วันนี้เรามีประเด็นที่ใกล้ตัวและน่าสนใจมากๆ มาฝากกัน โดยเฉพาะใครที่เป็นทาสน้องหมาน้องแมว บอกเลยว่าห้ามพลาด เราจะพาไปดูผลสำรวจสัตว์เลี้ยงสี่ขาในไต้หวัน ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างชัดเจนมาก และที่น่าสนใจคือ ตอนนี้แมวได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่มีจำนวนแซงหน้าสุนัขไปแล้วเรียบร้อย
ข้อมูลจาก กระทรวงเกษตรไต้หวัน ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2568 จำนวนสุนัขเลี้ยงทั่วไต้หวันอยู่ที่ 1,462,528 ตัว ลดลงจากปี 2566 เล็กน้อยประมาณ 18,109 ตัว หรือคิดเป็น 1.2% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนแมวเลี้ยงกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนสูงถึง 1,742,033 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 430,584 ตัว หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 32.8% เลยทีเดียว และนี่จึงทำให้จำนวนแมวเลี้ยงในไต้หวัน แซงหน้าสุนัขเป็นครั้งแรก กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ในสังคมไต้หวัน
แม้ว่าหากมองในแง่สัดส่วนครัวเรือนจะยังพบว่า ครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัขยังคงมีมากกว่าครัวเรือนที่เลี้ยงแมวเล็กน้อย ประมาณ 1.2% แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ “รูปแบบการเลี้ยง” กล่าวคือ ครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัขตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมมากนัก แต่ในทางกลับกัน ครัวเรือนที่เลี้ยงแมวตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปกลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้จำนวนแมวโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่า คนที่เลี้ยงแมวในปัจจุบันมีแนวโน้มเลี้ยงมากกว่าหนึ่งตัว และมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงในรูปแบบที่ต่างออกไป

(photo: Unsplash)
สำหรับสาเหตุที่ทำให้แมวกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมมากขึ้นนั้น เจียงเหวินเฉวียน อธิบดีกรมคุ้มครองสัตว์ของกระทรวงเกษตรไต้หวัน ได้อธิบายว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนโสด และครัวเรือนขนาดเล็กในเขตเมือง ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็กลง ทำให้การเลี้ยงแมวซึ่งใช้พื้นที่น้อย ดูแลง่าย และไม่จำเป็นต้องพาออกไปเดิน กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ได้ดีกว่าสุนัข นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนทำงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แมวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในรายงานฉบับนี้ คือการปรับปรุงวิธีการสำรวจให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2564 การสำรวจส่วนใหญ่จะอาศัยการสุ่มตัวอย่างผ่านโทรศัพท์บ้านเป็นหลัก แต่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา ได้มีการรวมกลุ่มตัวอย่างจากโทรศัพท์มือถือเข้ามาด้วย และในปี พ.ศ. 2568 ยังได้มีการพัฒนาวิธีการจัดสรรกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมประชากรในแต่ละพื้นที่และแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือทางสถิติและสะท้อนภาพรวมของสังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญในด้านกฎหมาย โดย กระทรวงเกษตรไต้หวัน ได้ประกาศเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ให้ “แมวเลี้ยง” ต้องเข้ารับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมีระยะเวลาผ่อนปรน 1 ปี และจะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการจดทะเบียนแมวจะเพิ่มขึ้นจาก 58.45% ในปี 2566 เป็น 66.48% ในปี 2568 แต่ผลสำรวจกลับพบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าว จึงจำเป็นต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์จากภาครัฐทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ข้อมูลยังสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างพื้นที่ โดยบางเมืองยังมีอัตราการจดทะเบียนสุนัขต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เช่น เจียอี้ หยุนหลิน และจางฮั่ว ขณะเดียวกัน บางพื้นที่ก็มีอัตราการทำหมันสุนัขเพศเมียต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เช่น เจียอี้ หยุนหลิน และจีหลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการพัฒนานโยบายในระดับท้องถิ่นอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม แนวโน้มโดยรวมยังถือว่าค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในอนาคต กระทรวงเกษตรไต้หวัน ระบุว่าจะมุ่งเน้นการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีอัตราการจดทะเบียนและการทำหมันต่ำ โดยจะใช้มาตรการทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนทรัพยากร และการสื่อสารเชิงรุก เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงตระหนักถึงความสำคัญของการจดทะเบียนและการทำหมันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การลดปัญหาสัตว์จรจัดตั้งแต่ต้นทางอย่างยั่งยืน
จากภาพรวมทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า “สัตว์เลี้ยง” ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนคลายเหงาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงโครงสร้างทางสังคม วิถีชีวิตของผู้คน และทิศทางนโยบายของประเทศได้อย่างชัดเจน การที่แมวมีจำนวนแซงหน้าสุนัขในไต้หวัน จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความนิยม แต่เป็นภาพสะท้อนของสังคมเมืองยุคใหม่ ที่มีคนโสดเพิ่มขึ้น พื้นที่อยู่อาศัยจำกัด และต้องการรูปแบบความสัมพันธ์ที่ดูแลง่ายแต่ยังคงให้ความอบอุ่นทางใจได้
Hope Station: "ปีแห่งการเยียวยา" ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเจียหนาน
ในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนปี 2025 แผ่นดินไหวความรุนแรง 6.4 ริกเตอร์ในแถบเมืองเจียอี้-ไถหนาน ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเขตหนานซี ของนครไถหนาน เนื่องโอกาสครบรอบหนึ่งปีของเหตุการณ์แผ่นดินไหว ท่ามกลางเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึงอีกครั้ง เราได้เดินทางกลับไปยังเขตหนานซี เพื่อเฝ้ามองสิ่งที่ถูกซ่อมแซมแล้ว สิ่งที่สูญสลายไปไม่อาจหวนคืน รวมถึงความแข็งแกร่งและพลังชีวิตที่ก่อตัวขึ้นใหม่จากซากปรักหักพัง