Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569

ไขปัญหาแรงงาน ข้อควรระวังในการลงนามสัญญาจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน
ไขปัญหาแรงงาน ข้อควรระวังในการลงนามสัญญาจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน

1. ข้อควรระวังในการลงนามสัญญาจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน

      ในอดีต แรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไต้หวันได้รับอนุญาตให้พำนักทำงานได้คราวละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดจะต้องเดินทางออกนอกประเทศอย่างน้อย 1 วัน ก่อนจะดำเนินการเพื่อกลับเข้ามาทำงานในรอบใหม่ ซึ่งในแต่ละครั้งต้องเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานพร้อมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2558 สภานิติบัญญัติแห่งไต้หวันได้มีการแก้ไขกฎหมายการจ้างงาน โดยยกเลิกข้อบังคับดังกล่าว และอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนด 3 ปี สามารถต่อสัญญาจ้างงานได้ในไต้หวันโดยไม่ต้องเดินทางกลับและรับภาระค่าใช้จ่ายซ้ำอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้แรงงานต่างชาติในไต้หวันสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก และเป็นประโยชน์ต่อแรงงานโดยทั่วกัน

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการต่อสัญญาจ้างงาน ซึ่งโดยทั่วไปนายจ้างจะดำเนินการด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้รับผิดชอบนั้น แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มักไม่เคยได้รับสัญญาฉบับใหม่เพื่ออ่านทำความเข้าใจก่อนลงนาม ทั้งนี้ การที่นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานไม่มอบสำเนาสัญญาจ้างงานแก่แรงงานถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แรงงานต่างชาติทุกคนมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับสัญญาจ้างงานที่แปลเป็นภาษาประจำชาติของตน หากได้ร้องขอแล้วแต่ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงานหมายเลข 1955

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      วันนี้ จะขอนำเสนอความรู้เกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานที่แรงงานต่างชาติทุกประเภทพึงได้รับความคุ้มครอง ตลอดจนข้อควรระวังในการลงนามสัญญาจ้างงานในไต้หวัน เพื่อให้แรงงานต่างชาติสามารถปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

แรงงานต่างชาติทุกคน ไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งไหน ภาคส่วนใด มีสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ดังนี้

      - ห้ามมิให้นายจ้างบังคับให้สละสิทธิ์ในการยื่นเรื่องร้องเรียน ขอรับการเยียวยา หรือการร้องทุกข์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

      - ห้ามมิให้ใช้การข่มขู่ การหักค่าจ้าง หรือการส่งตัวกลับประเทศ เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้แรงงานยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

ข้อบังคับสำคัญสำหรับแรงงานภาคอุตสาหกรรม (ครอบคลุมภาคการผลิต ก่อสร้าง ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ และภาคการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

      - แรงงานมีสิทธิเจรจาต่อรองเงื่อนไขการจ้างงานกับนายจ้างก่อนลงนามในสัญญา ทั้งในส่วนของชั่วโมงการทำงาน ค่าจ้าง และค่าล่วงเวลา

      - สัญญาจ้างงานต้องระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน ได้แก่ เวลาทำงาน วันหยุดพักผ่อน และวิธีการคำนวณค่าจ้าง

      - หากนายจ้างบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าและจ่ายเงินชดเชยตามที่กำหนด

      หากสงสัยว่าสัญญาจ้างมีเนื้อหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 กองแรงงานในพื้นที่

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

ข้อบังคับสำคัญสำหรับแรงงานภาคครัวเรือน ครอบคลุมผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุในครัวเรือน รวมทั้งผู้ช่วยงานบ้านหรือแม่บ้าน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

      - เงื่อนไขการทำงานจะเป็นไปตามสัญญาจ้างงานและระเบียบบริหารที่เกี่ยวข้อง

      - นายจ้างและแรงงานมีพันธะต้องปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างอย่างเคร่งครัด

      - แม้สัญญาจ้างจะไม่อยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน หากพบว่ามีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ยังคงสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

แรงงานภาคครัวเรือนมีสิทธิร้องเรียนและขอรับการเยียวยาเช่นเดียวกัน สิทธิดังกล่าวไม่อาจถูกพรากหรือลิดรอนไปโดยนายจ้างไม่ว่าในกรณีใดทั้งสิ้น

2. ฤดูร้อนมาเยือน เตือนแรงงานไทยต้องระวังอันตรายจากการลงเล่นน้ำตามชายหาดหรือจับปลาตามแม่น้ำลำคลอง แรงงานต่างชาติจมน้ำนับสิบในปี 2568

      เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน แรงงานต่างชาติจำนวนมากนิยมใช้เวลาพักผ่อนด้วยการลงเล่นน้ำตามแม่น้ำหรือชายทะเล ซึ่งมักมีความลึกและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก บางพื้นที่อาจมีคลื่นลมแรงหรือกระแสน้ำย้อนกลับที่เรียกว่า "คลื่นทะเลดูด" อันเป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ แรงงานไทยบางส่วนยังนิยมออกไปจับปลาตามห้วย หนอง คลอง บึง ในยามว่าง โดยอาจไม่ตระหนักว่ากิจกรรมดังกล่าวแฝงไปด้วยความเสี่ยงสูง เนื่องจากความไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อม ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากได้โดยไม่คาดคิด

      สำหรับพื้นที่ที่มีป้ายประกาศห้ามลงเล่นน้ำหรือห้ามตกปลา หากป้ายดังกล่าวเป็นภาษาจีน แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาบนโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเพื่ออ่านความหมาย และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันทั้งอันตรายต่อชีวิตและการละเมิดกฎหมาย

สถานการณ์อุบัติเหตุทางน้ำของแรงงานต่างชาติ ปี 2568–2569

      ในช่วงปี 2568–2569 มีรายงานอุบัติเหตุจมน้ำของแรงงานต่างชาติหลายกรณี โดยเฉพาะในบริเวณแม่น้ำโฮ่วหลงที่เมืองเหมียวลี่ ท่าเรือประมงหย่งอันในนครเถาหยวน และจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่กวนซี นครไถหนาน สาเหตุหลักเกิดจากความไม่ชำนาญในการรับมือกับกระแสน้ำเชี่ยว การพลัดเข้าสู่เขตน้ำลึกโดยไม่ตั้งใจ และการลงเล่นน้ำในพื้นที่เสี่ยงที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล สรุปเหตุการณ์สำคัญมีดังนี้

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      18 เมษายน 2569: แรงงานชาวฟิลิปปินส์จมน้ำเสียชีวิตขณะเล่นน้ำในแม่น้ำจงก่าง ใต้สะพานเถียนเหม่ย ตำบลหนานจวง เมืองเหมียวลี่

      ตุลาคม 2568: แรงงานชาวเวียดนามถูกคลื่นซัดหายไปขณะเล่นน้ำในช่วงวันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ ณ ท่าเรือหย่งอัน เขตซินอู นครเถาหยวน และพบศพในเวลาต่อมา

      มิถุนายน 2568: แรงงานชาวเวียดนามจมน้ำเสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมปิ้งย่างและลงเล่นน้ำบริเวณใกล้สะพานซินตง แม่น้ำโฮ่วหลง เมืองเหมียวลี่

      สิงหาคม 2568: แรงงานต่างชาติเพศชาย 2 ราย ลงเล่นน้ำในสวนสาธารณะเขตซินอู นครเถาหยวน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีป้ายห้ามลงเล่นน้ำ ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุถูกน้ำวนดูดจนจมหาย โชคดีที่ชาวบ้านบริเวณนั้นรีบลงช่วยเหลือและทำการปั๊มหัวใจกู้ชีพได้ทันท่วงที ทั้งสองรายฟื้นคืนสติได้ โดยรายหนึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลเถาหยวนสาขาซินอู สังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจนอาการดีขึ้น

      นครไถหนาน: เกิดเหตุแรงงานฟิลิปปินส์ 6 ราย ประสบอุบัติเหตุจมน้ำพร้อมกันบริเวณจุดชมพระอาทิตย์ตกดินกวนซี นครไถหนาน

      สำหรับแรงงานชาวไทยนั้น มีหลายรายที่เสียชีวิตจากกิจกรรมทางน้ำเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการออกไปจับปลา จึงขอย้ำเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

แนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำกิจกรรมทางน้ำ

        1. การป้องกันและการเตรียมความพร้อม

      - ประเมินสภาพอากาศก่อนทุกครั้ง หากมีประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก ให้งดลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด

      - เลือกพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

      - หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงที่มีป้ายประกาศ "ห้ามลงเล่นน้ำ" หรือ "น้ำลึกอันตราย"

      - สวมใส่อุปกรณ์นิรภัย หากออกไปตกปลาบริเวณโขดหิน ต้องสวมเสื้อชูชีพ รองเท้าพื้นสตั๊ด และหมวกนิรภัย พร้อมติดตามสภาพคลื่นลมอย่างต่อเนื่อง

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

        2. การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

      - ตะโกนขอความช่วยเหลือและโทรแจ้งสายด่วนกู้ภัย 119 ทันทีที่พบผู้ประสบเหตุจมน้ำ และห้ามกระโดดลงไปช่วยเองโดยเด็ดขาด หากไม่มีทักษะการว่ายน้ำกู้ชีพ

      - ช่วยเหลือจากฝั่งโดยใช้หลัก "ตะโกน โทร ยื่น โยน พาย" ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่หาได้ใกล้มือ เช่น เชือก ขวดพลาสติก หรือแผ่นไม้ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ยึดพยุงตัว

        3. การเอาตัวรอดเมื่อตกน้ำ

      ให้ตั้งสติให้มั่น พยายามลอยตัวในท่านอนหงาย แหงนหน้าขึ้นให้จมูกพ้นผิวน้ำเพื่อหายใจ และห้ามชูมือหรือดิ้นรนอย่างตื่นตระหนก เพราะจะยิ่งทำให้จมลึกลงไปเร็วขึ้น

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

        4. คำแนะนำเพิ่มเติมจากหน่วยกู้ภัย

      - หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่ไม่คุ้นเคย และอย่าทำกิจกรรมทางน้ำในบริเวณที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล หรือในระยะใกล้กับกระแสน้ำเชี่ยวขณะร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง

      - ไปเป็นกลุ่มและอยู่ในสายตากันตลอดเวลา ควรมีผู้ร่วมทางอย่างน้อย 2 คน และงดกิจกรรมทางน้ำในเวลากลางคืนหรือภายหลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

      - บทบาทของนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ควรให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงจากกิจกรรมทางน้ำและกิจกรรมกลางแจ้งแก่แรงงานตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน รวมถึงจัดให้มีระบบแจ้งพิกัดที่ตั้งและข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถติดตามและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ

      ความไม่ประมาทคือหลักประกันแห่งความปลอดภัย ขอให้ทุกวันหยุดเป็นวันแห่งความสุขที่สมบูรณ์

3. ไต้หวันยกระดับความเท่าเทียม เปิดทางแรงงานต่างชาติสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานด้วย “ภาษาแม่” ครอบคลุม 18 สาขาอาชีพ

      กระทรวงแรงงานไต้หวันเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายความเสมอภาคทางชาติพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติเข้าถึงระบบการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการจัดทำข้อสอบภาคทฤษฎีในภาษาไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และอังกฤษ พร้อมเตรียมเปิดตัว "ภาษาตากาล็อก" เป็นภาษาที่ห้าในปี 2569 มุ่งลดอุปสรรคด้านภาษา ขยายการเข้าถึงการรับรองวิชาชีพ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างยั่งยืน

      เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานประกอบการ กฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานขับรถยกและผู้ควบคุมเครนชนิดรางเลื่อนและแบบติดตั้งประจำที่ ต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและได้รับใบรับรองจึงจะมีสิทธิปฏิบัติงานได้ ทั้งนี้ การได้รับใบรับรองดังกล่าวกำหนดให้ผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

ภาพแรงงานไทยเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีการขับรถโฟร์คลิฟต์จากสถาบันเพิ่มผลิตไต้หวันสาขาไทจง (ภาพจาก TANG YI -WEN)

      เนื่องจากสถานประกอบการจำนวนมากที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกและเครนประเภทดังกล่าว มีความจำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับคุณวุฒิและใบรับรองตามที่กฎหมายกำหนด กระทรวงแรงงานจึงได้ริเริ่มตั้งแต่การสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติประจำปี 2562 โดยจัดให้มีการสอบข้อเขียนที่ใช้ภาษาจีนควบคู่กับภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติ เพื่อสนับสนุนให้แรงงานสามารถเข้าสอบได้อย่างราบรื่น พร้อมกันนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างที่มีความต้องการดำเนินการลงทะเบียนสมัครสอบแทนลูกจ้างต่างชาติของตนด้วย

ภาพแรงงานไทยเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีการขับรถโฟร์คลิฟต์จากสถาบันเพิ่มผลิตไต้หวันสาขาไทจง (ภาพจาก TANG YI -WEN)

      กรมพัฒนากำลังแรงงานชี้แจงว่า การทดสอบมาตรฐานฝีมือถือเป็นกระบวนการประเมินความรู้และทักษะวิชาชีพอย่างเป็นทางการ โดยผู้สมัครสอบในสาขาที่เกี่ยวข้องต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และได้รับหนังสือรับรองการอบรมหรือหลักฐานครบกำหนดก่อนจึงจะมีสิทธิยื่นใบสมัครสอบ ทั้งนี้ นายจ้างสามารถเสริมสร้างทักษะวิชาชีพที่จำเป็นให้แก่แรงงานต่างชาติล่วงหน้า เพื่อรองรับความต้องการกำลังแรงงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยมีทักษะฝีมือในระดับที่โดดเด่น แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการอ่านภาษาจีน ส่งผลให้ไม่สามารถผ่านการสอบภาคทฤษฎีได้ กระทรวงแรงงานจึงได้เริ่มจัดทำข้อสอบที่มีภาษาแม่กำกับควบคู่กับภาษาจีนนับตั้งแต่ปี 2562 เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงได้อย่างเต็มที่ โดยนายจ้างสามารถสนับสนุนและลงทะเบียนให้ลูกจ้างเข้าร่วมการทดสอบได้

ภาพแรงงานไทยทดสอบขับรถโฟร์คลิฟต์ (ภาพจาก TANG YI -WEN)

สถิติการสอบปี 2569: แรงงานอินโดนีเซียนำโด่งการขอสอบด้วยภาษาแม่

      ศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานรายงานว่า ในการสอบวัดระดับฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 มีผู้สมัครขอรับความช่วยเหลือด้านภาษาต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 423 คน แบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาอินโดนีเซีย 230 คน (สูงสุด) ภาษาเวียดนาม 110 คน ภาษาไทย 58 คน และภาษาอังกฤษ 25 คน ส่วนภาษาตากาล็อกยังไม่มีผู้สมัครในรอบนี้

      สำหรับ 10 อันดับสาขาอาชีพที่มีการขอใช้ภาษาต่างประเทศมากที่สุด ได้แก่ การประกอบอาหารจีน (ระดับ C) พืชสวน (ระดับ C) การติดตั้งสายส่งไฟฟ้า (ระดับ C) การควบคุมรถยก (ระดับเดียว) การควบคุมเครนแบบรางเลื่อน การควบคุมเครนชนิดติดตั้งประจำที่ การเชื่อมทิก การเชื่อมไฟฟ้า เสริมสวย (ระดับ C) และผู้อนุบาลดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)

กรณีศึกษา: เมืองผิงตงจัดอบรมขับรถยก รุ่นพิเศษสำหรับแรงงานไทยและต่างชาติ

      เพื่อสนองตอบนโยบายความปลอดภัยในการทำงานและส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพของแรงงานต่างชาติอย่างเป็นรูปธรรม กองแรงงานและพัฒนาเยาวชนเมืองผิงตงได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)

      หลักสูตรดังกล่าวครอบคลุมเนื้อหาที่ครบวงจร ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยก หลักกลศาสตร์ในการปฏิบัติงาน การตรวจสอบความปลอดภัยและการป้องกันอุบัติเหตุ โครงสร้างและวิธีใช้งานระบบขับเคลื่อนของรถยก ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับการพัฒนาทั้งองค์ความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)

      ผลการอบรมเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ผู้เข้าร่วมทั้ง 60 คนสำเร็จหลักสูตรครบถ้วนและได้รับหนังสือรับรองการผ่านอบรม สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนรู้และทัศนคติเชิงบวกของผู้เข้าร่วมโครงการ หลายคนสะท้อนความรู้สึกว่า นอกจากทักษะการทำงานจะพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังมีความเข้าใจด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ลึกซึ้งและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อเส้นทางการพัฒนาวิชาชีพในอนาคต

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)

      กองแรงงานและพัฒนาเยาวชนเมืองผิงตงยืนยันว่า จะเดินหน้าจัดการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแรงงานต่างชาติโดยตรง พร้อมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเป็นมิตรต่อผู้เรียนทุกกลุ่ม เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพ เสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่มั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานทุกสัญชาติร่วมกัน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解