ชาวต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนไม่น้อยที่แต่งงานและใช้ชีวิตในไต้หวัน เมื่อประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มักกังวลว่าหากหย่าร้างอาจถูกเพิกถอนสิทธิพำนักในไต้หวัน หรือถูกแยกจากลูก ประกอบกับอุปสรรคด้านภาษาและเข้าไม่ถึงทรัพยากรข้อมูล ทำให้หลายคนลังเล ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ และต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง จนไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกฎหมายและระบบคุ้มครองทางสังคมของไต้หวัน มีมาตรการช่วยเหลือขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองสิทธิในการพำนักอาศัย ที่พักพิงชั่วคราว สายด่วนให้คำปรึกษาหลายภาษา การฝึกอบรมอาชีพ รวมถึงความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เพื่อช่วยให้ผู้ถูกกระทำสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง วันนี้เราได้รวบรวมช่องทางและแหล่งทรัพยากรความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง มาไว้ให้ดังต่อไปนี้ :
นางหลี่หมิงฟาง (李明芳) คณะกรรมการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน ระบุว่า ชาวต่างชาติหรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เป็นเหยื่อจากความรุนแรงในครอบครัว แม้จะหย่าร้างแล้ว ก็ยังสามารถพำนักอยู่ในไต้หวันต่อได้ โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม
ตามกฎหมายคนเข้าเมืองและการย้ายถิ่นฐาน มาตรา 31 ฉบับแก้ไขใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 ระบุว่า ภายหลังการหย่าร้าง ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวสามารถยื่นขอเปลี่ยนเหตุผลการพำนักจาก“การพำนักตามคู่สมรส” เป็น “เหตุผลอื่น”ได้ โดยต้องแนบหลักฐานบันทึกการแจ้งความจากตำรวจ ทั้งนี้ ก่อนการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวต่างชาติจะต้องมีคำพิพากษาหย่าจากศาล และมีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งมีทะเบียนบ้านอยู่ในไต้หวัน จึงจะสามารถพำนักต่อหลังการหย่าร้างได้ มิฉะนั้นจะต้องเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายกรณี
ผู้ถูกกระทำจากความรุนแรงในครอบครัว จะต่อสิทธิพำนักในไต้หวันได้อย่างไร?
ในระหว่างดำเนินขั้นตอนการหย่าร้าง ผู้ถูกกระทำสามารถใช้เอกสารยืนยันสถานะสมรส เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน หรือคำสั่งคุ้มครองจากศาล เพื่อยื่นขอต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ หากไม่สามารถยื่นเอกสารดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันสามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลจากระบบ เพื่อยืนยันตัวตนและช่วยให้ผู้ถูกกระทำพำนักในไต้หวันอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
หลังหย่าร้าง ผู้ที่เป็นเหยื่อความรุนแรงสามารถยื่นขอเปลี่ยนเหตุผลการพำนักในบัตรถิ่นที่อยู่ได้ โดยต้องแสดงหลักฐานบันทึกการแจ้งความเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว โดยทั่วไป บัตรถิ่นที่อยู่จะมีอายุ 1 ปี และสามารถต่ออายุได้ไม่จำกัดครั้ง นอกจากนี้ ในอนาคตยังสามารถปรับเปลี่ยนประเภทการพำนักได้ตามสถานการณ์ชีวิต เช่น การทำงาน หรือการแต่งงานใหม่
สำหรับชาวจีนและชาวต่างชาติสัญชาติอื่น ต้องยื่นขอต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนบัตรหมดอายุ ส่วนชาวฮ่องกงและมาเก๊า ต้องยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน นอกจากนี้ หากพำนักอยู่ในไต้หวันอย่างถูกต้องตามกฎหมายครบ 5 ปี ยังสามารถยื่นขอบัตรถิ่นพำนักถาวรได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเกณฑ์รายได้หรือฐานเงินเดือนเหมือนกรณีทั่วไป
กัวไฉ่หรง (郭彩榕) ผู้อำนวยการกรมคุ้มครองสวัสดิภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ระบุว่า ในกรณีฉุกเฉิน ควรโทรแจ้งตำรวจ 110 ทันที ส่วนกรณีที่ไม่เร่งด่วน สามารถโทรขอความช่วยเหลือไปที่สายด่วนคุ้มครองความปลอดภัย 113 ของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ หลังจากได้รับเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งต่อเคสไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ จากนั้น หน่วยงานท้องถิ่นจะมอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้ประสานงานหลัก เพื่อประเมินความต้องการและให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่ผู้ถูกกระทำต่อไป
สายด่วนคุ้มครองความปลอดภัย 113 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด มีบริการเป็นภาษาจีน ไต้หวัน อังกฤษ เวียดนาม ไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย รวมทั้งสิ้น 7 ภาษา อีกทั้งยังรองรับการแจ้งเหตุผ่านข้อความ SMS หรือพูดคุยผ่านระบบแชตออนไลน์
นอกจากผู้ถูกกระทำจะสามารถแจ้งเหตุด้วยตนเองแล้ว บุคลากรวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ ตำรวจ ครู และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หากพบผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็มีหน้าที่ต้องแจ้งเหตุภายใน 24 ชั่วโมงเช่นกัน

สายด่วนคุ้มครอง 113 บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการหลายภาษา (ภาพจาก กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน)
หน่วยงานท้องถิ่นในไต้หวันมีศูนย์ป้องกันความรุนแรงในครอบครัว จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายป้องกันความรุนแรงในครอบครัว โดยร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ แก่ผู้ถูกกระทำ เช่น เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน บริการล่าม ที่พักพิงชั่วคราว ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา รวมถึงการฝึกอบรมอาชีพ
รูปแบบและรายละเอียดของความช่วยเหลือในแต่ละเมืองอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับงบประมาณและค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันระบุว่า หน่วยงานท้องถิ่นยังคงต้องดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบและการกำกับดูแลของส่วนกลาง ในส่วนของที่พักพิง ผู้ถูกกระทำสามารถเข้าพักในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน โดยทั่วไปเข้าพักได้ไม่เกิน 3 เดือน ส่วนที่พักพิงระยะกลางถึงระยะยาว สามารถพักได้สูงสุด 2 ปี และหากศูนย์พักพิงไม่เพียงพอ บางพื้นที่อาจใช้วิธีให้เงินอุดหนุนค่าเช่าห้องพัก เพื่อช่วยให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย
เนื่องจากคลินิกขนาดเล็กบางแห่งอาจไม่มีอุปกรณ์ที่เพียงพอ ผู้ถูกกระทำควรเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลที่สามารถออกใบรายงานผลการตรวจบาดแผลได้ ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนสามารถให้บริการตรวจและออกเอกสารดังกล่าวได้ หลังเข้ารับการรักษาแล้ว ยังสามารถนำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลไปยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานท้องถิ่นได้อีกด้วย คุณตู้หยิงชิว(杜瑛秋) ผู้อำนวยการมูลนิธิช่วยเหลือสตรี (Taipei Women's Rescue Foundation) แนะนำให้ผู้ถูกกระทำแจ้งบุคลากรทางการแพทย์โดยตรงว่าถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการบาดเจ็บ รายงานเหตุเข้าสู่ระบบเครือข่าย และให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม
คุณเหยียนอี๋หัว (嚴怡華) ทนายความจากมูลนิธิช่วยเหลือด้านกฎหมาย กล่าวว่า หากการไกล่เกลี่ยของศาลล้มเหลว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในศาล โดยทั่วไป การพิจารณาคดีในศาลแต่ละชั้นอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี และหากมีการยื่นอุทธรณ์ ระยะเวลาก็อาจยืดเยื้อออกไปอีก ผู้ถูกกระทำจึงควรเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้ให้ครบถ้วน ตั้งแต่ข้อความใน LINE ภาพถ่าย หรือไฟล์บันทึกเสียงจากโทรศัพท์ เพราะสิ่งเหล่านี้มักถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาของศาล
ในคดีอำนาจปกครองบุตร ศาลไม่ได้ตัดสินจากฐานะทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาจาก “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” โดยดูจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการของเด็ก สภาพแวดล้อมในการดูแล และสภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก ก่อนการหย่าร้างสิทธิการปกครองบุตรถือเป็นสิทธิร่วมของสามีภรรยา หากฝ่ายใดถูกบังคับ ข่มขู่ หรือถูกหลอกให้ลงนามในเอกสารสละสิทธิการปกครองบุตร ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนข้อตกลงดังกล่าวได้ ส่วนการจะได้รับความช่วยเหลือจากทนายอาสาของมูลนิธิช่วยเหลือด้านกฎหมายหรือไม่นั้น ผู้ยื่นคำขอจะต้องผ่านการตรวจสอบฐานะทางการเงินตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อน
คำสั่งคุ้มครอง (Protection Order) คือคำสั่งทางกฎหมายที่ศาลออกให้เพื่อปกป้องผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว โดยมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำ คำสั่งคุ้มครองจะห้ามผู้กระทำความรุนแรงติดต่อ คุกคามหรือเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หากฝ่าฝืนอาจถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและถูกลงโทษได้ ซึ่งจะช่วยยับยั้งและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำรอย
คำสั่งคุ้มครองมี 3 ประเภท ได้แก่
●คำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน หากเป็นกรณีเร่งด่วน ศาลสามารถออกคำสั่งได้ภายใน 4 ชั่วโมง
●คำสั่งคุ้มครองทั่วไป ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล มีอายุคุ้มครอง 2 ปี
●คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เป็นมาตรการคุ้มครองระหว่างรอการออกคำสั่งคุ้มครองอย่างเป็นทางการ
เว็บไซต์และสายด่วนที่ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำจากความรุนแรงในครอบครัว
●เว็บไซต์ ecare เครือข่ายความปลอดภัยทางสังคม ระบบช่วยเหลือออนไลน์ของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน
●บริการปรึกษาออนไลน์ 113 ให้คำปรึกษาและขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ
●เว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (เวอร์ชันภาษาอังกฤษ) ให้ข้อมูลและความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติ เช่น ข้อมูลศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมือง และแหล่งข้อมูลสำหรับการปรับตัวในการใช้ชีวิตในไต้หวัน
●สายด่วน 1990 ให้คำปรึกษาชาวต่างชาติในไต้หวัน: ให้บริการภาษาจีน อังกฤษ และญี่ปุ่น ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนภาษาเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และกัมพูชา ให้บริการวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 09.00–17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)
●ศูนย์ป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศแต่ละเขต/ เมือง (ภาษาจีน) หน่วยงานท้องถิ่นที่ให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำ
●ศูนย์บริการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวประจำศาล (ภาษาจีน)) หน่วยงานในกระบวนการศาลที่ให้คำแนะนำและบริการช่วยเหลือด้านคดีความรุนแรงในครอบครัว
แหล่งช่วยเหลือจากองค์กรภาคประชาสังคม:
The Garden of Hope Foundation、Modern Women's Foundation、Taipei Women's Rescue Foundation
ทั้งสามองค์กรนี้มีบทบาทในการให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว ทั้งด้านที่พักพิง การให้คำปรึกษา และการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย