ใช้ความรักแทนความรุนแรง สตม.เผิงหูเสริมสร้างทักษะการปกป้องตนเองให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
เมื่อวันที่ 28 เมษายน ศูนย์บริการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเผิงหู ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านกฎหมายครอบครัวศึกษา โดยเชิญคุณสวี่อวี้อิง (許玉英) วิทยากรด้านการป้องกันความรุนแรงในชุมชนจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน มาบรรยายความรู้เกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและการสร้างความตระหนักรู้ด้านความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปกป้องตนเองและการเข้าถึงทรัพยากรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตในไต้หวันที่ปลอดภัยและมีหลักประกันที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น

ใช้ความรักแทนความรุนแรง สตม.เผิงหูเสริมสร้างทักษะการปกป้องตนเองให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ (ภาพจาก สตม.เผิงหู)
คุณสวี่อวี้อิง ทำงานด้านการศึกษาในชุมชนและการส่งเสริมศิลปะในพื้นที่เผิงหูมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเป็นผู้ดูแล "ร้านภาพวาดและงานฝีมือ" มีประสบการณ์ด้านการสอนที่หลากหลาย ในการอบรมครั้งนี้ เธอเริ่มต้นจากการอธิบายประเภทของความรุนแรงในครอบครัวที่พบได้ทั่วไป โดยเปลี่ยนเนื้อหาทางวิชาการให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัว พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้เรียนได้รู้จักประเด็นการคุ้มครองผู้สูงอายุ การคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ใกล้ชิด อีกทั้งยังอธิบายว่าความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่อาจรวมถึงการละเลยการดูแล การทำร้ายจิตใจ การทำร้ายทางวาจา ความรุนแรงทางเพศ และการควบคุมทางเศรษฐกิจด้วย คำอธิบายของเธอ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจมากขึ้นว่าสถานการณ์ใดบ้างที่อาจเข้าข่ายความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงแนวทางการรับมือและช่องทางในการขอความช่วยเหลือเมื่อพวกเขาเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม
คุณเจียงโหมวหยวน(江謀源) ผู้อำนวยการศูนย์บริการเมืองเผิงหู กล่าวว่า กิจกรรมอบรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ความรู้และทรัพยากรเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวแล้ว หัวข้อในครั้งนี้ ยังช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รู้สึกปลอดภัย เสริมสร้างความตระหนักในการปกป้องตนเอง และเสริมสร้างศักยภาพในการเผชิญกับแรงกดดันในชีวิตและความแตกต่างทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ คุณเจียงโหมวหยวนเน้นย้ำว่า การโฆษณาจัดหาคู่สมรสข้ามพรมแดนเป็นสิ่งต้องห้าม หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 500,000 เหรียญไต้หวัน

แสดงอารมณ์ความรู้สึกในใจผ่านการวาดภาพ (ภาพจาก สตม.เผิงหู)
“ความรุนแรงในครอบครัว” คืออะไร?
ตามมาตรา 2 แห่งกฎหมายป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ระบุว่า “ความรุนแรงในครอบครัว” หมายถึง การกระทำของสมาชิกในครอบครัวที่เป็นการคุกคาม ควบคุม บังคับ ข่มขู่ หรือการละเมิดที่ผิดกฎหมายในด้านร่างกาย จิตใจ หรือเศรษฐกิจต่อกัน
1. ความรุนแรงในครอบครัวด้านร่างกาย ตัวอย่างเช่น :
การทารุณกรรม การทอดทิ้ง การค้ามนุษย์ การบังคับขู่เข็ญหรือชักจูงให้ประกอบอาชีพหรือกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ การแสวงประโยชน์หรือใช้เด็กหรือเยาวชน ในการก่ออาชญากรรม การทำร้ายร่างกาย การลิดรอนเสรีภาพ การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การเฆี่ยนตี ต่อย เตะ ทุบ ผลัก ดึง เหวี่ยง กระชาก ตบ ข่วน กัด เผา บิดแขนขา ดึงผม บีบคอ หรือใช้สิ่งของเป็นอาวุธในการทำร้าย (อ้างอิงจาก เผิงหวยเจิน, 1999)
2. ความรุนแรงในครอบครัวด้านจิตใจ ตัวอย่างเช่น :
(1) การทำร้ายด้วยวาจา : การใช้คำพูดหรือน้ำเสียงเพื่อบีบบังคับ ข่มขู่หรือคุกคามผู้เสียหาย โดยมีเจตนาควบคุม เช่น การด่าทอ ตะคอก ดูหมิ่น เสียดสี ขู่เข็ญ ข่มขู่ว่าจะทำร้ายผู้เสียหายหรือคนในครอบครัว รวมถึงการขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง
(2) การทำร้ายทางจิตใจ: พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจแก่เหยื่อ เช่น การดักฟัง การสะกดรอยตาม การสอดแนม การเพิกเฉย เมินเฉย ดูถูก เหยียดหยาม ทำให้อับอายเสียหน้า กล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง หรือพยายามควบคุมบงการผู้เสียหาย
(3) การล่วงละเมิดทางเพศ: การบังคับให้มีจินตนาการทางเพศหรือทำกิจกรรมทางเพศในลักษณะเฉพาะ การบังคับให้ดูการกระทำทางเพศ ภาพยนตร์หรือภาพลามก เป็นต้น
3.ความรุนแรงในครอบครัวด้านเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น:
การไม่ให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต การควบคุมการเงินภายในครอบครัวอย่างเข้มงวดเกินไป การบังคับให้เป็นผู้ค้ำประกัน การบังคับให้กู้ยืมเงิน รวมถึงพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีและความนับถือตนเองอย่างรุนแรง

อย่าเพิกเฉยต่อการใช้ความรุนแรง ทั้งทางกายและทางใจ (ภาพประกอบเรื่องจาก pexel)
วิธีป้องกันความรุนแรงในครอบครัว
⬤ สร้างแนวคิดการป้องกันที่ถูกต้อง : ผ่านการอบรมในครอบครัวและสถานศึกษา ปลูกฝังหลักการแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง
⬤ ขอความช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ : หากสมาชิกในครอบครัวมีปัญหาความขัดแย้งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเรียนรู้วิธีการสื่อสารหรือจัดการความขัดแย้งในรูปแบบอื่น ป้องกันไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง
⬤ ยับยั้งไม่ให้ความรุนแรงลุกลาม : เมื่อเกิดเหตุความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงหรือคนรอบข้าง เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนบ้าน ควรรีบโทรแจ้งตำรวจหมายเลข 110 ให้เข้ามาช่วยเหลือทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น
⬤ สร้างจิตสำนึก“ไม่ยอมรับความรุนแรง”: ให้ความรู้และรณรงค์ ปลูกฝังแนวคิดไม่ยอมรับความรุนแรงในชุมชน ไม่เพียงแต่ตนเองไม่ใช้ความรุนแรง แต่ยังไม่เพิกเฉยต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบตัว พร้อมทั้งส่งเสริมการแจ้งเหตุในชุมชน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากความรุนแรงและมีความสุข
แนวทางสังเกตและป้องกันไม่ให้ความรุนแรงในครอบครัวปะทุหรือรุนแรงขึ้น :
⬤ เมื่ออีกฝ่ายเริ่มข่มขู่ คุกคาม ทำท่าจะทำร้าย หรือมีพฤติกรรมจะขว้างปาสิ่งของ ควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดความรุนแรง
⬤ เมื่อเกิดปัญหาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ควรรีบหาทางแก้ไข ไม่ปล่อยให้สะสมเป็นอารมณ์ค้างคา มิฉะนั้นอาจบานปลายจนควบคุมไม่ได้
⬤ หลีกเลี่ยงการยั่วยุหรือทำให้อีกฝ่ายโกรธมากขึ้นระหว่างการทะเลาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นอันตราย
⬤ เห็นอกเห็นใจความรู้สึกของสมาชิกในครอบครัว และหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดเชิงลบที่อาจทำร้ายจิตใจ
⬤ ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และสร้างแนวคิดความเสมอภาคระหว่างสมาชิกในครอบครัว
⬤ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน เพื่อให้สามารถช่วยห้ามปรามหรือแจ้งตำรวจได้เมื่อเกิดเหตุการณ์

สายด่วน 113 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการหลายภาษา (ภาพจาก กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน)
หากเกิดความรุนแรงในครอบครัว ควรทำอย่างไร?
เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงในครอบครัว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องปกป้องความปลอดภัยของตนเองก่อน หลีกเลี่ยงไม่ให้อวัยวะสำคัญของร่างกายได้รับบาดเจ็บ และรีบโทรสายด่วนตำรวจ 110 โดยเร็ว เพื่อให้ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และช่วยนำตัวผู้เสียหายส่งโรงพยาบาล
หากความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แนะนำให้รีบขอความช่วยเหลือทันที เนื่องจากความรุนแรงมักเกิดซ้ำ และมีแนวโน้มทวีความถี่และความรุนแรงมากขึ้นตามเวลา การขอความช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยหยุดยั้งความรุนแรงได้
สามารถโทรสายด่วนคุ้มครอง 113 เพื่อขอคำปรึกษาและแจ้งเหตุ ซึ่งสายด่วน 113 จะมีนักสังคมสงเคราะห์ให้บริการเป็นภาษาจีน ไต้หวัน อังกฤษ เวียดนาม ไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย รวมทั้งสิ้น 7 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสามารถติดต่อศูนย์ป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศของหน่วยงานท้องถิ่นโดยตรงเพื่อขอความช่วยเหลือ
หน่วยงานท้องถิ่นทุกแห่งมีศูนย์ป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์คอยช่วยเหลือผู้เสียหายในการรับมือกับความรุนแรงในครอบครัว เช่น ที่พักพิงชั่วคราว ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เงินอุดหนุนค่ารักษาพยาบาล ความช่วยเหลือทางการเงิน การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา และการให้คำแนะนำด้านการจ้างงาน เป็นต้น
สายด่วนคุ้มครอง 113
สายด่วน 113 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด หากคุณ คนในครอบครัว หรือเพื่อน กำลังประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ หรือการคุกคามทางเพศ หรือหากคุณทราบว่ามีเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ถูกละเลย หรือถูกกระทำในลักษณะที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจคุณสามารถโทร 113 และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนมากที่สุด ได้แก่ “ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร” โปรดระบุตำแหน่งที่อยู่ของผู้เสียหาย ข้อมูลระบุตัวตนที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดของเหตุการณ์ เช่น สภาพความรู้สึกตัวของเหยื่อในขณะนั้น สาเหตุ เวลา และความถี่ของเหตุการณ์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่รับสายสามารถประเมินสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที