เมืองอี๋หลานเป็นแหล่งปลูก ส้มจี๊ด (金柑/金棗) ที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน มีพื้นที่เพาะปลูกคิดเป็นเกือบ 90% ของทั้งประเทศ เดิมนอกจากรับประทานสดแล้ว ส่วนใหญ่นำไปแปรรูปเป็นผลไม้อบแห้งและผลไม้เชื่อม แต่เนื่องจากส้มจี๊ดมีฤดูเก็บเกี่ยวสั้น กระจุกตัวในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปยังมีความหลากหลายไม่มากนัก สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตฮัวเหลียนของกระทรวงเกษตรไต้หวันจึงพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต “เนื้อผลไม้บด” และ “น้ำเชื่อม” ที่สามารถคงสีสันและกลิ่นหอมของส้มจี๊ดไว้ได้อย่างดี พร้อมต่อยอดเป็นไอศกรีม แท่งไอศกรีม เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เบเกอรีต่าง ๆ โดยการแปรรูปเป็นวัตถุดิบอย่างเนื้อผลไม้บดและน้ำเชื่อม สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้สูงกว่าผลสดถึง 4-5 เท่า
สถานีวิจัยฯ ฮัวเหลียนประสบความสำเร็จในการพัฒนา “เทคโนโลยีการแปรรูปและประยุกต์ใช้เนื้อส้มจี๊ดบด” และ “เทคโนโลยีการผลิตน้ำเชื่อมส้มจี๊ด” พร้อมเชิญสหกรณ์การเกษตรตำบลเจียวซีและตำบลจี๋อัน ซึ่งรับถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว มาร่วมจัดงานแถลงข่าว “《ผลไม้ฤดูหนาว ลิ้มรสหน้าร้อน》” เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์คลายร้อนจากส้มจี๊ด เช่น ไอศกรีมแท่ง ไอศกรีม เครื่องดื่มโซดา และเครื่องดื่มผสมต่าง ๆ
เทคโนโลยีการแปรรูปของสถานีวิจัยฯ ทำให้เนื้อส้มจี๊ดบดมีเส้นใยอาหารและเนื้อผลไม้สัมผัสได้จริง สีและรสชาติใกล้เคียงผลสด อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของส้มจี๊ดเด่นชัดกว่าผลิตภัณฑ์เนื้อผลไม้ตระกูลส้มทั่วไป ส่วน “น้ำเชื่อมส้มจี๊ด” มีสีทองอำพันชวนน่ารับประทาน คงกลิ่นหอมได้ชัดเจน และมีความลื่นไหลดี ช่วยให้สะดวกต่อการนำไปผสมและประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น
เฉินป๋อฮั่น(陳柏翰) ผู้ช่วยนักวิจัยจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตฮัวเหลียน ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ “เนื้อส้มจี๊ดบด” และ “น้ำเชื่อมส้มจี๊ด” เติมเพียงน้ำตาลและกรดซิตริกเพื่อเพิ่มความหวานและปรับสมดุลรสชาติ โดยไม่เติมสีผสมอาหาร สารประกอบที่ช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือวัตถุกันเสียอื่น ๆ เนื้อส้มจี๊ดบดหากเก็บแช่แข็งอย่างเหมาะสมสามารถเก็บได้นาน 1 ปี ส่วนไซรัปสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นานประมาณครึ่งปี
พื้นที่ปลูกส้มจี๊ดสำคัญของเมืองอี๋หลานอยู่ที่ตำบลเจียวซีและตำบลหยวนซาน โดยอู๋อี๋เพ่ย(吳宜珮) เลขาธิการสหกรณ์การเกษตรตำบลเจียวซี ซึ่งรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสถานีวิจัยฯ ฮัวเหลียน กล่าวว่า สหกรณ์มุ่งสร้างแบรนด์ส้มจี๊ดอย่างต่อเนื่อง และได้พัฒนาของฝากจากส้มจี๊ดแล้ว 7 ชนิด เช่น ผลไม้เชื่อม ไข่ม้วน ขนมลิ้นวัว(牛舌餅) ข้าวอบกรอบ และขนมเค้กวอลนัต พร้อมมีแผนนำเทคโนโลยีเนื้อผลไม้บดไปต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมในอนาคต
ด้านสหกรณ์การเกษตรตำบลจี๋อัน เมืองฮัวเหลียน ซึ่งมีโรงงานผลิตไอศกรีมแห่งแรกในบรรดาสหกรณ์การเกษตรทั่วไต้หวันที่ผ่านมาตรฐาน ISO 22000 และ HACCP มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาไอศกรีมจากวัตถุดิบธรรมชาติและผลผลิตการเกษตรท้องถิ่น ก็ได้นำเนื้อส้มจี๊ดบดจากสหกรณ์เจียวซีมาผลิตเป็นไอศกรีมแท่งเช่นกัน จางเต๋อฉี(張德奇) เลขาธิการสหกรณ์ฯ กล่าวว่า ไอศกรีมแท่งส้มจี๊ดใช้โยเกิร์ตเป็นฐานแทนนมสดแบบทั่วไป ทำให้ต้นทุนสูงกว่าไอศกรีมทั่วไป 1-2 เท่า เพื่อรับประกันคุณภาพและวัตถุดิบแท้จริง