีชีวิตชีวา ทุกตัวโน้ตบรรจงแบกรับเศษเสี้ยวแห่งวาสนาในทุกนาทีและทุกวินาทีเอาไว้อย่างระมัดระวัง (ภาพจาก JJFederation)

รูปแบบดนตรีโดยรวมใช้ดนตรีจีนร่วมสมัยเป็นรากฐาน ผสานองค์ประกอบดั้งเดิมที่มีสีสันทางตะวันออกชัดเจนอย่างกู่เจิงและขลุ่ยไม้ไผ่ แต่สิ่งที่พิเศษคือการเรียบเรียงดนตรีที่สอดแทรกเครื่องดนตรีตะวันตกอย่างเชลโลและกีตาร์เข้าไปด้วย ในช่วงเริ่มต้น กีตาร์และขลุ่ยไม้ไผ่จะบรรเลงรับส่งกัน มอบเนื้อเสียงที่เปี่ยมด้วยไออุ่นค่อย ๆ คลี่ขยายออกมา ราวกับเป็นการเปิดบทนำของนิทาน ทำให้ท่วงทำนองชักนำร่องรอยแห่งอารมณ์ไปตามกระแสไหลวน ช่วยให้ท่วงทำนองโคจรอยู่ระหว่างจินตภาพคลาสสิกและความรู้สึกป๊อปสมัยใหม่ ให้ทั้งความรู้สึกยิ่งใหญ่แบบมหากาพย์และมิติทางอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน น้ำเสียงอันใสกระจ่างและมีพลังทะลุทะลวงของ หลินจวิ้นเจี๋ย ถูกเน้นให้โดดเด่นยิ่งขึ้นในท่อนฮุค ส่งผลให้จุดสูงสุดของอารมณ์และความตึงเครียดภายในเนื้อเพลงถูกขยายออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่เสียงกู่เจิงในท่อนฮุคนั้น เปรียบเสมือนความในใจที่ถูกดีดสะท้อนให้สั่นไหวอย่างไม่คงที่ สะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเรายามอยู่ในความรักที่ทั้งระมัดระวังและขลาดกลัว ซึ่งถือเป็นจุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเพลงนี้เลยทีเดียว!

ในช่วงก่อนจะจบเพลง การประสานกันระหว่างเชลโลและกู่เจิงได้สร้างมิติทางอารมณ์ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ท่วงทำนองดังกล่าวมิใช่เพียงการพัวพันทางอารมณ์ทั่วไป แต่เปรียบเสมือนการประกาศอันแน่วแน่ว่า แม้จะระแวดระวังเพียงใด ก็ยังคงไม่ปรารถนาที่จะสูญเสียกันและกันไป ในน้ำเสียงนั้นไม่ได้มีเพียงความอ่อนโยนที่ต้องการรักษาไออุ่นสุดท้ายท่ามกลางพายุหิมะ แต่ยังมีความเด็ดเดี่ยวที่ยึดมั่นในศรัทธาอย่างไม่ยอมปล่อย และวินาทีที่พลังความแข็งแกร่งมาบรรจบกับความเปราะบางภายในใจนี้เอง คือเสน่ห์ที่ตราตรึงใจที่สุดของผลงานชิ้นนี้ ในท้ายที่สุด กีตาร์และขลุ่ยไม้ไผ่ได้บรรเลงรับส่งกันอีกครั้งในตอนจบ เกิดเป็นการสอดประสานที่รับกันอย่างประณีตตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้อารมณ์ของเพลงค่อย ๆ สงบลง และปิดม่านเรื่องราวแห่งวาสนาและการเฝ้ารอคอยนี้ด้วยความอ่อนโยน

- ถึงเวลาของเพลงเก่าแต่เราเก็ท’ แล้วครับ ช่วงที่จะทำให้คุณรู้ว่า บทเพลงจากวันวานมีพลังมากกว่าที่คุณคิด บางเพลงอาจจะเป็นความหลังของใครบางคน แต่สำหรับเรา มันคือ ‘แรงบันดาลใจ’ ที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน มาฟังกันครับว่าเพลงที่ผมเลือกมาวันนี้ จะโดนใจและทำให้คุณร้อง ‘อ๋อ...เก็ทเลย’ ได้ขนาดไหน อย่างเพลงที่ผมกำลังจะเปิดนี้ แม้จะแต่งขึ้นนานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่ความนุ่มนวลของมันยังคงทำหน้าที่กล่อมหัวใจคนฟังได้ทุกยุคจริงๆ อีกทั้งยังถือเป็นหนึ่งใน "สมบัติทางดนตรี" ของไต้หวันเลยล่ะครับ! กับเพลงจีนอมตะที่มีชื่อว่า 綠島小夜曲 (ลวี้ เต่า เซี่ยว เยี่ย ฉวี่ – บทเพลงขับกล่อมแห่งเกาะเขียว) ซึ่งเป็นเพลงภาษาจีนกลางที่สร้างสรรค์ขึ้นในไต้หวัน และถือเป็นเพลงแรกที่ได้รับการบันทึกเสียงลงแผ่นเสียงอย่างเป็นทางการในไต้หวันด้วย บทเพลงนี้ประพันธ์ขึ้นในปี 1954 โดย โจวหลันผิง (ผู้แต่งทำนอง) และ พานอิงเจี๋ย (ผู้แต่งคำร้อง) ซึ่งทั้งคู่ทำงานอยู่ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งสาธารณรัฐจีน (BCC) เนื้อหาพรรณนาถึงความรู้สึกหวั่นไหวและไม่คงที่ของชายหญิงยามตกอยู่ในห้วงรัก บันทึกเสียงครั้งแรกโดย ฉินจิ้น และออกจำหน่ายโดยค่ายเพลงจินเฉียน ในปี 1957 เพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงแทรกในภาพยนตร์เรื่อง A Meina (阿美娜) ของบริษัท Overseas Chinese Film โดยใช้เวอร์ชันที่ จี้ลู่เสีย (紀露霞) บันทึกเสียงไว้ในรายการ "Hao Nong Cun" ของสถานีวิทยุ BCC ซึ่งในขณะนั้นเวอร์ชันที่เธอถ่ายทอดได้รับการโหวตของคนฟังให้ติดอันดับ 1 ต่อเนื่องถึงสองปีซ้อน ต่อมาในปี 1958 ค่ายเพลงหมิงเฟิ่ง ได้นำเสียงร้องของ จื่อเวย (紫薇) ที่บันทึกไว้ในสถานีวิทยุ BCC มาผลิตเป็นแผ่นเสียง แต่ในช่วงแรกยังไม่เป็นที่นิยม จนกระทั่งค่ายเพลงว่านกั๋ว (Wan Guo) ในฟิลิปปินส์นำเพลงนี้ไปเผยแพร่จนโด่งดังในสังคมชาวจีนที่นั่นและแพร่หลายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 1961 ค่ายเพลงซื่อไห่ (Four Seas) ได้บันทึกเสียงเพลงนี้ใหม่อีกครั้งโดยยังคงให้ จื่อเวย เป็นผู้ขับร้อง และด้วยแรงสนับสนุนจากการเปิดผ่านวิทยุ เพลงนี้จึงเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในไต้หวัน ในปี 2011 หลังจากที่ โจวหลันผิง เสียชีวิตลงครบ 40 ปี โจวหยางหมิง บุตรสาวของเขาได้สืบค้นจนยืนยันได้ว่า เพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่เขียนถึงคุกบนเกาะลวี้เต่าอย่างที่หลายคนกล่าวถึง เธอกล่าวว่า หลังจากคุณแม่ของเธอ คือ หลี่ฮุ่ยหลุน เสียชีวิต เธอจึงใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการหาหลักฐานและสัมภาษณ์เพื่อนเก่าของบิดา เช่น เถียนเฟิง, หลี่สิง และ หยางปิ่งจง จนพบว่าแท้จริงแล้วเพลงนี้คือ "เพลงรัก" ที่บิดาแต่งขึ้นเพื่อจีบมารดาของเธอ โดยในขณะนั้น โจวหลันผิง เข้าทำงานที่ BCC ผ่านการแนะนำของ หยางปิ่งจง และทำหน้าที่เป็นครูฝึกสอนการร้องเพลงจนเริ่มมีชื่อเสียง ต่อมาเขาได้ไปสอนพิเศษที่โรงเรียนมัธยมสตรีจินโอว และได้พบกับ หลี่ฮุ่ยหลุน ที่เรียนอยู่ที่นั่น วันหนึ่งเขาบอกกับเพื่อนร่วมงานอย่าง พานอิงเจี๋ย และ หยางปิ่งจง ว่าอยากแต่งเพลงมอบให้ใครบางคน เพื่อนๆ จึงรับรู้เจตนาว่าเขาต้องการแต่งให้ผู้หญิงที่เขากำลังตามจีบอยู่ พานอิงเจี๋ย จึงเขียนคำร้อง และ โจวหลันผิง เป็นผู้แต่งทำนองเพื่อมอบให้แก่เธอ โดยโจวหยางหมิงยังเล่าอีกว่า เมื่อบิดามาถึงไต้หวันในช่วงแรก ได้รู้สึกว่าเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยสีเขียวขจี ดังนั้น เกาะเขียวของคุณพ่อจึงหมายถึงไต้หวันนั่นเอง

- งานประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกง (Hong Kong Film Awards) ครั้งที่ 44 ประจำปี 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมจิมซาจุ่ย โดย ซูฉี (舒淇) ประเดิมความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล "ผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม" (Best New Director) จากภาพยนตร์เรื่อง "Girl" (女孩) ซึ่งเป็นผลงานที่เธอรับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับด้วยตนเองเป็นครั้งแรก ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ความสำเร็จในการก้าวข้ามจากการเป็นนักแสดงระดับนานาชาติสู่บทบาทผู้กำกับอย่างเต็มตัว

"Girl" คือผลงานชิ้นสำคัญในการเปลี่ยนผ่านบทบาทของ ซูฉี หลังจากที่เธอโลดแล่นในฐานะนักแสดงบนเวทีโลกมาอย่างยาวนาน เมื่อก้าวมากุมบังเหียนในฐานะผู้กำกับ เธอก็ยังคงได้รับการยอมรับอย่างท่วมท้น โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสนใจตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ต่อด้วยการคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน และล่าสุดเพิ่งจะคว้ารางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที "Hong Kong Film Directors' Guild Awards 2026" เรียกได้ว่าเดินหน้ากวาดรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง

ผลงานกึ่งอัตชีวประวัติเรื่องนี้ใช้ฉากหลังเป็นเมืองท่าจีหลงของไต้หวันในช่วงทศวรรษ 1980 บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของเด็กสาวคนหนึ่ง โดยหยิบยกประสบการณ์ในวัยเด็กของ ซูฉี มาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งมีการแตะประเด็นที่หนักหน่วงอย่างการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและความไม่เท่าเทียมทางสังคม เธอเผยว่าบทภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาบ่มเพาะมานานหลายปี ในระหว่างการทำงานเธอต้องหันกลับไปเผชิญหน้ากับความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกกระทำรุนแรงในวัยเด็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อใช้การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนี้เป็นการเยียวยาและทำให้เธอสามารถยอมรับกับอดีตของตนเอง ส่งผลให้ภาพยนตร์มีอารมณ์ความรู้สึกที่เข้มข้นและสัจธรรมที่กินใจ

ซูฉี กล่าวบนเวทีหลังขึ้นไปรับรางวัลอย่างถ่อมตัวบนเวทีว่า "เมื่อ 29 ปีที่แล้ว ฉันเคยได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมและนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมบนเวทีแห่งนี้ แต่ครั้งนี้ได้รับรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ทั้งๆ ที่ฉันมีประสบการณ์ในวงการบันเทิงมานานกว่า 30 ปี การที่ได้รับรางวัลครั้งนี้คงเป็นเพราะฉันแก่เกินไปแล้ว! ฉันอยากขอบคุณทีมงานของฉัน ขอบคุณฮ่องกง ขอบคุณเพื่อน ๆ ขอบคุณทุกคนมากค่ะ!"

 

ประเด็นร่วม & Podcast
บันเทิงดอทคอม - 娛樂達康
บันเทิงดอทคอม
ผู้จัดรายการ: ธีระ หยาง
เวลาออกอากาศ: วันอาทิตย์
ประเด็นประจำสัปดาห์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解