ธีระ หยาง 亓淞และเจาะลึกกีฬาโลก 體育世界ประจำสัปดาห์นี้ (2026-05-14)
- การแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์เอเชียประจำปี 2026 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศอินเดียแล้ว โดยในการชิงชัยครั้งนี้ ทีมชาติไต้หวันส่งนักกีฬาเข้าร่วมรวม 15 คน อย่างไรก็ตาม กัวซิ่งฉุน “เทพธิดาแห่งวงการยกน้ำหนักไต้หวัน” ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกเอเชียนเกมส์ โดยมี หวงอี๋เจิน และ ฟังหวั่นหลิง เป็นสองนักกีฬาที่ลงประเดิมสนามในรุ่น 48 กิโลกรัมหญิง ซึ่งหวงอี๋เจิน จอมพลังสาวดาวรุ่งจากไต้หวัน ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยสถิติท่าสแนตช์ 81 กิโลกรัม ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 112 กิโลกรัม และน้ำหนักรวม 193 กิโลกรัม กวาดไปได้ 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ขณะที่ ฟัง หวั่นหลิง ทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในการยกทั้ง 3 ครั้งของท่าสแนตช์ และสถิติ 84 กิโลกรัมในครั้งสุดท้ายส่งให้เธอคว้าเหรียญทองในท่านี้ไปครอง (ภาพจากคังถิงหนิง ล่ามประจำทีมไต้หวัน)

- เทพบุตรยูโดแห่งไต้หวัน หยางหยงเหว่ย ผงาดคว้าเหรียญทองแดงในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัมชาย ในการแข่งขันยูโดรายการคาซัคสถาน แกรนด์สแลม เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา นับเป็นการกลับขึ้นสู่โพเดียมในรายการระดับแกรนด์สแลมอีกครั้งในรอบ 2 ปี โดยเจ้าตัวไม่อาจปิดซ่อนความตื้นตันใจหลังจบการแข่งขัน พร้อมกล่าวขอบคุณโค้ชผู้ฝึกสอน หลิวเหวินเติ่ง ด้วยทั้งนี้ หยางหยงเหว่ย ซึ่งเพิ่งคว้าเหรียญเงินจากศึกยูโดชิงแชมป์เอเชียมาได้ ก่อนจะเดินทางต่อเนื่องมายังประเทศคาซัคสถาน เพื่อลงแข่งขันรายการแกรนด์สแลมในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรุ่น 60 กิโลกรัมชาย โดยเขาเริ่มต้นรอบแรกด้วยการได้บาย ก่อนจะโชว์ฟอร์มเยี่ยมเอาชนะ บิอาจิโอ แดนเจโล นักยูโดจากอิตาลี และ ฮาร์ช สิงห์ จากอินเดีย ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอย่างราบรื่น ทว่าน่าเสียดายที่พลาดท่าพ่ายให้กับ ทาลกัต โอรินบัสซาร์ นักยูโดเจ้าถิ่น ทำให้ชวดโอกาสเข้าไปชิงเหรียญทอง แต่ในรอบชิงเหรียญทองแดง หยางหยงเหว่ย ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับ เอ็นโซ ฌอง นักยูโดจากฝรั่งเศส การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสีจนเกมตกอยู่ในสภาวะกดดัน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 นาที 30 วินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา หยางหยงเหว่ย หาจังหวะทำคะแนนได้สำเร็จ และรักษาความได้เปรียบนี้ไว้จนคว้าเหรียญทองแดงมาครอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เขากลับมายืนบนแท่นรับรางวัลในรายการระดับแกรนด์สแลมด้วย (ภาพจาก หลิวเหวินเติ่ง/CNA)

- ในการแข่งขันแบดมินตันระดับบีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 500 รายการไทยแลนด์ โอเพ่น ชายเดี่ยวมือหนึ่งของไต้หวัน โจวเทียนเฉิง ลงสนามในรอบแรก พบกับ ดิตเลฟ เยกเกอร์ โฮล์ม นักตบลูกขนไก่จากเดนมาร์ก ผลการแข่งขันปรากฏว่า โจว เทียนเฉิง สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะไปได้อย่างสุดระทึก 2-1 เกม ด้วยคะแนน 10-21, 21-16 และ 21-10 ผ่านเข้าสู่รอบสองในประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ โดยโจวเทียนเฉิง มือวางอันดับ 6 ของโลก ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจศึกทีมชิงแชมป์โลก "โธมัส-อูเบอร์ คัพ" ณ ประเทศเดนมาร์ก ลงสนามในรายการนี้ในฐานะมือวางอันดับ 4 ของประเภทชายเดี่ยว โดยต้องดวลกับโฮล์ม มืออันดับ 63 ของโลก ซึ่งทั้งคู่เคยพบกันมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นโจว เทียนเฉิง ที่เอาชนะไปได้ในครั้งนั้นด้วยเกมที่ยืดเยื้อถึง 3 เกมเช่นกัน เกมแรก: โจวเทียนเฉิง ยังไม่สามารถจับจังหวะการเล่นของตัวเองได้ ทำให้โดนคู่ต่อสู้ทำแต้มต่อเนื่องจนตามหลังในเกมแรกและพ่ายไปก่อนด้วยคะแนน 10-21 เกมที่สอง: เมื่อหลังชนฝา โจวเทียนเฉิง อาศัยประสบการณ์ที่โชกโชนกู้สถานการณ์กลับมา แม้จะถูกกดดันในช่วงกลางเกม แต่เขายังนิ่งพอที่จะปิดเกมด้วยคะแนน 21-16 ตีเสมอเป็น 1-1 เกม เกมตัดสิน: โจวเทียนเฉิง ยังคงรักษาความร้อนแรงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงกลางเกมที่โชว์ฟอร์มดุทำ 7 แต้มรวดทิ้งห่างคู่แข่ง ก่อนจะปิดฉากเอาชนะไปในเกมสุดท้ายที่ 21-10 คว้าชัยชนะประเดิมสนามได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ในประเภทคู่ผสม เยี่ยหงเว่ย และจานโย่วเจิน คู่แชมป์ออลอิงแลนด์ มือวางอันดับ 10 ของโลก และเป็นมือวางอันดับ 5 ของรายการ ต้องโคจรมาพบกับเพื่อนร่วมสังกัด "จงจู" อย่าง อู๋เซวียนอี้ และ หยางจู๋หยุน ในศึกสายเลือดไต้หวัน แม้คู่ของเยี่ยและจานจะพ่ายไปก่อนในเกมแรก 13-21 แต่ก็สามารถฮึดสู้และพลิกกลับมาเอาชนะไปได้อย่างสุดมันด้วยคะแนน 21-17 และ 21-14 โดยในรอบต่อไปจะเข้าไปทำศึกสายเลือดโดยพบกับคู่ของ ไช่ฟู่เฉิง และ ซ่งโย่วเซวียน เพื่อแย่งชิงสิทธิ์เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป (ภาพจาก CNA)
