29 เมษายนนี้ สภานิติบัญญัติไต้หวันเตรียมพิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศ ท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักจากกระทรวงเศรษฐการและภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่เตือนว่ากฎหมายนี้อาจกลายเป็น "จุดเปลี่ยนอันตราย" ต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจไต้หวัน
3 ข้อกังวลหลักจากภาคอุตสาหกรรม
-ต่อใบอนุญาตไม่ทัน = สั่งปิดทันที: หากใบอนุญาตมลพิษหมดอายุ แล้วรัฐบาลท้องถิ่นต่ออายุให้ไม่เสร็จใน 2 เดือน โรงงานต้อง "หยุดเดินเครื่องทันที" แม้จะเป็นความล่าช้าจากฝั่งราชการเองก็ตาม เรื่องนี้กระทบโรงงานขนาดกลางและใหญ่กว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งกว่าครึ่งคืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และโรงไฟฟ้า ที่หากหยุดวิ่งเพียงเสี้ยววินาที ระบบจะพังเป็นโดมิโน
-หนึ่งประเทศ หลายมาตรฐาน: กฎหมายใหม่เปิดช่องให้รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจล้นมือในการกำหนดเกณฑ์เอง และมีอำนาจสั่งห้ามหรือจำกัดการใช้เชื้อเพลิง (เช่น ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ) ได้โดยตรง จนเสี่ยงเกิดปัญหามาตรฐานลักลั่นและกระทบความมั่นคงทางพลังงาน
-เพิ่มภาระธุรการ: เสนอปรับลดอายุใบอนุญาตจากเดิม 3–5 ปี เหลือเพียง 2–5 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมไฮเทค ทำให้ผู้ประกอบการต้องยื่นขอต่ออายุบ่อยขึ้นโดยไม่จำเป็น
ทางกระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้ยืนยันว่าไม่ได้ละเลยเรื่องสิ่งแวดล้อม และกลไกปัจจุบันก็มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว โดยกางสถิติความสำเร็จในช่วงปี 2021–2025 ดังนี้:
-ลดการปล่อยมลพิษสะสมรวม: 77,813 ตัน (แบ่งเป็น ฝุ่นละออก 4,366 ตัน, ซัลเฟอร์ออกไซด์ 32,359 ตัน, ไนโตรเจนออกไซด์ 38,774 ตัน และสารอินทรีย์ระเหยง่าย 2,314 ตัน
-คุณภาพอากาศดีขึ้น 21%: ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศลดลงจาก 16.2 ไมโครกรัม ในปี 2019 เหลือเพียง 12.8 ไมโครกรัม ในปี 2025
-พื้นที่วิกฤต (ภาคกลางและใต้) ดีขึ้นถึง 24.4%: ค่าฝุ่นลดลงจาก 19.6 เหลือ 14.8 ไมโครกรัม
ฝั่งรัฐบาลจึงใช้ตัวเลขนี้ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้สุดโต่งจนไปซ้ำเติมเศรษฐกิจ ยิ่งในเวลานี้ที่ไต้หวันกำลังเผชิญแรงกดดันภายนอกจาก ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่เขย่าราคาพลังงานโลกอยู่แล้ว การสร้างความไม่แน่นอนในบ้านตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างยิ่งค่ะ (ที่มาภาพบน: Line today)

(ที่มา: UDN )
เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ล่าสุด นายกรัฐมนตรี จั๋วหรงไท่ ได้อนุมัติมาตรการด่วน 3 ประการ เพื่อช่วยอุ้มค่าครองชีพประชาชน ดังนี้:
-ตรึงราคาก๊าซ: คงราคาก๊าซธรรมชาติครัวเรือนและก๊าซหุงต้ม (LPG) ตลอดเดือนพฤษภาคม
-อุ้มกลุ่มขนส่งและประมง: จ่ายเงินช่วยส่วนต่างน้ำมันให้แท็กซี่ทั่วประเทศ (สูงสุด 6,000 เหรียญไต้หวัน/คัน) และอุ้มภาคประมงทะเลไกล (สูงสุด 3.5 ล้านเหรียญไต้หวัน/ลำ)
-เบรกค่าตั๋ว: ตรึงราคาค่าโดยสารขนส่งสาธารณะบางประเภทเป็นเวลา 3 เดือน โดยรัฐบาลจะออกงบอุดหนุนส่วนต่างทั้งหมดเพื่อไม่ให้กระทบกระเป๋าเงินประชาชน

(ที่มา: 經濟日報)