Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 16 พ.ค.2569

นครไถหนานผลักดันโครงการ “โรงเรียนผลิตไฟฟ้า” ครอบคลุมทุกโรงเรียน โดยมีทั้งสนามกีฬาโซลาร์เซลล์ 113 แห่ง และโรงจอดรถอีก 73 แห่ง(photo:Tainan City Government)
นครไถหนานผลักดันโครงการ “โรงเรียนผลิตไฟฟ้า” ครอบคลุมทุกโรงเรียน โดยมีทั้งสนามกีฬาโซลาร์เซลล์ 113 แห่ง และโรงจอดรถอีก 73 แห่ง(photo:Tainan City Government)

ขับเคลื่อนอาคารคาร์บอนต่ำ สู่ Net Zero 2050 กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเดินหน้านโยบายลดคาร์บอน โดยเริ่มบังคับใช้ “มาตรฐานติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอาคาร” อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 สิงหาคมปีนี้

กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเดินหน้านโยบายอาคารปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Zero Carbon Building) สู่ระยะดำเนินการเต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้อาคารขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างใหม่ต้องติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ พร้อมผลักดันการเปิดเผยข้อมูลประสิทธิภาพพลังงานและกลไกคาร์บอนเครดิตควบคู่กัน เพื่อยกระดับจาก “การประหยัดพลังงาน” ไปสู่ “การผลิตไฟฟ้า ลดคาร์บอน และสร้างมูลค่าเป็นสินทรัพย์”

กระทรวงฯ ระบุเมื่อวันที่ 9 เมษายนว่า มาตรการต่าง ๆ กำลังทยอยบังคับใช้ โดยมาตรฐานติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์จะเริ่มมีผลในเดือนสิงหาคม 2026 คาดว่าภายในปี 2030 จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 3.19 ล้านตัน หรือมากกว่า 30% ของเป้าหมายในภาคที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม สะท้อนว่า “ภาคอาคาร” จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero   หลิวซื่อฟาง(劉世芳) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไต้หวัน ระบุในการประชุมว่า เพื่อขับเคลื่อน “เส้นทางสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ปี 2050 ของไต้หวัน” กระทรวงจะเริ่มจากภาคอาคาร ผ่านมาตรการหลากหลาย ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ การยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน การเปิดเผยข้อมูล และกลไกคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างระบบที่ให้ทั้งประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ เปลี่ยนอาคารจากผู้ใช้พลังงาน มาเป็นผู้ผลิตไฟ ประหยัดพลังงาน และบริหารคาร์บอนได้

ในด้านมาตรการเชิงรูปธรรม กระทรวงมหาดไทยไต้หวันร่วมกับกระทรวงเศรษฐการได้ประกาศ “มาตรฐานการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอาคาร” กำหนดให้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 เป็นต้นไป อาคารที่ก่อสร้างใหม่ ต่อเติม หรือปรับปรุง และมีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องติดตั้งกำลังผลิตไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์ต่อทุก 20 ตารางเมตร โดยคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ได้ราว 660,000 กิโลวัตต์ต่อปี และจะผสานกับมาตรการสนับสนุนของกระทรวงเศรษฐการเพื่อขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน

สำหรับประเด็นต้นทุนและความคุ้มค่า สถาบันวิจัยสถาปัตยกรรมชี้ว่า ปัจจุบันค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์อยู่ที่ประมาณ 38,800 เหรียญไต้หวันต่อกิโลวัตต์ ใช้เวลาคืนทุนราว 12 ปี อีกทั้งระบบยังสามารถจ่ายไฟให้ส่วนกลางในช่วงไฟฟ้าดับ ช่วยเสริมความต่อเนื่องในการบริหารอาคาร ส่วนด้านโครงสร้างและความปลอดภัยจากอัคคีภัย ได้ถูกรวมอยู่ในกฎระเบียบที่ใช้อยู่แล้ว เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากการติดตั้งบนหลังคาแล้ว กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันยังผลักดันโครงการสาธิตโซลาร์เซลล์บน “ผนังอาคาร” โดยเริ่มนำร่องในอาคารภาครัฐ ศูนย์ทดลองวัสดุของสถาบันวิจัยสถาปัตยกรรมได้เสร็จสิ้นการทดลองระยะแรกของแผงโซลาร์เซลล์แบบลวดลายสีบนผนัง ซึ่งมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าถึง 73.6% และในปี 2026 จะขยายการติดตั้งต่อเนื่อง คาดว่ากำลังการผลิตสะสมจะอยู่ที่ราว 424 กิโลวัตต์ ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการผลิตพลังงานและความงามทางสถาปัตยกรรม เพิ่มการยอมรับจากภาคเอกชน

ในด้านกลไกตลาด กระทรวงมหาดไทยไต้หวันยังเดินหน้าระบบเปิดเผยประสิทธิภาพพลังงานอาคาร โดยในอนาคตจะกำหนดให้ข้อมูลการใช้พลังงานเป็นรายการที่ต้องเปิดเผยในการซื้อขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พร้อมเชื่อมเข้ากับระบบประกาศราคาซื้อขายจริง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารได้โดยตรง และใช้กลไกตลาดกระตุ้นการปรับปรุงด้านการประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมจัดตั้งระบบ “คาร์บอนเครดิตจากการยืดอายุอาคาร” โดยนำผลการลดคาร์บอนจากการปรับปรุงอาคารเดิมและการติดตั้งโซลาร์เซลล์มาแปลงเป็นคาร์บอนเครดิต ใช้เป็นแหล่งรายได้สำหรับการบริหารจัดการอาคาร และดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน เพื่อพัฒนาไปสู่โมเดล “สินทรัพย์คาร์บอนของอาคาร” ที่เชื่อมโยงกับการเงินสีเขียว

กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันย้ำว่า นโยบายอาคารปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Zero Carbon Building) ได้ก้าวพ้นระยะนำร่องและเข้าสู่การขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย และมุ่งสู่เป้าหมาย “ประเทศที่มีความยืดหยุ่น และบ้านเมืองที่ยั่งยืน”

ติดตั้งโซลาร์เซลล์ลวดลายศิลป์บนผนังอาคาร ภายนอกของศูนย์ทดสอบวัสดุ สถาบันวิจัยสถาปัตยกรรม

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解