พืชหลายชนิดเผชิญปัญหา “อุปสรรคจากการปลูกซ้ำ” (連作障礙) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลูกพืชชนิดเดิมในพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการจัดการตามปกติ แต่พืชกลับเจริญเติบโตได้ไม่ดี ส่งผลให้คุณภาพและผลผลิตลดลง สาเหตุหลักมาจากความไม่สมดุลของธาตุอาหารในดิน เนื่องจากพืชดูดใช้ธาตุอาหารในสัดส่วนใกล้เคียงกันซ้ำ ๆ ทำให้บางชนิดขาดแคลน ขณะที่บางชนิดสะสมมากเกินไป นอกจากนี้ยังอาจทำให้ความเค็มของดินเพิ่มขึ้น และกระทบต่อสมดุลของจุลินทรีย์ในดิน
อีกปัจจัยสำคัญคือการสะสมของเชื้อก่อโรค เมื่อปลูกพืชชนิดเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน เชื้อโรคในดินจะเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ปัญหานี้พบได้ชัดในพืชเศรษฐกิจ เช่น เมลอน รวมถึงไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างไต้หวัน ซึ่งเอื้อต่อการสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืช ทำให้การควบคุมยิ่งยากขึ้น ในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ จึงนิยมใช้วิธี “การฆ่าเชื้อดินด้วยไอน้ำ” เพื่อลดปัญหานี้ แม้ไต้หวันเคยนำมาใช้ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านแรงงานและต้นทุน
ล่าสุด สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถหนานได้พัฒนา “เครื่องฆ่าเชื้อดินด้วยไอน้ำแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ” ที่ใช้ไอน้ำอุณหภูมิสูงกำจัดเชื้อโรคและสารตกค้างในดิน ช่วยลดการใช้สารเคมี เครื่องสามารถเคลื่อนที่ด้วยระบบตีนตะขาบ ใช้พลังงานไฟฟ้า และควบคุมด้วยรีโมตไร้สาย ใช้แรงงานเพียง 1–2 คน ช่วยลดต้นทุนมากกว่า 20% และยังเพิ่มผลผลิตเมลอนได้ราว 20–30% อย่างไรก็ตาม หลังการใช้งานยังแนะนำให้เติมอินทรียวัตถุ เพื่อรักษาสมดุลของดินในระยะยาว
จุดเด่นของเครื่องนี้คือการใช้ “ท่อแทงไอน้ำ” ส่งความร้อนลงสู่ชั้นดินโดยตรง ทำให้ฆ่าเชื้อได้ลึกและสม่ำเสมอกว่าวิธีดั้งเดิมที่วางท่อบนผิวดิน จากการทดลองพบว่าสามารถทำให้อุณหภูมิดินอยู่ที่ 70–80°C ได้ภายในเวลาสั้น ช่วยกำจัดเชื้อโรค แมลง และเมล็ดวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จุลินทรีย์ในดินจะลดลงชั่วคราว แต่สามารถฟื้นตัวภายใน 1–2 เดือน และยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในการยกระดับการเกษตรอย่างยั่งยืน