หลังการเก็บเกี่ยวกล้วย จะมีลำต้นกล้วยหรือลำต้นเทียม (pseudo-stem) ซึ่งเป็นส่วนที่มองเห็นเป็น “ต้นกล้วย” เหนือพื้นดินเหลือทิ้งจำนวนมาก เดิมวัสดุเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นเพียงเศษเหลือทางการเกษตร แม้ในอดีตชาวพื้นเมืองจะเคยนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในงานหัตถกรรมดั้งเดิมก็ตาม แต่แท้จริงแล้ว ภายในลำต้นเทียมมีเส้นใยธรรมชาติคุณภาพสูงที่โดดเด่นทั้งด้านความยืดหยุ่น ความแข็งแรง ทนต่อแรงดึง และสามารถดูดซับรวมถึงระบายความชื้นได้ดี อีกทั้งปริมาณลำต้นเทียมยังมีมากกว่าผลผลิตกล้วยถึง 3 เท่า จึงมีศักยภาพสูงในการนำกลับมาใช้ประโยชน์แบบหมุนเวียน เมื่อนำมาแปรรูปด้วยเครื่องสกัดเส้นใยอัตโนมัติ ก็สามารถผลิตเส้นใยกล้วยคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นวัสดุรักษ์โลกที่มีมูลค่าเพิ่มได้

เส้นใยลำต้นเทียมกล้วยมีความยืดหยุ่น ความแข็งแรง ทนต่อแรงดึง
เพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์จากลำต้นกล้วยอย่างยั่งยืน กองการเกษตรและอาหาร(Agricultural and Food Agency )ภายใต้กระทรวงเกษตร ได้สนับสนุนให้ สถาบันวิจัยกล้วยไต้หวัน(Taiwan Banana Research Institute) จัดตั้ง “แหล่งสาธิตระบบสกัดเส้นใยลำต้นกล้วยแบบอัตโนมัติแห่งแรก” โดยในอนาคตจะเชื่อมโยงห่วงโซ่วัตถุดิบจากแหล่งผลิตไปสู่ความต้องการของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อพัฒนาการใช้ทรัพยากรเกษตรเหลือทิ้งให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี
เส้นใยจากลำต้นเทียมของกล้วยมีคุณสมบัติเด่นคือความยืดหยุ่นดี ความทนแรงดึงและความแข็งแรงสูง อีกทั้งดูดซับและระบายความชื้นได้รวดเร็ว ทำให้มีศักยภาพสูงในการนำไปใช้เป็นวัสดุเส้นใย หลังเก็บเกี่ยวกล้วยแล้ว เศษลำต้นที่เหลือมีปริมาณมากกว่าผลผลิตกล้วยถึงราว 3 เท่า เดิมมักถูกมองเป็นของเสีย แต่หากนำมาแยกเส้นใยอย่างเหมาะสม จะสามารถผลิตวัตถุดิบเส้นใยเชิงนิเวศได้ในปริมาณมาก พร้อมช่วยลดคาร์บอน
สถาบันวิจัยกล้วยไต้หวัน ร่วมกับบริษัท Pinacell (綠冠農業公司) พัฒนาเครื่องสกัดเส้นใยลำต้นกล้วยแบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถผลิตเส้นใยคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ โดยมีอัตราการสกัดเส้นใยประมาณ 1% หรือกล่าวคือ ลำต้นกล้วย 1,000 กรัม จะได้เส้นใยประมาณ 10 กรัม

เครื่องสกัดเส้นใยลำต้นกล้วยแบบอัตโนมัติ
หลี่เหวินลี่(李文立)ผู้อำนวยการสถาบันกล้วย ระบุว่า จุดเด่นของเส้นใยกล้วยคือเป็นเส้นใยยาว มีปริมาณลิกนินและเพกตินต่ำ ทำให้กระบวนการแปรรูปง่ายขึ้น และเอื้อต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่หลากหลาย แม้อัตราการสกัดจะมีเพียง 1% แต่เป็น “เส้นใยยาวคุณภาพสูง” ที่ใช้งานได้ดีที่สุด ส่วนกากที่เหลือยังมีเส้นใยสั้นจำนวนมาก สามารถนำไปทำปุ๋ยหมักหรือวัสดุเพาะกล้า ใช้เทคนิคการอัดร้อนผลิตเป็นกล่องไข่ ภาชนะ หรือวัสดุกันกระแทก หรือผสมวัสดุอื่นเพื่อทำฟิล์มเกษตร ช้อนส้อมรักษ์โลก และหลอดดูดน้ำ จึงสามารถพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ได้ทั้งลำต้นอย่างครบวงจร
หงหงอี้(洪宏毅)หัวหน้ากลุ่มทรัพยากรเกษตร ระบุว่า มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผิงตง( Pingtung University of Science and Technology) ร่วมกับ สถาบันวิจัยกล้วยได้จัดตั้งระบบสาธิตดังกล่าวให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมและปฏิบัติจริงที่สำคัญ เพื่อให้นักศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านเกษตรสามารถเรียนรู้และสังเกตการณ์ได้ อีกทั้งยังร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดการการปลูกและการใช้ลำต้นกล้วยให้ประหยัดแรงงานมากขึ้น