ไขข้อข้องใจ! คุณใช้ภาชนะสแตนเลสใส่อาหารอยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นช้อน ชาม จาน ถ้วย ตะเกียบ หรือหม้อ ล่าสุดมีรายงานเตือนว่า สแตนเลสเกรดอาหารราคาถูกบางส่วน อาจผลิตจากเศษเหล็กอุตสาหกรรมคุณภาพต่ำ
ภาชนะสแตนเลสใส่อาหารได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีจุดเด่นทั้งด้าน “ความปลอดภัย ความทนทาน และสุขอนามัย” โดยเฉพาะในครัวเรือน ร้านอาหาร โรงเรียน และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งข้อดีที่ทำให้คนนิยมใช้ ได้แก่ ทนความร้อนสูง ไม่แตกง่าย ไม่เป็นสนิมง่าย ทำความสะอาดง่าย ไม่ดูดกลิ่นอาหาร ใช้ซ้ำได้นาน จึงช่วยลดขยะพลาสติก เหมาะกับการเก็บอาหารร้อนและเย็น
ปัจจุบันสแตนเลสเกรดอาหาร เช่น 304 และ 316 นิยมใช้ทำกล่องข้าว หม้อ ช้อน ส้อม กระติกอาหาร และภาชนะในโรงงานอาหาร เพราะมีความเสถียรและปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหารมากกว่าวัสดุบางชนิด และอีกเหตุผลที่ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น คือ ผู้บริโภคเริ่มกังวลเรื่องสารเคมีจากพลาสติกและภาชนะคุณภาพต่ำ จึงหันมาเลือกวัสดุที่แข็งแรงและใช้งานระยะยาวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนรายหนึ่งชื่อเซียวเอิน (肖恩) ซึ่งอาศัยอยู่ในไต้หวัน ออกมาเปิดเผยว่า เคยนำเข้าภาชนะสแตนเลสคุณภาพต่ำเข้ามาขายในไต้หวัน และระบุว่าร้านค้าในตลาดกลางคืนและตลาดสดนิยมซื้อไปขายต่อ ทำเป็นภาชนะ “รักษ์โลก” เขายังกล่าวด้วยว่า ภาชนะเหล่านี้แท้จริงแล้วเป็น “ขยะอุตสาหกรรม” ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลว่า ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่าเป็นสแตนเลสเกรดอาหาร 304 แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงเศษเหล็กอุตสาหกรรมหรือสแตนเลสมังกานีสที่ไม่ได้มาตรฐาน
เหยียนจงไห่ (顏宗海) ผู้อำนวยการศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลฉางกงหลินโข่ว ระบุว่า ในสถานการณ์ที่ภาชนะสแตนเลสในตลาดยากจะแยกแยะของแท้ของปลอมได้ วิธีทดสอบด้วยแม่เหล็กหรือสารทดสอบต่าง ๆ ยังไม่แม่นยำเพียงพอ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการพึ่งพาการกำกับดูแลของภาครัฐ
เนื่องจากในจีนเคยเกิดปัญหาการปลอมแปลงสแตนเลส โดยสินค้าที่อ้างว่าเป็นสแตนเลสเกรดอาหาร 304 กลับเป็นเพียงเศษเหล็กอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดความกังวลว่าในไต้หวันอาจมีสถานการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นด้วย
เหยียนจงไห่ (顏宗海) ระบุว่า เมื่อผู้บริโภคเลือกซื้อภาชนะสแตนเลส ไม่ว่าจะเป็นหม้อ กาน้ำร้อน ชาม แก้ว หรือกระบอกเก็บความร้อน มักนิยมเลือกสินค้าที่ระบุว่าเป็นสแตนเลส 304 เพราะเป็นสแตนเลสซีรีส์ 300 ซึ่งมีโครงสร้างทางเคมีเสถียรและคุณภาพดี โดยสแตนเลสซีรีส์ 300 ที่ใช้กันหลัก ๆ มี 2 ชนิด คือ 304 และ 316
เขาอธิบายว่า สแตนเลส 304 มีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 8% ส่วน 316 มีโครเมียม 18% เท่ากัน แต่เพิ่มนิกเกิลเป็น 10% จึงมีราคาสูงกว่า โดยสินค้าตามท้องตลาดมักระบุบนฉลากชัดเจนว่าเป็น 304 หรือ 316 บางผลิตภัณฑ์อาจใช้คำว่า “18-8” แทน 304 และ “18-10” แทน 316 ซึ่งทั้งหมดถือเป็นสแตนเลสเกรดอาหารที่ได้มาตรฐาน
สาเหตุที่สแตนเลส 304 และ 316 มีราคาสูงกว่า เพราะมี “นิกเกิล” เป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งเป็นโลหะที่มีราคาค่อนข้างแพง ขณะที่สแตนเลสบางชนิดในตลาดเป็นซีรีส์ 200 ซึ่งใช้ “แมงกานีส” แทนนิกเกิลเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า สแตนเลสซีรีส์ 200 มีข้อเสียคือโครงสร้างทางเคมีเสถียรน้อยกว่า ทำให้ความสามารถในการต้านการกัดกร่อนและป้องกันสนิมด้อยลง จึงมีโอกาสเกิดสนิมได้ง่ายกว่าและคุณภาพโดยรวมต่ำกว่า
สำหรับความกังวลว่า การใช้ภาชนะที่มีส่วนผสมของแมงกานีสอาจทำให้สารปนเปื้อนลงสู่อาหารจนเกิด “พิษแมงกานีส” นั้น เหยียนจงไห่อธิบายว่า ในทางการแพทย์ โอกาสเกิดขึ้นจากการใช้งานทั่วไปถือว่าน้อยมาก แม้จะใช้ภาชนะซีรีส์ 200 ในการผัดหรือหุงต้มก็ตาม
เขาระบุว่า ภาวะพิษแมงกานีสมักพบในคนงานโรงงานที่ต้องสัมผัสแมงกานีสปริมาณสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงจะส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคพาร์กินสันหรือความผิดปกติทางสมองและระบบประสาทได้ ดังนั้น การสัมผัสเพียงเล็กน้อยจากการใช้ภาชนะทั่วไปจึงยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดพิษดังกล่าว
วิธีเลือกซื้อภาชนะสแตนเลสอย่างถูกต้อง ผู้บริโภคควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจว่าเป็นสแตนเลสซีรีส์ 300 ซึ่งมีโครงสร้างทางเคมีเสถียรและเหมาะสำหรับสัมผัสอาหาร โดยควรตรวจสอบฉลากหรือสอบถามผู้ขายให้ชัดเจนว่าเป็นเกรด 304 หรือ 316
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากภาชนะระบุเพียงว่า “สแตนเลสเกรดพรีเมียม” หรือ “สแตนเลสคุณภาพสูง” แต่ไม่บอกมาตรฐานหรือชนิดของสแตนเลสอย่างชัดเจน ก็ไม่ควรรีบตัดสินใจซื้อ เพราะเป็นข้อมูลที่คลุมเครือและตรวจสอบได้ยาก
สำหรับปัญหาการติดฉลากไม่ตรงความเป็นจริง นายเหยียนจงไห่ (顏宗海) ระบุว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบจากภาครัฐ เนื่องจากผู้บริโภคทั่วไปไม่สามารถแยกแยะได้เองว่าสินค้าที่ระบุว่าเป็น 304 หรือ 316 นั้นเป็นของแท้จริงหรือไม่
เขายังกล่าวถึงวิธีทดสอบที่นิยมกัน เช่น การใช้แม่เหล็กตรวจสแตนเลส ว่าไม่ใช่วิธีที่แม่นยำ ขณะที่สารทดสอบทั่วไปก็ไม่สามารถระบุชนิดของสแตนเลสได้อย่างถูกต้อง หากต้องการตรวจสอบอย่างแท้จริง จำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการและเครื่องมือเฉพาะทางของหน่วยงานมาตรฐาน
นายเหยียนยังเรียกร้องให้ผู้ประกอบการติดฉลากสินค้าอย่างตรงไปตรงมา เพราะหากระบุว่าเป็นสแตนเลส 304 แต่กลับใช้สแตนเลสซีรีส์ 200 คุณภาพต่ำมาจำหน่ายในราคาสูง ถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค และควรได้รับการตรวจสอบควบคุมอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ