Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-05-18

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-05-18 (photo: @pakutaso)
ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-05-18 (photo: @pakutaso)

หลายคนยึดมั่นว่าไม่ควรมีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ความเชื่อนี้เป็นเรื่องปกติมาก แม้แต่ตัวผมเองก็เข้าใจความรู้สึกนั้นได้ดี นั่นคือความเชื่อที่ว่า "เราดีไม่พอ" แล้วความรู้สึกนี้มาจากไหนกัน? เป็นเพราะเราขาดการได้รับคำชมในวัยเด็กหรือเปล่า? จากการไตร่ตรองถึงปัญหานี้มานาน และได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิญญาณและนักจิตบำบัดหลายคน แน่นอนว่าสสาเหตุนั้นมีความซับซ้อน ซึ่งรวมถึงประสบการณ์จากบาดแผลทางใจและปัจจัยส่วนบุคคลด้วย

 

โปรดตระหนักว่า คำอธิบายที่จะเล่าสู่กันฟังต่อไปนี้ แม้จะเรียบง่ายจนเกือบจะตรงไปตรงมา แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงกุญแจสำคัญว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ (low self-esteem) เหตุผลที่เราคิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น เป็นเพราะเรามองเห็นทุกข้อบกพร่องของตัวเอง แต่กลับมองเห็นแต่ความสมบูรณ์แบบที่ผิวเผินของคนอื่นเท่านั้น

 

ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ? เป็นเพราะคุณเห็นแค่ "ครึ่งเดียวของคนอื่น"

เหตุผลที่เราคิดว่าตัวเองดีไม่พอและด้อยค่าตัวเอง เป็นเพราะทุกครั้งที่เรามีความรู้สึกและประสบการณ์ในเชิงบวก จะมีเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในความคิดของเราเสมอ และเราก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อมันได้ ตัวอย่างเช่น ทันทีที่เราเปิดปากพูด จะมีเสียงอีกเสียงกระซิบขึ้นมาพร้อมกันในใจว่า "เห้อเรื่องมันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกัน?" หรือ "หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วฉันกำลังไม่มั่นใจในตัวเองนะ" หรือแม้กระทั่ง "จริงๆ แล้วเมื่อวานฉันเพิ่งพูดสิ่งที่แตกต่างจากนี้ไปโดยสิ้นเชิง"

เป็นเพราะเรามองเห็นความคิดแย่ๆ ทั้งหมดของเราอย่างชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่รับรู้เพียงครึ่งเดียวถึงความคิดแย่ๆ ในจิตใจคนอื่น เราจึงรีบด่วนสรุปไปเองว่า "เราแย่กว่าคนอื่นถึงสองเท่า" แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

 

หยุดโทษตัวเองเรื่อง "คิดมาก" ได้แล้ว มันคือปรากฏการณ์ปกติของสมอง

บางครั้งคนเราอาจรู้สึกสับสน ขัดแย้ง หรือแม้แต่หงุดหงิดในความคิดของตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นเรื่องปกติมาก อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องบอกอารมณ์เหล่านี้กับทุกคน (โชคดีที่คนอื่นก็ไม่ได้เล่าทุกสิ่งที่พวกเขาคิดจริงๆ ให้เราฟังเช่นกัน) ไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเองในเรื่องนี้ ที่รู้สึกว่าหยุดความคิดในหัวไม่ได้ เพราะทุกคนเป็นเหมือนกัน มนุษย์เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็น ผู้ให้ข้อมูลกับตัวเอง ทั้ง ฟัง ความคิดของตัวเอง และก็เหมือนกับ แอบฟัง ความคิดตัวเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน เราปิดสวิตช์ความคิดในหัวไม่ได้ ความคิดมันไหลมาเรื่อย ๆ แบบควบคุมยาก เพราะแบบนี้จึงเกิดการฝึกฝนเช่นการเจริญสติ (Mindfulness Meditation) เพื่อช่วยให้เราจัดการความฟุ้งซ่านได้ หลายคนอาจมองว่าวิธีการนี้เป็นการเสียเวลา จึงพยายามใช้แอลกอฮอล์เพื่อกดความคิดในหัว แต่สุดท้ายกลับพบว่าความคิดที่โง่เขลานั้นกลับเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งกาจมากกว่าที่คิด หมายความว่าแม้จะเอา แอลกอฮอล์มาถมก็จมมันไม่ได้ มันยังโผล่ขึ้นมารบกวนเราอยู่ดี เป็นภาพเปรียบเทียบที่ขำ ๆ แต่จริงมาก

 

 

1) “找到你自己的海流”—ค้นหากระแสน้ำของตัวเอง

เปรียบความหมายว่า ทุกคนมีเส้นทางหรือจังหวะชีวิตของตัวเอง ลักษณะเหมือนสัตว์ทะเลที่ต้องหากระแสน้ำที่เหมาะกับตัวเองเพื่อว่ายไปได้ไกล

ผู้เขียนอยากบอกว่า: คุณไม่ได้ไร้ค่า ไม่ได้จมหายไปในโลกใบใหญ่ เพียงแค่ต้อง เจอกระแสของตัวเองให้เจอ

 

 2) “你並不微不足道”—คุณไม่ได้เล็กน้อยหรือไม่สำคัญ

ข้อความปลอบใจอย่างหนักแน่นว่า แม้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กแค่ไหน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณกลายเป็น เพนกวินในแบบที่ดีที่สุดในใจคุณแค่ กางปีกหนึ่งครั้ง คุณก็สามารถทำให้ทะเลแห่งจิตสำนึกเกิดคลื่นลูกหนึ่งที่ ถ้าไม่มีคุณ คลื่นนี้จะไม่เกิดขึ้นสิ่งนี้เป็นภาพเปรียบเทียบว่าความเป็นคุณมีผลกระทบต่อโลก แม้จะดูเล็กแต่ก็ ขาดไม่ได้

 

 3) เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะกลับสู่สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง

ข้อความพูดถึง รุ่นต่อรุ่นเกลียวคลื่นใหม่ผลักคลื่นเก่า วันหนึ่งเราเองก็จะหยุดสร้างคลื่น

แล้วกลายเป็นเพียง ฟองคลื่นกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่

 

 4) วันหนึ่งคุณคือทั้งฟองคลื่นและทะเล

ข้อความจบด้วยภาพลึกซึ้งว่าวันหนึ่ง คุณไม่เพียงเป็นคลื่นเล็ก ๆ แต่คุณจะเป็นทั้งทะเล ส่วนหนึ่งของจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตก็เหมือนทะเล กว้างใหญ่และคาดเดาไม่ได้ บางทีคุณอาจจะก้าวไปได้ไกลเกินกว่าที่คิด อาจ บินได้ดีกว่าเพนกวินด้วยซ้ำ แม้ตอนนี้จะคิดว่าบินไม่ได้ก็ตาม

 

ส่วนจะบินไปที่ไหนไม่มีใครรู้ และไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะความไม่รู้ก็คือความงดงามอย่างหนึ่งของชีวิต

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解