สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เป็นเริ่มกันนี้กระแสการปักปากกาลดน้ำหนักในไต้หวัน ที่ตอนนี้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นมีคนหิ้วปากกาลดน้ำหนักจากต่างประเทศมาจำหน่ายในไต้หวัน ซึ่งแพทย์ไต้หวันออกมาเตือนแล้วว่า การที่สามารถหาซื้อยาราคาถูกจากต่างประเทศได้ ไม่ได้หมายความว่ายานั้นเหมาะกับผู้ใช้ทุกคนเสมอไป เพราะยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 นี้ หากไม่ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงที่ตามมาอาจไม่ได้มีเพียงอาการข้างเคียงทั่วไปเท่านั้น

นายแพทย์เว่ยซือหัง (魏士航) จาก GENESIS CLINIC สาขาซินจู๋ ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงของยาประเภทนี้ มักไม่ได้อยู่ที่ช่องทางการซื้อ แต่เป็นเรื่องของการประเมินสุขภาพอย่างถูกต้อง การกำหนดขนาดยาที่เหมาะสม และการติดตามผลทางการแพทย์หลังการใช้ โดยเตือนว่า ยาฉีดลดน้ำหนักไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป แต่เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ หากนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำให้ผอม โดยละเลยวิธีใช้ที่ถูกต้องและการตอบสนองของร่างกาย กระบวนการลดน้ำหนักอาจยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหามากขึ้น ทั้งนี้จากรายงานของ FDA สหรัฐฯ พบว่า ใน 2 ปีที่ผ่านมาปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ผลข้างเคียง แต่คือการใช้ยาผิดวิธี ซึ่งรวมถึงการฉีดในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง การฉีดซ้ำ การลืมฉีด รวมถึงการจัดตารางเวลาการฉีดที่สับสน ที่เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ความเสี่ยงที่แท้จริงมักไม่ได้เกิดจากตัวยา แต่เกิดจากวิธีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง

นายแพทย์เว่ยซือหังได้แนะนำข้อควรสำคัญก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก 3 ประการดังนี้ 1.ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะยากลุ่ม GLP-1 เป็นยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ควรพิจารณาจากค่า BMI ภาวะเมตาบอลิซึม และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์โดยรวม 2.แหล่งที่มาของยาต้องน่าเชื่อถือ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตหรือการหิ้วจากต่างประเทศผ่านช่องทางที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้งาน และ 3. “กินให้ถูก” สำคัญกว่าการ “กินให้น้อย” เพราะแม้ว่ายาจะช่วยลดความอยากอาหารได้ แต่หากไม่ได้ปรับโครงสร้างการกินให้เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและระบบเผาผลาญไม่สมดุล และเมื่อหยุดยาน้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้ง่าย

นายแพทย์เว่ยซือหัง ชี้ว่ายาฉีดลดน้ำหนักมีข้อกำหนดเรื่องอุณหภูมิในการเก็บรักษาอย่างชัดเจน หากในระหว่างการพกพาหรือขนส่งข้ามประเทศ ไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนอีกด้วย และแม้จะซื้อยาของแท้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ทั้งความปลอดภัยและประสิทธิผลของยาก็อาจได้รับผลกระทบได้
ประเด็นต่อมาจะพาเปิดประสบการณ์ชมวาฬและโลมาในไต้หวันท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก เพราะช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่วาฬขนาดใหญ่เดินทางผ่านน่านน้ำไต้หวัน โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งตะวันออก ซึ่งสามารถพบวาฬและโลมาได้มากกว่า 20 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นวาฬเพชฌฆาต วาฬหัวทุย โลมาปากขวด โลมาสปินเนอร์ และโลมาแถบ โดยจุดชมวาฬและโลมาส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ได้แก่ เมืองอี๋หลาน ฮัวเหลียน และไถตง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์และจุดเด่นแตกต่างกันออกไป

สำหรับเมืองอี๋หลาน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือจากท่าเรือโถวเฉิง เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะกุยซาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของไต้หวัน ทำให้สามารถพบวาฬและโลมาได้มากกว่า 17 สายพันธุ์ เช่น โลมาปากขวด โลมาสปินเนอร์ และวาฬเพชฌฆาตเล็ก โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมโลมาคือ 05:00–12:00 น. ส่วนการชมวาฬมักมีโอกาสมากขึ้นในช่วง 12:00–15:00 น. แพ็กเกจทัวร์ส่วนใหญ่จะรวมการล่องเรือชมวาฬ การขึ้นเกาะกุยซาน และการล่องเรือรอบเกาะ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยมีราคาเฉลี่ยประมาณ 900–1,500 เหรียญไต้หวัน

ส่วนเมืองฮัวเหลียน ช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมถือเป็นฤดูกาลทองของการชมวาฬและโลมาที่ฮัวเหลียน มีท่าเรือจะตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง เดินทางสะดวก และสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ชมวาฬและโลมาเป็นครั้งแรก “ฮัวเหลียน” ถือเป็นจุดหมายที่เหมาะที่สุด เพราะมีโอกาสสูงถึง 95% ที่จะได้เห็นฝูงโลมากระโดดเหนือผืนน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างสวยงาม

และที่ไถตงเป็นบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นคุโรชิโอะไหลผ่าน ส่งผลให้มีความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลสูงมาก วาฬและโลมาจึงแวะเวียนเข้ามาในพื้นที่เป็นประจำ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือกลางเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ซึ่งทะเลจะสงบเหมาะแก่การล่องเรือ ซึ่งเรือจิ้นหลิ่ง (晉領號) ถือเป็นเรือชมวาฬที่มีชื่อเสียงของไถตง และเป็นเรือลำเดียวในพื้นที่ที่ได้รับตรารับรองมาตรฐานการชมวาฬ ระหว่างการเดินทางจะมีวิทยากรคอยบรรยายเกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเล พร้อมพาชมแลนด์มาร์กสำคัญด้วย