1. ตม. ไต้หวันเข้มงวดโฆษณาจัดหาคู่ข้ามชาติผ่านโซเชียล 4 เดือนแรกปีนี้จับแล้ว 21 ราย ปรับสูงสุดรายละ 5 แสนเหรียญ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันเปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาพบกรณีประชาชนและแรงงานต่างชาติโพสต์โฆษณาแนะนำบริการจัดหาคู่ข้ามชาติผ่าน Facebook และสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ กว่า 20 กรณี ซึ่งทุกรายถูกลงโทษเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุมเจ้าของร้านในเขตหลินหยวน นครเกาสง ฐานปิดประกาศแผ่นป้ายโฆษณาจัดหาคู่เจ้าสาวเวียดนามไว้ที่หน้าร้าน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นครเกาสง)
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชี้แจงว่า กฎหมายคนเข้าเมืองของไต้หวันกำหนดชัดเจนว่า ห้ามโฆษณาบริการจัดหาคู่ข้ามชาติทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 500,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมเตือนทั้งประชาชนและแรงงานต่างชาติอย่าได้ประมาท เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่ไม่คุ้มค่าเสียหาย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า จากการสอดส่องสื่อสังคมออนไลน์พบพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหลากหลายรูปแบบ อาทิ การโพสต์ใน Facebook เพื่อขอหาภรรยาให้บุตรชาย และมีผู้เข้ามารับอาสาเป็นแม่สื่อแนะนำคนในท้องถิ่น การเปิดเพจโพสต์รูปหญิงสาวเพื่อโฆษณาบริการจัดหาคู่ข้ามชาติ การโพสต์ชักชวนว่าสามารถสร้างรายได้จากการแนะนำคู่สมรส พร้อมชวนให้ทักแชทส่วนตัวเพื่อสอบถามรายละเอียด
แม้ในอดีตโฆษณาจัดหาคู่มักปรากฏในรูปแบบป้ายประกาศตามท้องถนน แต่ปัจจุบันได้ย้ายมาแพร่หลายบนโลกออนไลน์เป็นหลัก ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเข้าใจผิดว่าหากจ่ายค่าโฆษณาให้แพลตฟอร์มแล้วสามารถลงประกาศได้ตามปกติ
จางเหมยจื้อ หัวหน้าแผนกกิจการคนเข้าเมือง เปิดเผยตัวเลขว่า ตลอดปี 2568 มีผู้ถูกลงโทษรวม 35 ราย ขณะที่ปี 2569 เพียงแค่ช่วง 4 เดือนแรก มีผู้ถูกลงโทษแล้วถึง 21 ราย สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มักเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่หรือแรงงานต่างชาติที่ไม่ทราบกฎหมาย และต้องการช่วยแนะนำคนรู้จักด้วยความหวังดี จึงโพสต์ข้อมูลลงในเพจหรือบัญชี Facebook ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เจตนาดีไม่อาจเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้ การกระทำดังกล่าวยังคงมีความผิดและถูกลงโทษตามกฎหมายทุกกรณี

หนุ่มเกาสงไลฟ์สดเลือกคู่สาวลาวถูกจับดำเนินคดี (ภาพจาก SETN)
เฉินเสวี่ยฮุ่ย เลขาธิการสมาคม TransAsia Sisters Association องค์กรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ให้ข้อสังเกตว่า โฆษณาจัดหาคู่ที่แพร่ระบาดบนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มักเชื่อมโยงกับขบวนการจัดหาคู่ผิดกฎหมาย เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐที่กำหนดให้ต้องจดทะเบียนในรูปองค์กรไม่แสวงหากำไร จึงสามารถเรียกเก็บค่าบริการในอัตราสูงเกินจริงและขาดความโปร่งใสได้ นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์เหล่านี้ยังมักตั้งอยู่ในต่างประเทศ ทำให้การติดตามดำเนินคดีทำได้ยากยิ่งขึ้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเน้นย้ำว่า หากมีความจำเป็นต้องใช้บริการจัดหาคู่ข้ามชาติ ขอให้ตรวจสอบรายชื่อองค์กรที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานฯ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการตกเป็นเหยื่อของขบวนการผิดกฎหมาย โดยกฎหมายไต้หวันอนุญาตให้เฉพาะองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่สามารถดำเนินการจัดหาคู่ข้ามชาติได้ และแม้แต่องค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ยังถูกห้ามโฆษณาในเชิงพาณิชย์โดยเด็ดขาด
2. แรงงานไต้หวันชุมนุมใหญ่วันแรงงาน จี้รัฐปฏิรูปเงินบำนาญและขยายสวัสดิการครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม รวมแรงงานต่างชาติทุกคน
เนื่องในโอกาสวันแรงงานสากล 1 พฤษภาคม กลุ่มพันธมิตรเคลื่อนไหววันเมย์เดย์ ซึ่งประกอบด้วยสหภาพแรงงานและองค์กรภาคประชาสังคมนับร้อยแห่งแห่ง ได้ประกาศจุดยืนการเดินขบวนประจำปี โดยมุ่งเน้นข้อเรียกร้องหลักสองประการ ได้แก่ การสร้างหลักประกันรายได้ยามเกษียณอายุ และการขยายความคุ้มครองประกันภัยแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานฃาวไต้หวันจากสหภาพแรงงานนับร้อยแห่งเดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก Rti)
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา แรงงานประมาณ 7,000 คน เข้าร่วมการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและสภานิติบัญญัติเร่งผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบกองทุนบำนาญระบบใหม่จากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 12 รวมถึงการนำแรงงานต่างชาติเข้าสู่ระบบบำนาญอย่างเต็มรูปแบบ

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานฃาวไต้หวันจากสหภาพแรงงานนับร้อยแห่งเดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก CNA)
การเดินขบวนในปีนี้จัดขึ้นพร้อมกันสองแห่ง คือที่กรุงไทเปและนครเกาสง โดยฝั่งไทเปมีนายไต้กั๋วหรง ประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมไต้หวัน นำทัพร่วมกับแกนนำจากสหภาพแรงงานสำคัญ
ไต้กั๋วหรงชี้ให้เห็นว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันมาโดยตลอดว่าระบบประกันภัยแรงงานและกองทุนบำนาญมีความมั่นคง แต่ในทางปฏิบัติ เงินสวัสดิการที่แรงงานได้รับกลับต่ำเกินกว่าจะดำรงชีพได้อย่างมีคุณภาพ ประกอบกับช่องโหว่ในบทบัญญัติของกฎหมายที่ยังคงอยู่ ทำให้แรงงานผู้ทุ่มเทชีวิตการทำงานมาทั้งชีวิตยังคงเผชิญความเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุในสภาวะยากจน ท่ามกลางสังคมที่กำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างรวดเร็ว

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันประมาณ 7,000 คน เดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก CNA)
ชวีเจียหยุน หนึ่งในแกนนำการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้เปิดเผยว่า กลุ่มแรงงานได้เสนอแนวทางแก้ไขกฎหมาย 8 ประการ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ แทนการอุดช่องโหว่เพียงจุดใดจุดหนึ่ง ได้แก่
1. ปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบกองทุนบำนาญจากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 12 แบบค่อยเป็นค่อยไป
2. ยกเลิกเพดานการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญในระบบเก่าที่จำกัดไม่เกิน 45 หน่วย

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันประมาณ 7,000 คน เดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก CNA)
3. ปรับเพิ่มฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณประกันภัยแรงงานให้สอดคล้องกับรายได้ที่เป็นจริง
4. เพิ่มเพดานเงินชดเชยการเลิกจ้างเป็น 15 เดือน
5. ขยายระบบประกันภัยแรงงานให้ครอบคลุมทั่วถึง โดยยกเลิกข้อยกเว้นสำหรับกิจการขนาดเล็กที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 5 คน และให้ครอบคลุมแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคมทุกคน
6. ยกเลิกข้อจำกัดด้านอายุและสถานะการทำงาน เพื่อให้แรงงานทุกคนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองจากระบบประกันภัยแรงงานได้อย่างเท่าเทียม

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันประมาณ 7,000 คน เดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก nownews)
การเดินขบวนครั้งนี้มีแรงงานต่างชาติเข้าร่วมแสดงพลังด้วย โดยนางสาวมาร์นี ตัวแทนจากสหภาพแรงงานผู้ดูแลผู้ป่วย ได้กล่าวว่า แรงงานต่างชาติคือฟันเฟืองสำคัญในภาคการผลิต การก่อสร้าง และการดูแลผู้สูงอายุของไต้หวัน ทว่าส่วนใหญ่กลับถูกกีดกันออกจากระบบประกันภัยแรงงานและกองทุนบำเหน็จบำนาญ เพียงเพราะสัญชาติหรือประเภทของงานที่ทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยในครัวเรือนที่อุทิศแรงกายแรงใจดูแลผู้สูงอายุชาวไต้หวันมาอย่างยาวนาน แต่กลับไม่มีหลักประกันใดรองรับอนาคตของตนเอง เมื่อสูงวัยหรือสูญเสียความสามารถในการทำงาน พวกเขาต้องเผชิญกับความเปราะบางในชีวิตอย่างรุนแรง

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันประมาณ 7,000 คน เดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก udn)
กลุ่มแรงงานจึงเรียกร้องให้รัฐบาลยึดหลักการที่ว่า มีงานทำ มีรายได้ ต้องมีประกัน โดยนำแรงงานต่างชาติเข้าสู่ระบบกองทุนบำนาญใหม่ และให้รัฐบาลอุดหนุนเบี้ยประกันภัยแรงงานสำหรับแรงงานในภาคครัวเรือนในอัตราร้อยละ 50 เพื่อบรรเทาภาระของนายจ้างและเพิ่มความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของระบบ

สหภาพแรงงานในเกาสงหลายสิบแห่งจัดการชุมนุมและเดินขบวนพร้อมกับไทเป เรียกร้องปฏิรูประบบบำนาญและให้ครอบคลุมแรงงานทุกคนรวมแรงงานต่างชาติด้วย (ภาพจาก udn)
สำหรับปี พ.ศ. 2569 ถือเป็นปีแรกที่วันแรงงานได้รับการกำหนดให้เป็นวันหยุดสำหรับทุกอาชีพอย่างแท้จริง นายโหวจวิ้นเหลียง ประธานสมาพันธ์ครูแห่งชาติ ได้เชิญชวนกลุ่มครูเข้าร่วมเดินขบวนเพื่อแสดงพลังความสามัคคีข้ามสาขาอาชีพในครั้งนี้ด้วย และคำขวัญหลักของการชุมนุมวันเมย์เดย์ปีนี้คือ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน"

1 พ.ค. วันเมย์เดย์ ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันประมาณ 7,000 คน เดินขบวนทั้งในไทเปและเกาสง ชูป้ายคำขวัญ "เพิ่มสวัสดิการเกษียณ คุ้มครองถ้วนหน้าทั้งแรงงานไต้หวันและต่างชาติทุกคน" (ภาพจาก udn)
3. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหนีการตรวจจับ อุกอาจปีนกำแพงบุกรุกสภานครนิวไทเป สร้างความแตกตื่น ก่อนจนมุมตำรวจใน 4 ชั่วโมง
เกิดเหตุการณ์อันน่าตื่นตะลึงขึ้นกลางสภาเทศบาลนครนิวไทเป เมื่อแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยการปีนกำแพงบุกรุกเข้าสู่บริเวณสภาฯ จนก่อให้เกิดความวุ่นวายและความกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ราชการสำคัญดังกล่าว

อาคารสภาเทศบาลนครนิวไทเป (ภาพจาก cnews)
เหตุเกิดขึ้นในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อชายรายหนึ่งปฏิเสธการขอตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัดสินใจวิ่งหลบหนี ก่อนจะปีนกำแพงบุกรุกเข้าสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของสภาเทศบาลนครนิวไทเป เพื่อใช้เป็นที่กำบัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 5–6 นายได้ติดตามไล่ล่าผู้ต้องสงสัยภายในอาคารนานเกือบ 10 นาที กระทั่งคนร้ายอาศัยจังหวะที่ได้เปรียบปีนกำแพงย้อนกลับออกสู่ภายนอกทางประตูข้างอาคารสภาฯ และหลบหนีออกไปได้

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหนีการตรวจจับ ปีนกำแพงบุกรุกสภานครนิวไทเป สร้างความโกลาหล ก่อนจนมุมตำรวจใน 4 ชั่วโมง (ภาพจาก ttv.com.tw)
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ภายหลังการหลบหนีออกมาได้สำเร็จ ชายผู้นี้ได้ไปหลบอยู่ที่ร้านล้างรถในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นได้เดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณริมถนนอย่างสงบนิ่ง ไม่แสดงท่าทีหวาดระแวงแต่อย่างใด ราวกับไม่ได้มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เนื่องจากประเมินว่าตนสามารถสลัดการติดตามไล่ล่าจากตำรวจได้เบ็ดเสร็จแล้ว
เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ราชการสำคัญในขณะที่กำลังมีการประชุมสภาฯ อยู่ การไล่ล่าอย่างชุลมุนวุ่นวายของเจ้าหน้าที่จึงก่อให้เกิดความโกลาหลและความกังวลใจต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาเทศบาลเป็นอย่างมาก

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหนีการตรวจจับ ปีนกำแพงบุกรุกสภานครนิวไทเป สร้างความโกลาหล ก่อนจนมุมตำรวจใน 4 ชั่วโมง (ภาพจาก nexttv.com.tw)
ภายหลังเกิดเหตุประมาณ 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบทราบเบาะแสและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องเช่าในบ้านพักแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเป็นแรงงานสัญชาติเวียดนามที่หลบหนีออกจากนายจ้างและกลายสภาพเป็นแรงงานผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าที่ตัดสินใจหลบหนีนั้น เป็นเพราะความหวาดกลัวต่อการถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ ภายในห้องเช่าดังกล่าวยังพบเพื่อนร่วมห้องซึ่งเป็นแรงงานเวียดนามในสถานะผิดกฎหมายอีกหนึ่งราย ทั้งสองถูกควบคุมตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหนีการตรวจจับ ปีนกำแพงบุกรุกสภานครนิวไทเป สร้างความโกลาหล ก่อนจนมุมตำรวจใน 4 ชั่วโมง (ภาพจาก nexttv.com.tw)
โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ปรากฏผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กรณีที่แรงงานผิดกฎหมายสามารถบุกรุกเข้าถึงบริเวณสภาเทศบาลนครนิวไทเปได้นั้น ก่อให้เกิดความหวั่นวิตกแก่สมาชิกสภาฯ อย่างมิอาจมองข้าม และนับเป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการสำคัญให้เข้มแข็งและรัดกุมยิ่งขึ้นอย่างเร่งด่วน