มะเขือเทศเชอร์รีของไต้หวันมีหลากหลายสายพันธุ์และรสชาติดี เช่น “อวี้หนี่ (玉女)” และ “เซิ่งหนี่ (聖女)” ต่างก็เป็นพันธุ์ที่หลายคนชื่นชอบ ล่าสุดในตลาดมีมะเขือเทศชื่อใหม่อีกชนิดหนึ่ง คือ “มะเขือเทศเยียนหง (嫣紅番茄)” ซึ่งไม่เพียงมีรสหวานและเนื้อสัมผัสดี แต่ยังทนโรค ทนร้อน และไม่ปริแตกง่าย สายพันธุ์ใหม่นี้พัฒนาโดยสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตฮัวเหลียน และถือเป็นครั้งแรกที่ผลงานวิจัยมะเขือเทศเชอร์รีถูกให้สิทธิ์แบบเอกสิทธิ์แก่เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ สร้างสถิติใหม่ของการผลักดันงานวิจัยการเกษตรสู่ตลาดผู้บริโภค
สำหรับมะเขือเทศเยียนหงเดิมมีชื่อว่า “ฮัวเหลียน หมายเลข 24 – โหย่วอ้าย”(花蓮24號—友愛) แต่ถูกนำออกสู่ตลาดในชื่อ “เยียนหง”(嫣紅) สีของผลสวยสมชื่อ คือแดงสดและสม่ำเสมอ โดยส่วนบนของผลเมื่อเจออากาศร้อนจะไม่ค่อยเกิด “อาการไหล่เหลือง” ทำให้สีผลดูเรียบเนียนน่ารับประทาน
เมื่อเทียบกับมะเขือเทศอวี้หนี่ (玉女)ที่เนื้อค่อนข้างนุ่ม เยียนหงมีผิวที่เหนียวกว่า เนื้อแน่นและเด้งกว่า เวลากินจะรู้สึกกรอบหนึบ อีกทั้งมีความหวานสูง โดยในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของไต้หวัน ช่วงฤดูร้อนมีค่าความหวานมากกว่า 8 องศาบริกซ์ และในฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิอาจสูงกว่า 9 องศาบริกซ์ ใกล้เคียงกับมะเขือเทศเซิ่งหนี่(聖女)
หวังฉี่เจิ้ง(王啓正) ผู้ช่วยวิจัยจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรฮัวเหลียน ระบุว่า มะเขือเทศพันธุ์ “เยียนหง” สามารถปลูกกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องพึ่งโรงเรือนเหมือนพันธุ์ “อวี้หนี่” อีกทั้งดูแลง่าย ใช้แรงงานค้ำกิ่งและแต่งกิ่งน้อย แต่ยังคงให้รสหวานอร่อย และมีจุดเด่นด้านต้านทานโรคหลายชนิด ทั้งไวรัสใบหงิกเหลือง ไส้เดือนฝอย โรคเหี่ยวเขียว และโรคใบไหม้ ทำให้ยังคงให้ผลผลิตได้สม่ำเสมอแม้เกิดการระบาดของโรคและแมลง โดยช่วงปี 2023 ที่เกาสงเผชิญการระบาดหนักของไวรัสมะเขือเทศ เยียนหงยังเติบโตและให้ผลผลิตได้ดี
นอกจากนี้ เยียนหงยังทนความร้อนได้ดี ช่วยให้เกษตรกรปลูกได้เร็วขึ้นราว 2 สัปดาห์และเก็บเกี่ยวได้นานขึ้นถึงเดือนพฤษภาคม ช่วยยืดฤดูกาลผลิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
หลินเม่าต๋า(林茂達) เกษตรกรในเกาสงเผยว่า เยียนหงมีปัญหาผลแตกน้อยกว่าอวี้หนี่ และได้รับผลกระทบจากแมลงหวี่ขาวน้อยกว่า จึงเพาะปลูกง่ายและเก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้ยาวนาน
ปัจจุบัน “เยียนหง” วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านเครือข่ายร้าน “PX Mart” โดยหลินเจิ้งเซิง(林政生) ผู้รับผิดชอบโครงการ ระบุว่า เยียนหงมีผิวบาง แต่ผลแตกยาก เหมาะกับการทำสัญญาปลูก ราคาสูงกว่าพันธุ์เซิ่งหนี่แต่ต่ำกว่าอวี้หนี่ ส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนขยายสู่ตลาดส่งออกในอนาคต