Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

สารานุกรมสุขภาพ 18 พ.ค. 69 : แสงแดด วายร้ายทำลายดวงตา

แสงแดดที่เราเจอทุกวัน เป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆ ของดวงตา และหากไม่ระวังเสี่ยงตาบอดได้ (ภาพจาก bangkokhospital.com)
แสงแดดที่เราเจอทุกวัน เป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆ ของดวงตา และหากไม่ระวังเสี่ยงตาบอดได้ (ภาพจาก bangkokhospital.com)

ทราบหรือไม่ว่า แสงแดดที่เราเจอทุกวัน นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผิวหนังของเราแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อดวงตาของเราอีกด้วย สาเหตุมาจากรังสียูวีที่เราต้องเจอในทุกวันนั่นเอง อันตรายจากแสงแดดมีผลต่อส่วนต่างๆ ของดวงตาซึ่งทำให้เราเสี่ยงตาบอดได้ โรคตาที่มีสาเหตุมาจากแสงแดด ได้แก่ ต้อลม กระจกตาอักเสบ ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อมและมะเร็ง รายการในสัปดาห์นี้จะแนะนำรายละเอียดของโรคที่พบบ่อยได้แก่ ต้อลมและต้อกระจก 

ต้อลม

ต้อลมคือโรคทางตาชนิดหนึ่งซึ่งมักไม่มีอาการ สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้อลมจะมีลักษณะเป็นก้อนขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนบริเวณตาขาวส่วนที่ชิดกับกระจกตาของเรา โดยมักจะเป็นทั้งสองตา ส่วนใหญ่ต้อลมมักเกิดบริเวณหัวตา แต่ก็สามารถพบบริเวณหางตาได้ ต้อลมต่างกับต้อเนื้อตรงที่ต้อเนื้อมีขนาดใหญ่กว่าและกินบริเวณไปยังส่วนของตาดำได้ด้วย จึงสามารถเรียกได้ว่าต้อลมกับต้อเนื้อเป็นโรคชนิดเดียวกัน แต่ต้อเนื้อคือระยะลุกลามที่ขยายขนาดขึ้นไปบริเวณตาดำ จนอาจกดให้กระจกตาโค้งผิดรูปจนส่งผลต่อการมองเห็นได้

ต้อลม เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ทุกเพศทุกวัย ถึงแม้ไม่อันตรายแต่ก็มีผลต่อความสวยงามของดวงตา หรือบางรายอาจรบกวนการดำเนินชีวิตได้ เช่น มีอาการระคายเคืองตา มองไปทางไหนก็รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายในตา ตาแดง น้ำตาไหลได้

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

ต้อลมเกิดได้จากหลายสาเหตุประกอบกัน ปัจจัยเสี่ยงหลักๆคือการเผชิญแสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ในแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต รังสีดังกล่าวทำให้เยื่อบุตาค่อย ๆ เสื่อมสภาพ และหนาตัวขึ้นจนเกิดเป็นต้อลมในที่สุด สาเหตุและปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดต้อลม มักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสดวงตากับสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานาน เช่น

การสัมผัสฝุ่นละอองและควันอย่างต่อเนื่อง อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเป็นเวลานาน

เจอลมหรืออยู่กลางแจ้งบ่อยๆ

ใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นานเกินไป

มีภาวะตาแห้งเรื้อรัง

อายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากเส้นใยคอลลาเจนบริเวณเยื่อตาเริ่มเสื่อม

อาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น คนงานก่อสร้าง ที่ต้องเจอแดดจ้าเป็นเวลานาน

ช่างเชื่อมเหล็ก ซึ่งต้องเผชิญแสงจ้าและความร้อนจากการเชื่อม

พนักงานเจียระไนเครื่องประดับ ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นและแสงจ้า

ต้อลมเกิดจากการระคายเคืองจากรังสียูวีจากแสงแดด ลม และฝุ่น ทำให้เยื่อบุตาบริเวณที่เกิดกับขอบตาดำเกิดการเสื่อม (ภาพจาก prachachat.net)

อาการ

อาการของต้อลมในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ สามารถมองเห็นได้ตามปกติ บางรายหากเกิดการอักเสบจะมีอาการรุนแรงขึ้นได้ อาจรู้สึกแสบตา ระคายเคืองตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล โดยอาการอักเสบมักเกิดจากการตากแดดนาน ๆ หรือเผชิญฝุ่น ควัน มลภาวะต่อเนื่องเป็นเวลานาน พบได้บ่อยในประเทศไทยซึ่งมีอากาศร้อนและแสงแดดแรง

ต้อลมอันตรายไหม

เมื่อเกิดอาการต้อลม หลายคนอาจรู้สึกกังวลว่าเป็นอันตรายหรือไม่ แท้จริงแล้วต้อลมไม่ใช่โรคอันตรายที่ต้องกังวลจนเกินไปนัก เพราะเป็นโรคที่รักษาได้ โดยการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและอาการว่าเป็นมากหรือน้อยเพียงใด อีกทั้งการเป็นต้อลมจะไม่เป็นอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น ตรงกันข้ามกับต้อหินซึ่งเป็นโรคต้อที่อันตรายมาก เนื่องจากหากไม่ได้รับการรักษาจนถึงขั้นลุกลาม จะเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวร 

ต้อลม มีโอกาสหายไหม รักษาด้วยวิธีใด

แม้ต้อลมจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตก็ควรรักษาเพื่อบอกลาโรคดังกล่าว โดยวิธีการรักษาเบื้องต้นแพทย์จะตรวจดูอาการภายนอกหรือใช้เครื่องมือทางจักษุแพทย์ เพื่อดูว่ามีอาการมากหรือน้อยเพียงใด การซักประวัติเพื่อหาสาเหตุที่มาของโรค เช่น รูปแบบการดำเนินชีวิต อาชีพ ฯลฯ รวมถึงประวัติของบุคคลในครอบครัว เนื่องจากคนไข้บางรายเป็นต้อลมเพราะพันธุกรรม โดยการรักษาสามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธีการ ดังนี้

1.การหยอดตา

กรณีที่อาการของต้อลมไม่รุนแรงมากนักแพทย์จะแนะนำให้หยอดตาเป็นประจำ แม้จะไม่ใช่วิธีการกำจัดต้อลมให้หายขาด แต่เป็นการช่วยลดอาการทางตาและลดโอกาสที่ต้อลมจะขยายขนาดขึ้นจนกลายเป็นต้อเนื้อ หรือลดโอกาสเกิดต้อลมอักเสบได้ ควรหยอดตาไปพร้อม ๆ กับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต เช่น หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด สวมใส่แว่นตากันแดดเป็นประจำ

2.การผ่าตัด

อีกหนึ่งวิธีการรักษาต้อลมที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น คือการผ่าตัดปลูกเนื้อเยื่อไปยังบริเวณเยื่อบุตาขาวที่ถูกกำจัดต้อลมออกไปแล้ว จากนั้นเย็บปิดด้วยไหมหรือตัวช่วยสมานแผล วิธีนี้จะช่วยลดการเกิดต้อลมซ้ำ แต่หลังจากผ่าตัดอาจมีอาการระคายเคืองและต้องปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ต้อลมกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม

ต้อลมสามารถรักษาเบื้องต้นได้ด้วยการหยอดตาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหรือชะลอการดำเนินของโรค แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อว่าหลายคนมักมีคำถามว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นต้อลมได้อีกหรือไม่ ซึ่งต้องตอบตามตรงว่ามีโอกาสกลับมาเป็นต้อลมได้อีก เนื่องจากสาเหตุการเกิดต้อลมส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ท่ามกลางแดดจัด การใช้ชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่น ควัน และมลภาวะ รวมถึงการต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมงโดยไม่มีการพักสายตา สิ่งเหล่านี้คือตัวการทำให้เกิดต้อลมซ้ำได้อีก แม้จะได้รับการรักษาแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงมีความสำคัญเพื่อลดโอกาสการเกิดต้อลมซ้ำให้น้อยที่สุด

ต้อกระจก

คือภาวะการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของแก้วตาหรือเลนส์ตาจากที่เคยใสเป็นขุ่น แก้วตาทำหน้าที่ในการรวมแสงให้ตกบนจอประสาทตา เมื่อแก้วตาขุ่นทำให้แสงผ่านไปถึงจอประสาทตาลดลงและส่งผลกระทบต่อการรวมแสง

สาเหตุของต้อกระจก 

ต้อกระจกจะพบมากในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพราะเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนต่างๆของร่างกายจะเริ่มเสื่อมไปตามวัย หากเลนส์ตาเสื่อมสภาพ จนโครงสร้างทางเคมีของโปรตีนในเลนส์ตาเสื่อม ก็จะเกิดเป็นโรคขึ้นมานั่นเองหรือเกิดจากโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับไทรอยด์ หรือโรคอ้วน อีกสาเหตุหนึ่งที่สามารถพบได้ คือการเป็นต้อกระจกโดยกำเนิด (Congenital cataract) อาจจะเกิดจากการเจริญผิดปกติในครรภ์ โรคทางกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากการติดเชื้อบางอย่าง เช่น หัดเยอรมัน หรือไวรัสเริม เป็นต้น

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดต้อกระจก

นอกจากสาเหตุภายในร่างกายแล้ว ต้อกระจกยังเกิดจากพฤติกรรม หรือภาวะอื่นๆ ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่นจ้องแสงอัลตราไวโอเลต (UV) หรือแสงที่สว่างมากเกินไปเป็นเวลานาน เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ แสงจากโทรศัพท์มือถือตอนกลางคืน แสงจากการเชื่อมเหล็ก เคยเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตาจนกระทบกระเทือนดวงตามากๆ หรือมีสิ่งแปลกปลอมกระเด็นเข้าตา เช่น เศษเหล็ก เศษหิน หรือสารเคมีอันตราย เคยเกิดภาวะอื่นๆเกี่ยวกับตา เช่น การอักเสบ ติดเชื้อในตา หรือมีสายตาสั้นมากๆ เคยผ่าตัดดวงตา ใช้ยาชนิดต่างๆเป็นเวลานาน เช่น ยาหดม่านตา ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ เคยเข้ารับการฉายรังสี ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่จัด

อาการของต้อกระจก 

จะมีตามัวเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง มักมัวมากในตอนกลางวัน หรืออยู่ในที่มีแสงจ้าและเห็นชัดตอนกลางคืน, บางรายเห็นภาพซ้อน, หรืออาจมีสายตาสั้นและต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ ช่วงแรกใส่แว่นตาอาจเห็นชัดขึ้น แต่เมื่อแก้วตาขุ่นมากแม้ใส่แว่นก็ไม่ดีขึ้น และบางรายมีการเห็นสีเปลี่ยนแปลง ในรายที่จะเป็นต้อกระจกมากพบมีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ต้อหิน

การรักษา

แบ่งเป็นการใช้ยาหยอดตาและการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดต้อกระจกแบบแผลใหญ่และการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูง ซึ่งเป็นการรักษาที่ทันสมัย แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ทำให้แผลมีความแข็งแรง, แผลหายเร็ว, ผู้ป่วยรู้สึกเคืองจากแผลน้อยและมีปัญหาสายตาเอียงจากการผ่าตัดน้อยกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและการวินิจฉัยของแพทย์                                       

การมองเห็นหลังผ่าตัด

หากผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติหรือโรคของส่วนอื่นๆ ของตา, เส้นประสาทตา หรือสมองที่ควบคุมการมองเห็น และไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ผู้ป่วยจะมีการมองเห็นที่ดีขึ้นหลังการผ่าตัด ดังนั้น หากท่านรู้สึกว่าตามัวลง ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 สวมแว่นกันแดด และหมวกปีกกว้างเมื่ออยู่กลางแจ้ง หรือกางร่มจะช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคต้อลม (ภาพโดย Anchan Songphut)

แนวทางการป้องกันและวิธีดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยรักษาสุขภาพตาให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคต้อลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

หลีกเลี่ยงการเผชิญรังสีอัลตราไวโอเลต วิธีง่าย ๆ คือไม่ควรอยู่ท่ามกลางแดดจัดนาน ๆ เพราะมีโอกาสทำให้ดวงตาต้องเจอกับแสงแดดจ้า

สวมแว่นกันแดดแบบปิดข้างและหมวกปีกกว้างเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือกางร่มจะช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคต้อลม

หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด ฝุ่น ควัน และอากาศร้อนเป็นเวลานาน

ผู้ที่ทำงานกับสารเคมีหรือฝุ่นควรสวมแว่นตากันฝุ่นเพื่อปกป้องดวงตา

หลีกเลี่ยงการนำใบหน้าเข้าใกล้เครื่องปรับอากาศโดยตรง

สำหรับพนักงานออฟฟิศที่ใช้คอมพิวเตอร์นาน ควรจัดระยะห่างที่เหมาะสมและกะพริบตาทุก 30 วินาทีเพื่อป้องกันตาแห้ง

หากรู้สึกตาแห้ง ควรใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะเสี่ยงต่อการทำให้ตาอักเสบ ระคายเคือง รวมถึงยังมีโอกาสทำให้ดวงตาติดเชื้อ

ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี

หากพบว่ามีอาการผิดปกติหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรรีบพบจักษุแพทย์-แม้ได้รับการรักษาต้อลมแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นคนจำนวนไม่น้อยกลับมาเป็นโรคดังกล่าวได้อีก วิธีลดความเสี่ยงเกิดโรคซ้ำ แนะนำให้สวมใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่ต้องเผชิญแดดจัดหรือฝุ่นควัน ที่สำคัญคือแว่นกันแดดชนิดที่กรองรังสียูวีได้ เพื่อไม่ให้แสงแดดกระทบดวงตาโดยตรง

ที่มาข้อมูล

1. eyebangkokhospital.com

3. chaophya.com

4. mgronline.com

 

ประเด็นร่วม & Podcast
สารานุกรมสุขภาพ
สารานุกรมสุขภาพ
ผู้จัดรายการ: อัญชัน ทรงพุทธิ์
เวลาออกอากาศ: วันจันทร์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解