Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-05-25

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-05-25 (photo: Uni-President)
ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-05-25 (photo: Uni-President)

ต้องบอกว่าหากพูดถึงร้านสะดวกซื้อในไต้หวัน ชื่อของ 7-ELEVEN ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ชำระบิล รับพัสดุ หรือแม้แต่การนัดพบเพื่อน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคเริ่มมองหาประสบการณ์ที่มากกว่านั้น ทั้งในด้านคุณภาพสินค้า ความสดใหม่ และความหลากหลาย ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา 7-ELEVEN สาขา Fresh แห่งที่ 8 ได้เปิดทดลองให้บริการ และมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 เมษายน โดยบริษัท Uni-President ผู้ดำเนินธุรกิจ 7-ELEVEN ในไต้หวัน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา บริษัทได้เริ่มเน้นขยายร้านรูปแบบ Fresh ในทำเลย่านที่พักอาศัยและเขตผังเมืองใหม่ ซึ่งถือเป็นโมเดลร้านสะดวกซื้อกึ่งซูเปอร์มาร์เก็ต 

ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะยอดผลประกอบการของร้านรูปแบบนี้เติบโตขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่องทุกปี ปัจจุบันมีการขยายสาขาครอบคลุมหลายพื้นที่ ทั้งในไถหนาน เกาสง นิวไทเป และเถาหยวน ที่สำคัญคือยอดใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ยของลูกค้าในร้าน Fresh สูงกว่าสาขา 7-ELEVEN แบบดั้งเดิมหลายเท่า สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพและความสะดวกสบาย สำหรับสาขาล่าสุดที่เปิดในปีนี้ ตั้งอยู่ในย่านชิงผู่ เมืองเถาหยวน ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสูง เนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้าเถาหยวน อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของย่านพาณิชย์และที่พักอาศัยระดับพรีเมียม ทำให้มีความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างสูง 

ภายในร้าน Fresh สาขานี้ มีการคัดสรรสินค้ากว่า 1,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ตามฤดูกาล เนื้อสัตว์และอาหารทะเลสด รวมถึงวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทำอาหารเองที่บ้าน แต่ยังคงความสะดวกสบายในแบบร้านสะดวกซื้อ อีกหนึ่งจุดเด่นคือการเพิ่มสัดส่วนสินค้าอาหารสด ทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็งกว่า 125 ชนิด พร้อมทั้งออกแบบขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง เพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนโสดหรือครอบครัวขนาดเล็ก ซึ่งเป็นโครงสร้างประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้นในไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งโซนสุกี้-ชาบู ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อวัตถุดิบไปประกอบอาหารได้ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนการยกซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อมมาไว้ในร้านสะดวกซื้อ และที่สำคัญคือเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่ความน่าสนใจของร้าน Fresh ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องอาหารเท่านั้นค่ะ ในสาขาชิงถัง ยังมีการเปิดตัวโซน DAISO เป็นครั้งแรก โดยมีการติดตั้งชั้นวางสินค้าถึง 38 ชั้น นำเสนอสินค้ากว่า 1,000 รายการ ในราคาตั้งแต่ 49 ถึง 139 เหรียญไต้หวัน ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแฟชั่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง 

ในด้านเครื่องดื่ม สาขา Fresh 青塘 ยังนำเสนอประสบการณ์ใหม่ผ่าน “Juice Bar” ที่มีน้ำผลไม้และสมูทตี้คั้นสดมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งเป็นสูตรพัฒนาเฉพาะของร้าน ให้ลูกค้าได้สัมผัสความสดใหม่แบบทำแก้วต่อแก้ว ขณะเดียวกัน Uni-President ยังปรับโครงสร้างร้านให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มองค์ประกอบด้านความบันเทิงและความเป็นอินเทอร์แอคทีฟ เช่น การติดตั้งตู้คีบตุ๊กตา ที่ได้รับความนิยมในไต้หวันอย่างมาก รวมถึงโซน “IP” ที่เน้นสินค้าของสะสมและของเล่นกล่องสุ่ม หรือ Blind Box ซึ่งเป็นกระแสที่มาแรงในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน ในโซนนี้ ลูกค้าจะได้พบกับสินค้าลิมิเต็ดจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Beast Kingdom และ TOP TOY ที่เน้นคาแรกเตอร์และดีไซน์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมีการนำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ “Norns” เข้ามาเปิดในสาขานี้เป็นครั้งแรก พร้อมสินค้ามากกว่าพันรายการที่จัดวางอย่างเต็มพื้นที่ 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านค้าปลีกยังมองว่า โมเดลร้านแบบ Fresh อาจเป็นทิศทางสำคัญของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในอนาคต โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่พื้นที่อยู่อาศัยมีจำกัด และผู้คนต้องการความสะดวกในระยะเดินถึง สำหรับไต้หวัน ซึ่งมีความหนาแน่นของร้านสะดวกซื้อสูงติดอันดับโลก การพัฒนาโมเดลใหม่อย่าง Fresh จึงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ และที่น่าสนใจคือ โมเดลลักษณะนี้อาจกลายเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน

สุดท้ายนี้ ต้องบอกว่า การเปลี่ยนแปลงของ 7-ELEVEN ในไต้หวันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินค้า หรือปรับโฉมร้านเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภค และทิศทางของธุรกิจค้าปลีกในยุคใหม่อย่างแท้จริง

Hope Station: เทศกาลคืนชีพของเล่น

เนื่องในโอกาสวันเด็กไต้หวัน ดีเจอิมก็อยากแนะนำกิจกรรมนี้ครับ “เทศกาลคืนชีพของเล่น” (玩具復活節) ที่จัดขึ้นทุก ๆ ปีในช่วงวันเด็ก โดยความร่วมมือกันระหว่างบริษัทโตโยต้าไต้หวันและห้องสมุดของเล่นไต้หวันภายใต้โครงการ “แบ่งปันของเล่น แบ่งปันความรัก” โดยปีนี้จะมีกิจกรรมฝ่าด่านของเล่นโบราณ ทำของเล่นไม้ DIY กิจกรรมครอบครัว โซนของเล่นมือสองและของเล่นไม้ หากฝ่าด่านสำเร็จยังสามารถจับฉลากเอาของขวัญกลับบ้านได้อีกด้วย! เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและรักษ์โลกไปในตัว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解