Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569

เตือนภัยการเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล ระวังกลโกงโฆษณาหลอกเงินบนโลกออนไลน์
เตือนภัยการเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล ระวังกลโกงโฆษณาหลอกเงินบนโลกออนไลน์

1. เตือนภัยการเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล ระวังกลโกงโฆษณาหลอกเงินบนโลกออนไลน์

           ในยุคดิจิทัล พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยผ่านแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE หรือ Instagram ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสะดวกรวดเร็วเพียงปลายนิ้ว ประกอบกับระบบชำระเงินออนไลน์และการจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้การซื้อขายในช่องทางดังกล่าวกลายเป็นรูปแบบการบริโภคหลักของสังคมในปัจจุบัน

      อย่างไรก็ตาม กลุ่มมิจฉาชีพได้อาศัยช่องว่างจากความสะดวกสบายดังกล่าว แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของ "โฆษณาหน้าเดียว" (One-Page Ads) โดยซื้อพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ พร้อมนำภาพสินค้าจริงหรือภาพจากสื่อมาตัดต่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และตั้งราคาสินค้าต่ำกว่าท้องตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภค เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและสั่งซื้อสินค้า มักถูกล่อลวงด้วยระบบ "เก็บเงินปลายทาง" หรือการแอบอ้างชื่อบริษัทและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แต่เมื่อได้รับสินค้าและชำระเงินแล้ว กลับพบว่าสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณา มีตำหนิ หรือเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ และเมื่อพยายามติดต่อเพื่อขอคืนสินค้า มักถูกบล็อกช่องทางการสื่อสารจนไม่สามารถติดตามทวงถามได้

      เพื่อป้องกันแรงงานต่างชาติตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพ กระทรวงแรงงานแจ้งเตือน กลโกงโฆษณาออนไลน์แบบหน้าเดียวผ่านบริษัทขนส่งบังหน้า

      กระทรวงแรงงานได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัย โดยเฉพาะเพื่อป้องกันมิให้แรงงานต่างชาติตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ โดยระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทขนส่งและคลังสินค้าบางแห่งตกเป็นเครื่องมือหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับชำระเงินปลายทาง เพื่อนำเงินดังกล่าวไปชำระค่าโฆษณาราคาสูงให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งใช้เผยแพร่โฆษณาหลอกลวงแบบหน้าเดียวต่อไป

      กลุ่มมิจฉาชีพมักเลือกใช้สินค้าที่ดึงดูดความสนใจ เช่น ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก กำไลหยก ใบชา หรือน้ำผึ้ง เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคสั่งซื้อผ่านระบบเก็บเงินปลายทาง แต่เมื่อเปิดพัสดุออกมา กลับพบว่าเป็นสินค้าปลอม ด้อยคุณภาพ หรือไม่ตรงตามที่สั่งแต่อย่างใด

5 สัญญาณเตือน: สังเกตโฆษณาหน้าเดียวของมิจฉาชีพอย่างไร สายด่วน 165 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกง แนะนำให้สังเกต 5 ลักษณะดังต่อไปนี้

      1. ไร้ช่องทางติดต่อที่ชัดเจน — เว็บไซต์ไม่ระบุที่ตั้งบริษัทหรือหมายเลขโทรศัพท์ฝ่ายบริการลูกค้า หรือโทรแล้วไม่มีผู้รับสายมีเพียงอีเมลหรือบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวเท่านั้น

      2. ราคาสินค้าต่ำผิดสังเกต — ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

      3. เร่งรัดการตัดสินใจ — ใช้ตัวนับถอยหลัง หรืออ้างว่ามีจำนวนจำกัด เพื่อกดดันให้ผู้บริโภครีบสั่งซื้อโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง

      4. คำโฆษณาเกินจริง — อ้างว่าจัดส่งฟรี มีระยะเวลาทดลองใช้ 7 วัน สามารถแกะตรวจสินค้าได้ หรือรับประกันคืนเงิน 100% โดยในส่วนความคิดเห็นมีแต่รีวิวเชิงบวกเพียงด้านเดียว ปราศจากข้อติชม

      5. ข้อจำกัดด้านการชำระเงินและภาษา — รองรับเฉพาะการเก็บเงินปลายทางหรือบัตรเครดิต ซึ่งหน้าชำระเงินอาจเป็นเว็บไซต์ปลอมที่มีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล นอกจากนี้ เนื้อหาบนเว็บไซต์มักมีการใช้ภาษาที่ผิดพลาด มีคำศัพท์เฉพาะจากภาษาจีนตัวย่อ หรือมีการออกแบบที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ

      ขอเตือนให้แรงงานไทยอย่าคลิกลิงก์โฆษณาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ทราบที่มาอย่างชัดเจน และให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพบสินค้าที่ตั้งราคาถูกผิดปกติ จัดโปรโมชันระยะเวลาจำกัด หรือใช้ระบบเก็บเงินปลายทาง

      หากสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง หรือได้รับพัสดุที่ไม่ได้สั่ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนต้านการฉ้อโกง โทร. 165 หรือสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 (สำหรับผู้ต้องการบริการล่ามแปลภาษา)

      อย่าให้ความโลภหรือความรีบเร่ง กลายเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพ...

2. กระทรวงแรงงานย้ำ แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ขอหนังสือรับรองการทำงานเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง นายจ้างปฏิเสธมีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ

      กระทรวงแรงงานไต้หวันออกมาเตือนนายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยระบุว่าเมื่อสัญญาจ้างงานสิ้นสุดลง ลูกจ้างมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้างได้ทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงประสบการณ์และคุณสมบัติในการสมัครงานใหม่ โดยนายจ้างไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด หากฝ่าฝืนจะถูกระวางโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 300,000 เหรียญไต้หวัน และอาจถูกลงโทษซ้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง ทั้งนี้ แม้มีบทลงโทษชัดเจน แต่ในแต่ละปียังคงพบข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ถึง 400–500 คดี

      นายหวังโฮ่วเหว่ย อธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์ กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า มาตรา 19 แห่งกฎหมายมาตรฐานแรงงานบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อสัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดลงและลูกจ้างยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการทำงาน นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างจะปฏิเสธมิได้ โดยข้อบังคับนี้ครอบคลุมแรงงานต่างชาติด้วย ดังนั้น ไม่ว่าการสิ้นสุดการจ้างงานจะเกิดจากสาเหตุใด ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชย การให้ออกจากงานด้วยเหตุทางวินัย การเกษียณอายุ หรือการลาออกโดยสมัครใจ นายจ้างมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำงานตามคำร้องของลูกจ้างโดยไม่ชักช้า ยิ่งไปกว่านั้น แม้ลูกจ้างจะยื่นคำร้องภายหลังการลาออกไปแล้วระยะหนึ่ง นายจ้างก็ยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องออกเอกสารดังกล่าว และไม่อาจปฏิเสธได้

แรงงานไทยในโรงงานปั๊มชิ้นส่วนยานยนต์ที่เขตหยางเหมย นครเถาหยวน (ภาพจาก Rti)

      หากนายจ้างฝ่าฝืน นอกจากจะถูกปรับและมีคำสั่งให้แก้ไขแล้ว หากยังไม่ดำเนินการภายในกำหนด อาจถูกลงโทษปรับเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และในกรณีที่ผู้ยื่นขอเป็นแรงงานต่างชาติ ประวัติการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบต่อการขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติของสถานประกอบการในอนาคตด้วย

      อธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หนังสือรับรองการทำงานถือเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้สถานประกอบการที่รับสมัครงานสามารถประเมินประสบการณ์และคุณสมบัติของผู้สมัครได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางว่าเนื้อหาในหนังสือรับรองการทำงานควรระบุข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ได้แก่

แรงงานไทย CLC โรงงานผลิตนอตชื่อดังในไถหนาน (ภาพจาก CLC)

      - ตำแหน่งงานที่ดำรงอยู่ในสถานประกอบการ

      - ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

      - อายุงานหรือระยะเวลาการทำงาน

      - ค่าจ้างหรือเงินเดือน

      สำหรับข้อมูลอื่น ๆ ที่นายจ้างอาจต้องการบันทึกเพิ่มเติม เช่น ผลการประเมินผลงาน เหตุผลในการลาออก หรือประวัติการให้รางวัลและบทลงโทษ นายจ้างไม่สามารถระบุข้อมูลเหล่านี้ลงในหนังสือรับรองได้โดยพลการ หากไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่เกิดจากการประเมินส่วนบุคคล

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก Rti)

      จากสถิติในปี 2568 พบว่ามีข้อพิพาทแรงงานที่เกี่ยวข้องกับหนังสือรับรองการทำงานและเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยประมาณ 400–500 กรณี และมี 17 กรณีที่นายจ้างถูกลงโทษปรับจากการไม่ออกหนังสือรับรองให้ลูกจ้าง กระทรวงแรงงานจึงขอเตือนนายจ้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่ปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษตามกฎหมาย

      ในกรณีของแรงงานต่างชาติ หากแพบว่านายจ้างปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการทำงาน สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองแรงงานในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือได้

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解