Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

เด็กแดนชาไข่มุก - ห้องเรียนสองภาษาในไต้หวัน

เด็กแดนชาไข่มุก - ห้องเรียนสองภาษาในไต้หวัน
เด็กแดนชาไข่มุก - ห้องเรียนสองภาษาในไต้หวัน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ไต้หวันมีเป้าหมายจะพัฒนาตัวเองให้เป็น สังคมสองภาษา หรือ Bilingual Nation ภายในปี 2030 ซึ่งหนึ่งในรากฐานสำคัญก็คือการเริ่มต้นตั้งแต่ระดับการศึกษา โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 กระทรวงศึกษาธิการของไต้หวันได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการสนับสนุนโรงเรียนในการนำ ผู้ช่วยครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติ เข้ามามีบทบาทในห้องเรียน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 แล้ว โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาก่อนวัยเรียน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเด็กๆ ไม่ใช่แค่การท่องจำในห้องเรียน แต่เป็น การใช้จริงในชีวิตประจำวันแนวคิดนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะที่ผ่านมาการเรียนภาษาอังกฤษในหลายประเทศรวมถึงเอเชีย มักจะเน้นที่ไวยากรณ์ การสอบ หรือการอ่านเขียนเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาษา คือเครื่องมือในการสื่อสาร ไต้หวันจึงพยายามเปลี่ยนแนวทางการเรียนรู้ จาก เรียนเพื่อสอบ มาเป็น เรียนเพื่อใช้

หนึ่งในวิธีสำคัญก็คือ การให้เด็กๆ ได้มีโอกาสสื่อสารกับเจ้าของภาษา หรือผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ผ่านผู้ช่วยครูชาวต่างชาติ ที่เข้ามาร่วมสอนกับครูประจำชั้น ในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานฯ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 8,300,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อสนับสนุนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐจำนวนถึง 611 แห่งทั่วประเทศ

งบประมาณนี้ถูกนำไปใช้ในการว่าจ้างผู้ช่วยครูชาวต่างชาติ เพื่อเข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอนจริงในห้องเรียน ไม่ใช่แค่เป็นผู้สอนเสริม แต่เป็น ผู้ร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ช่วยครูเหล่านี้จะไม่ได้ทำงานแยกจากครูไต้หวัน แต่จะทำงานร่วมกันในลักษณะ co-teaching หรือการสอนร่วมกัน 

教育部擴大招募外籍英語師服務22縣市國中小

ทางสำนักงานฯ ยังระบุอีกว่า โครงการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เรื่อง ภาษา เท่านั้น แต่ยังต้องการส่งเสริมความมั่นใจของเด็กๆ เพราะปัญหาที่พบได้บ่อยคือ เด็กจำนวนไม่น้อย ไม่กล้าพูด ภาษาอังกฤษ แม้จะมีพื้นฐานอยู่แล้วก็ตาม ดังนั้น การมีผู้ช่วยครูชาวต่างชาติ ที่สามารถสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง สนุก และไม่ตัดสินความผิดพลาด จะช่วยให้เด็กๆ ค่อยๆ เปลี่ยนจากความเขินอาย มาเป็นความกล้าที่จะลองใช้ภาษา และเมื่อเด็กเริ่มกล้าพูด ความมั่นใจก็จะตามมา

ที่โรงเรียนประถมรุ่ยถิง ในนครนิวไทเป ผู้ช่วยครูชาวต่างชาติได้ร่วมมือกับครูท้องถิ่น พาเด็กๆ ออกจากห้องเรียน ไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมในชีวิตจริง หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจก็คือ หลักสูตรเดินอ่านเมืองเด็กๆ จะได้ออกไปสำรวจชุมชน เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร อาหาร และวัฒนธรรม พร้อมกับฝึกใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง เช่น การสั่งอาหาร การพูดคุยกับเพื่อน หรือการอธิบายสิ่งที่ตัวเองเห็น สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ วิชา แต่กลายเป็น เครื่องมือและเมื่อเด็กเริ่มใช้ภาษาเพื่อเชื่อมโยงกับโลกจริง ภาษาอังกฤษก็จะกลายเป็นสะพานที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และประสบการณ์

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ โรงเรียนประถมจื้อหัง ในเมืองเจียอี้ ที่ได้จัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษในรูปแบบที่สร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่ายกีฬาภาษาอังกฤษ หรือ ค่ายโดรนสองภาษาฟังดูน่าสนุกใช่ไหมคะ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปพร้อมกับกิจกรรมกีฬา เทคโนโลยี และการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน ในค่ายโดรน เด็กๆ อาจจะต้องเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยี การควบคุม การทดลอง และการทำงานเป็นทีม ในขณะที่ค่ายกีฬา ก็จะเป็นการฝึกการสื่อสารในสถานการณ์ที่มีความเคลื่อนไหว สนุก และไม่เป็นทางการ แนวทางแบบนี้ช่วยให้เด็ก ซึมซับภาษา โดยไม่รู้ตัว และยังช่วยพัฒนาทักษะอื่นๆ ไปพร้อมกัน เช่น การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความกล้าแสดงออก ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไต้หวันไม่ได้มองการเรียนภาษาอังกฤษเป็นแค่ ทักษะหนึ่ง แต่เป็น เครื่องมือในการเปิดโลก ในภาพรวม นโยบายนี้ยังเชื่อมโยงกับทิศทางของโลกยุคปัจจุบัน ที่การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมมีความสำคัญมากขึ้น เด็กที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ จะมีโอกาสในการเรียนต่อ ทำงาน และเชื่อมต่อกับนานาชาติได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก็มีประเด็นที่น่าสนใจให้ติดตามเช่นกัน เช่น ความต่อเนื่องของโครงการ การกระจายทรัพยากรระหว่างโรงเรียนในเมืองและชนบท รวมถึงการพัฒนาครูท้องถิ่นให้สามารถทำงานร่วมกับผู้ช่วยครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จากภาพรวมในตอนนี้ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของไต้หวันในการปฏิรูปการศึกษา และอาจเป็นหนึ่งในโมเดลที่หลายประเทศสามารถนำไปปรับใช้ได้

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解