ไถตงเร่งผลิตไฟใช้เอง 600 ล้านหน่วย ลดพึ่งไฟฟ้าฝั่งตะวันตก
เมืองไถตงของไต้หวันเดินหน้าผลักดัน “อิสรภาพทางพลังงาน” อย่างจริงจัง หลังต้องพึ่งพาระบบส่งไฟฟ้าจากฝั่งตะวันตกมาเป็นเวลานาน โดยปัจจุบันใช้ไฟฟ้าปีละกว่า 1 พันล้านหน่วย และหากฝั่งตะวันตกเกิดภัยพิบัติร้ายแรง อาจเสี่ยงเผชิญไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ทางการไถตงจึงเร่งพัฒนา “พลังงานสีเขียว” ทั้งพลังงานน้ำขนาดเล็กและพลังงานความร้อนใต้พิภพ ควบคู่กับการสร้างระบบไมโครกริดในท้องถิ่น ตั้งเป้าภายในปี 2030 จะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ถึง 600 ล้านหน่วยต่อปี
ขณะนี้ ไถตงดึงดูดการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานใต้พิภพแล้ว 4 แห่ง และกำลังขยายโครงการพลังงานน้ำขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งของภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาและลำธารจำนวนมาก เหมาะต่อการผลิตไฟฟ้าจากกระแสน้ำ ซึ่งมีข้อดีคือใช้ทรัพยากรน้ำหมุนเวียนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ
ที่ผ่านมา ทางการได้ร่วมมือกับชุมชนชนเผ่าสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กแล้ว 6 แห่ง และมีแผนสร้างแห่งที่ 7 ที่ลำธารอู่ฝูกู่ เขตต๋าเหริน คาดผลิตไฟฟ้าได้ 132 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งให้ชุมชนในพื้นที่ใช้ก่อน ส่วนที่เหลือจึงค่อยส่งเข้าสู่ระบบจำหน่ายหลัก
ชาวบ้านส่วนใหญ่สนับสนุนโครงการดังกล่าว หลายคนมองว่าไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเอง ขณะที่บางฝ่ายเสนอให้ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้พลังงานสะอาด
ทางการไถตงย้ำว่า ในอนาคตจะเดินหน้าพัฒนาพลังงานน้ำขนาดเล็กและพลังงานใต้พิภพเพิ่มเติม เพื่อสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง ลดการปล่อยคาร์บอน และผลักดันไถตงสู่เมืองต้นแบบด้านพลังงานยั่งยืนของไต้หวัน