จรวดสำรวจบรรยากาศ SR400
ไต้หวันเดินหน้าเป้าหมายพัฒนาจรวดผลิตเองเพื่อส่งดาวเทียมสู่วงโคจรภายในปี 2034 โดยศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน (TASA: Taiwan Space Agency) เผยว่า จรวดสำรวจบรรยากาศ SR400 ผ่านการทดสอบเครื่องยนต์สำเร็จ และเตรียมทดลองบินในช่วงครึ่งหลังปีนี้ที่ฐานยิงจรวดวิจัยสวี่ไห่ โดย SR400 จะทำหน้าที่เป็น “สนามทดลองลอยฟ้า” สำหรับทดสอบระบบต่าง ๆ ก่อนพัฒนาสู่จรวดขนาดใหญ่จริง
โครงการพัฒนาจรวดเข้าสู่วงโคจรเริ่มตั้งแต่ปี 2023 ตั้งเป้าสร้างจรวดยาว 25–28 เมตร เพื่อส่งดาวเทียมน้ำหนักราว 200 กิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจรในปี 2034
TASA ระบุว่า การพัฒนาจรวดต้องอาศัยข้อมูลจากการบินจริงจำนวนมาก โดยจรวด SR400 เหมาะสำหรับใช้ทดสอบโครงสร้างและกระบวนการผลิต เพราะมีต้นทุนต่ำ ปลอดภัยสูง และช่วยสะสมประสบการณ์ให้ทีมงาน
SR400 เป็นจรวดเชื้อเพลิงผสมสำหรับทดสอบเทคโนโลยี โดย “SR” ย่อมาจาก Sounding Rocket และ “400” หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลาง 400 มม. ในการทดสอบเมื่อ 1 เม.ย. 2026 เครื่องยนต์สามารถเผาไหม้ต่อเนื่อง 20 วินาที ให้แรงขับเกือบ 1,800 กก. ถือว่าบรรลุเป้าหมายหลังปรับปรุงจากการทดสอบครั้งก่อน
อย่างไรก็ตาม TASA ได้ปรับแผนจรวดเข้าสู่วงโคจรจากเชื้อเพลิงผสมมาเป็นเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักของจรวดส่งดาวเทียมทั่วโลก แม้จะซับซ้อนกว่า แต่สามารถรองรับเป้าหมายส่งดาวเทียมน้ำหนัก 200 กก. ได้ดีกว่า โดยแผนใหม่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการในปี 2025
แม้เปลี่ยนทิศทางพัฒนา แต่จรวดเชื้อเพลิงผสมอย่าง SR400 ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มทดสอบเทคโนโลยี การสำรวจชั้นบรรยากาศ และอาจต่อยอดเป็นจรวดช่วยส่งสำหรับภารกิจอวกาศในอนาคตได้อีกด้วย