Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569

ข้าวเกาสง 147 มีการขยายการเพาะปลูกต่อเนื่อง และยังนำไปแปรรูปเป็นแป้งข้าว ใช้ทำขนมปังและเค้ก ยกระดับบทบาทจากข้าวสู่วัตถุดิบคุณภาพบนโต๊ะอาหาร(ภาพจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเกาสง)
ข้าวเกาสง 147 มีการขยายการเพาะปลูกต่อเนื่อง และยังนำไปแปรรูปเป็นแป้งข้าว ใช้ทำขนมปังและเค้ก ยกระดับบทบาทจากข้าวสู่วัตถุดิบคุณภาพบนโต๊ะอาหาร(ภาพจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเกาสง)

     ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับหนึ่งของไต้หวัน ด้วยภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ทำให้ไม่ว่าจะเหนือหรือใต้ก็พบเห็นทุ่งนาเขียวขจีได้ทั่วไป ในบรรดาสายพันธุ์ข้าว “เกาสง 147” นับเป็นพันธุ์ที่มีพื้นที่ปลูกมากเป็นอันดับสอง รองจาก “ไถหนาน 11” หลังได้รับการตั้งชื่อในปี 2010 ข้าวพันธุ์นี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว และครองเวทีการแข่งขันข้าวที่จัดโดยกองการเกษตรและอาหารมาตั้งแต่ปี 2013 โดยคว้าเหรียญรางวัลรวมกว่า 59 เหรียญ รวมถึงเหรียญทองถึง 25 ครั้ง จนถึงขั้นที่กติกาการแข่งขันต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความโดดเด่นของมัน

ความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ เพราะ “เกาสง 147” ยังคว้าเหรียญทองจากการประกวดคุณภาพข้าวในญี่ปุ่นถึงสองครั้ง สะท้อนศักยภาพระดับสากล จุดเด่นสำคัญคือกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่พอดี ไม่ฉุนเกินไป ทำให้เข้ากับรสนิยมผู้บริโภคหลากหลาย ด้วยชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น พื้นที่เพาะปลูกจึงขยายตัวต่อเนื่อง และยังถูกนำไปแปรรูปเป็นแป้งข้าว ใช้ทำขนมปังและเค้ก ยกระดับบทบาทจากข้าวสู่วัตถุดิบคุณภาพบนโต๊ะอาหาร

เบื้องหลังความสำเร็จของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวไต้หวัน คือระบบการทำงานที่ทั้ง “แข่งขันและร่วมมือ” นักวิจัยจากทั่วประเทศต่างพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน กลายเป็นต้นแบบของการปรับปรุงพันธุ์พืช ที่ไม่เพียงสร้างสายพันธุ์ที่ดี แต่ยังสะท้อนพลังของความร่วมมือในระดับประเทศอีกด้วย

     จุดเริ่มต้นของ “เกาสง 147” ย้อนกลับไปที่ข้าวพันธุ์ “เกาสง 139” ซึ่งเป็นผลงานของนักปรับปรุงพันธุ์รุ่นก่อน ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นด้านรสชาติ ถูกใจผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น และยังคงเป็นพันธุ์หลักในพื้นที่ฟู่หลี่ (ฮัวเหลียน) และฉือซั่ง–กวนซาน (ไถตง) มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะอร่อย แต่มีข้อด้อยคือมีลักษณะท้องขาว (腹白) มาก ทำให้รูปลักษณ์ไม่สวยงาม จนถูกขนานนามว่า “สาวงามขี้เหร่”

สำหรับเกาสง 139” ซึ่งตั้งชื่อในปี 1975 ใช้ระยะเวลาเพาะปลูกค่อนข้างนาน ถ้าปลูกทางด้านฝั่งตะวันตกต้องใช้ราว 135 วัน ส่วนฝั่งตะวันออกอาจยาวถึง 150 วัน จึงไม่เหมาะกับระบบเพาะปลูกในพื้นที่เกาสง–ผิงตงที่ต้องการความต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการนำไปพัฒนาในพื้นที่ภาคตะวันออกแทน และประสบความสำเร็จอย่างมาก

จากความตั้งใจจะปรับ “สาวงามขี้เหร่” ให้กลายเป็น “สาวงามตัวจริง” จึงนำพันธุ์ เกาสง 139 ไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นพันธุ์โคชิฮิคาริ จนได้เป็น “เกาสง 145” ที่ทั้งอร่อยและมีรูปลักษณ์สวยงาม ลดสัดส่วนท้องขาวลงอย่างชัดเจน และมีคุณภาพการบริโภคสูง จนมักติดอันดับ “10 ข้าวคุณภาพยอดเยี่ยม” อย่างสม่ำเสมอ พร้อมแข่งขันเคียงข้างกับ “ไถหนง 71

อย่างไรก็ตาม แม้ “เกาสง 145” จะมีคุณภาพดี แต่ก็มีข้อจำกัด หากปลูกในฤดูแรกเร็วเกินไปหรือใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาเมล็ดร่วงง่าย ระหว่างเก็บเกี่ยว เคยมีกรณีที่เกษตรกรปลูกเร็วเกินไปจนผลผลิตลดลงกว่าครึ่ง เมล็ดข้าวร่วงเต็มแปลง สร้างความเสียหายและความไม่พอใจอย่างมาก และเพื่อแก้ปัญหานี้ และในช่วงที่กระแส “ข้าวหอม” กำลังมาแรง ทีมวิจัยจึงพัฒนาเพิ่มเติม โดยใช้ “เกาสง 145” เป็นแม่พันธุ์ และ “ไถหนง 74” ซึ่งมีกลิ่นหอมเป็นพ่อพันธุ์ ใช้เวลาคัดเลือกและปรับปรุงเกือบ 8 ปี จนได้ “เกาสง 147” ที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายเผือก ซึ่งการเลือกพ่อ–แม่พันธุ์มีหลักการสำคัญ คือ ลักษณะส่วนใหญ่ของข้าวจะถ่ายทอดผ่านนิวเคลียส จึงคงลักษณะของแม่พันธุ์ไว้ และเลือกพ่อพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเด่นเข้ามาเสริม โดยเฉพาะความหอมจากไถหนง 74

      ปัจจุบัน “เกาสง 147” ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แม้ในช่วงพัฒนาสายพันธุ์จะไม่คาดว่าจะได้รับความสำเร็จเช่นนี้ สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ “คุณภาพการบริโภค” ซึ่งข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นอย่างชัดเจน แม้ลักษณะในแปลงปลูกจะไม่ได้สะดุดตา ผลผลิตไม่สูงมาก และต้นค่อนข้างสูงจนเสี่ยงล้ม แต่ก็มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม โดยจุดเด่นสำคัญของเกาสง 147 คือความสมดุลระหว่างผลผลิตและคุณภาพ เมื่อนำมาหุง ข้าวจะนุ่ม เหนียว หอม เคี้ยวเพลิน และมีความเงาใสจากชั้นแป้งที่ช่วยกักเก็บความชื้นได้ดี แม้จะหอมไม่แรงเท่าข้าวพันธุ์อื่น เช่น “ไถเกิง 4” แต่ความหอมอ่อน ๆ แบบพอดี กลับเป็นจุดเด่นที่ทำให้กินได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกเลี่ยน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ได้รับความนิยมในระยะยาว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解