1. ข้อควรระวังในการลงนามสัญญาจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน
ในอดีต แรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไต้หวันได้รับอนุญาตให้พำนักทำงานได้คราวละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดจะต้องเดินทางออกนอกประเทศอย่างน้อย 1 วัน ก่อนจะดำเนินการเพื่อกลับเข้ามาทำงานในรอบใหม่ ซึ่งในแต่ละครั้งต้องเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานพร้อมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2558 สภานิติบัญญัติแห่งไต้หวันได้มีการแก้ไขกฎหมายการจ้างงาน โดยยกเลิกข้อบังคับดังกล่าว และอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนด 3 ปี สามารถต่อสัญญาจ้างงานได้ในไต้หวันโดยไม่ต้องเดินทางกลับและรับภาระค่าใช้จ่ายซ้ำอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้แรงงานต่างชาติในไต้หวันสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก และเป็นประโยชน์ต่อแรงงานโดยทั่วกัน

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการต่อสัญญาจ้างงาน ซึ่งโดยทั่วไปนายจ้างจะดำเนินการด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้รับผิดชอบนั้น แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มักไม่เคยได้รับสัญญาฉบับใหม่เพื่ออ่านทำความเข้าใจก่อนลงนาม ทั้งนี้ การที่นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานไม่มอบสำเนาสัญญาจ้างงานแก่แรงงานถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แรงงานต่างชาติทุกคนมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับสัญญาจ้างงานที่แปลเป็นภาษาประจำชาติของตน หากได้ร้องขอแล้วแต่ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงานหมายเลข 1955

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
วันนี้ จะขอนำเสนอความรู้เกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานที่แรงงานต่างชาติทุกประเภทพึงได้รับความคุ้มครอง ตลอดจนข้อควรระวังในการลงนามสัญญาจ้างงานในไต้หวัน เพื่อให้แรงงานต่างชาติสามารถปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
แรงงานต่างชาติทุกคน ไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งไหน ภาคส่วนใด มีสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ดังนี้
- ห้ามมิให้นายจ้างบังคับให้สละสิทธิ์ในการยื่นเรื่องร้องเรียน ขอรับการเยียวยา หรือการร้องทุกข์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ห้ามมิให้ใช้การข่มขู่ การหักค่าจ้าง หรือการส่งตัวกลับประเทศ เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้แรงงานยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ข้อบังคับสำคัญสำหรับแรงงานภาคอุตสาหกรรม (ครอบคลุมภาคการผลิต ก่อสร้าง ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ และภาคการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน
- แรงงานมีสิทธิเจรจาต่อรองเงื่อนไขการจ้างงานกับนายจ้างก่อนลงนามในสัญญา ทั้งในส่วนของชั่วโมงการทำงาน ค่าจ้าง และค่าล่วงเวลา
- สัญญาจ้างงานต้องระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน ได้แก่ เวลาทำงาน วันหยุดพักผ่อน และวิธีการคำนวณค่าจ้าง
- หากนายจ้างบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าและจ่ายเงินชดเชยตามที่กำหนด
หากสงสัยว่าสัญญาจ้างมีเนื้อหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 กองแรงงานในพื้นที่

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ข้อบังคับสำคัญสำหรับแรงงานภาคครัวเรือน ครอบคลุมผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุในครัวเรือน รวมทั้งผู้ช่วยงานบ้านหรือแม่บ้าน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน
- เงื่อนไขการทำงานจะเป็นไปตามสัญญาจ้างงานและระเบียบบริหารที่เกี่ยวข้อง
- นายจ้างและแรงงานมีพันธะต้องปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างอย่างเคร่งครัด
- แม้สัญญาจ้างจะไม่อยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน หากพบว่ามีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ยังคงสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
แรงงานภาคครัวเรือนมีสิทธิร้องเรียนและขอรับการเยียวยาเช่นเดียวกัน สิทธิดังกล่าวไม่อาจถูกพรากหรือลิดรอนไปโดยนายจ้างไม่ว่าในกรณีใดทั้งสิ้น
2. ฤดูร้อนมาเยือน เตือนแรงงานไทยต้องระวังอันตรายจากการลงเล่นน้ำตามชายหาดหรือจับปลาตามแม่น้ำลำคลอง แรงงานต่างชาติจมน้ำนับสิบในปี 2568
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน แรงงานต่างชาติจำนวนมากนิยมใช้เวลาพักผ่อนด้วยการลงเล่นน้ำตามแม่น้ำหรือชายทะเล ซึ่งมักมีความลึกและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก บางพื้นที่อาจมีคลื่นลมแรงหรือกระแสน้ำย้อนกลับที่เรียกว่า "คลื่นทะเลดูด" อันเป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ แรงงานไทยบางส่วนยังนิยมออกไปจับปลาตามห้วย หนอง คลอง บึง ในยามว่าง โดยอาจไม่ตระหนักว่ากิจกรรมดังกล่าวแฝงไปด้วยความเสี่ยงสูง เนื่องจากความไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อม ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากได้โดยไม่คาดคิด

สำหรับพื้นที่ที่มีป้ายประกาศห้ามลงเล่นน้ำหรือห้ามตกปลา หากป้ายดังกล่าวเป็นภาษาจีน แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาบนโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเพื่ออ่านความหมาย และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันทั้งอันตรายต่อชีวิตและการละเมิดกฎหมาย
สถานการณ์อุบัติเหตุทางน้ำของแรงงานต่างชาติ ปี 2568–2569
ในช่วงปี 2568–2569 มีรายงานอุบัติเหตุจมน้ำของแรงงานต่างชาติหลายกรณี โดยเฉพาะในบริเวณแม่น้ำโฮ่วหลงที่เมืองเหมียวลี่ ท่าเรือประมงหย่งอันในนครเถาหยวน และจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่กวนซี นครไถหนาน สาเหตุหลักเกิดจากความไม่ชำนาญในการรับมือกับกระแสน้ำเชี่ยว การพลัดเข้าสู่เขตน้ำลึกโดยไม่ตั้งใจ และการลงเล่นน้ำในพื้นที่เสี่ยงที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล สรุปเหตุการณ์สำคัญมีดังนี้

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
18 เมษายน 2569: แรงงานชาวฟิลิปปินส์จมน้ำเสียชีวิตขณะเล่นน้ำในแม่น้ำจงก่าง ใต้สะพานเถียนเหม่ย ตำบลหนานจวง เมืองเหมียวลี่
ตุลาคม 2568: แรงงานชาวเวียดนามถูกคลื่นซัดหายไปขณะเล่นน้ำในช่วงวันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ ณ ท่าเรือหย่งอัน เขตซินอู นครเถาหยวน และพบศพในเวลาต่อมา
มิถุนายน 2568: แรงงานชาวเวียดนามจมน้ำเสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมปิ้งย่างและลงเล่นน้ำบริเวณใกล้สะพานซินตง แม่น้ำโฮ่วหลง เมืองเหมียวลี่
สิงหาคม 2568: แรงงานต่างชาติเพศชาย 2 ราย ลงเล่นน้ำในสวนสาธารณะเขตซินอู นครเถาหยวน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีป้ายห้ามลงเล่นน้ำ ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุถูกน้ำวนดูดจนจมหาย โชคดีที่ชาวบ้านบริเวณนั้นรีบลงช่วยเหลือและทำการปั๊มหัวใจกู้ชีพได้ทันท่วงที ทั้งสองรายฟื้นคืนสติได้ โดยรายหนึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลเถาหยวนสาขาซินอู สังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจนอาการดีขึ้น
นครไถหนาน: เกิดเหตุแรงงานฟิลิปปินส์ 6 ราย ประสบอุบัติเหตุจมน้ำพร้อมกันบริเวณจุดชมพระอาทิตย์ตกดินกวนซี นครไถหนาน
สำหรับแรงงานชาวไทยนั้น มีหลายรายที่เสียชีวิตจากกิจกรรมทางน้ำเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการออกไปจับปลา จึงขอย้ำเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
แนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำกิจกรรมทางน้ำ
1. การป้องกันและการเตรียมความพร้อม
- ประเมินสภาพอากาศก่อนทุกครั้ง หากมีประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก ให้งดลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด
- เลือกพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงที่มีป้ายประกาศ "ห้ามลงเล่นน้ำ" หรือ "น้ำลึกอันตราย"
- สวมใส่อุปกรณ์นิรภัย หากออกไปตกปลาบริเวณโขดหิน ต้องสวมเสื้อชูชีพ รองเท้าพื้นสตั๊ด และหมวกนิรภัย พร้อมติดตามสภาพคลื่นลมอย่างต่อเนื่อง

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
2. การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ตะโกนขอความช่วยเหลือและโทรแจ้งสายด่วนกู้ภัย 119 ทันทีที่พบผู้ประสบเหตุจมน้ำ และห้ามกระโดดลงไปช่วยเองโดยเด็ดขาด หากไม่มีทักษะการว่ายน้ำกู้ชีพ
- ช่วยเหลือจากฝั่งโดยใช้หลัก "ตะโกน โทร ยื่น โยน พาย" ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่หาได้ใกล้มือ เช่น เชือก ขวดพลาสติก หรือแผ่นไม้ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ยึดพยุงตัว
3. การเอาตัวรอดเมื่อตกน้ำ
ให้ตั้งสติให้มั่น พยายามลอยตัวในท่านอนหงาย แหงนหน้าขึ้นให้จมูกพ้นผิวน้ำเพื่อหายใจ และห้ามชูมือหรือดิ้นรนอย่างตื่นตระหนก เพราะจะยิ่งทำให้จมลึกลงไปเร็วขึ้น

สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
4. คำแนะนำเพิ่มเติมจากหน่วยกู้ภัย
- หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่ไม่คุ้นเคย และอย่าทำกิจกรรมทางน้ำในบริเวณที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล หรือในระยะใกล้กับกระแสน้ำเชี่ยวขณะร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง
- ไปเป็นกลุ่มและอยู่ในสายตากันตลอดเวลา ควรมีผู้ร่วมทางอย่างน้อย 2 คน และงดกิจกรรมทางน้ำในเวลากลางคืนหรือภายหลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- บทบาทของนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ควรให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงจากกิจกรรมทางน้ำและกิจกรรมกลางแจ้งแก่แรงงานตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน รวมถึงจัดให้มีระบบแจ้งพิกัดที่ตั้งและข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถติดตามและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ
ความไม่ประมาทคือหลักประกันแห่งความปลอดภัย ขอให้ทุกวันหยุดเป็นวันแห่งความสุขที่สมบูรณ์
3. ไต้หวันยกระดับความเท่าเทียม เปิดทางแรงงานต่างชาติสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานด้วย “ภาษาแม่” ครอบคลุม 18 สาขาอาชีพ
กระทรวงแรงงานไต้หวันเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายความเสมอภาคทางชาติพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติเข้าถึงระบบการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการจัดทำข้อสอบภาคทฤษฎีในภาษาไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และอังกฤษ พร้อมเตรียมเปิดตัว "ภาษาตากาล็อก" เป็นภาษาที่ห้าในปี 2569 มุ่งลดอุปสรรคด้านภาษา ขยายการเข้าถึงการรับรองวิชาชีพ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างยั่งยืน

เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานประกอบการ กฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานขับรถยกและผู้ควบคุมเครนชนิดรางเลื่อนและแบบติดตั้งประจำที่ ต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและได้รับใบรับรองจึงจะมีสิทธิปฏิบัติงานได้ ทั้งนี้ การได้รับใบรับรองดังกล่าวกำหนดให้ผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

ภาพแรงงานไทยเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีการขับรถโฟร์คลิฟต์จากสถาบันเพิ่มผลิตไต้หวันสาขาไทจง (ภาพจาก TANG YI -WEN)
เนื่องจากสถานประกอบการจำนวนมากที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกและเครนประเภทดังกล่าว มีความจำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับคุณวุฒิและใบรับรองตามที่กฎหมายกำหนด กระทรวงแรงงานจึงได้ริเริ่มตั้งแต่การสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติประจำปี 2562 โดยจัดให้มีการสอบข้อเขียนที่ใช้ภาษาจีนควบคู่กับภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติ เพื่อสนับสนุนให้แรงงานสามารถเข้าสอบได้อย่างราบรื่น พร้อมกันนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างที่มีความต้องการดำเนินการลงทะเบียนสมัครสอบแทนลูกจ้างต่างชาติของตนด้วย

ภาพแรงงานไทยเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีการขับรถโฟร์คลิฟต์จากสถาบันเพิ่มผลิตไต้หวันสาขาไทจง (ภาพจาก TANG YI -WEN)
กรมพัฒนากำลังแรงงานชี้แจงว่า การทดสอบมาตรฐานฝีมือถือเป็นกระบวนการประเมินความรู้และทักษะวิชาชีพอย่างเป็นทางการ โดยผู้สมัครสอบในสาขาที่เกี่ยวข้องต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และได้รับหนังสือรับรองการอบรมหรือหลักฐานครบกำหนดก่อนจึงจะมีสิทธิยื่นใบสมัครสอบ ทั้งนี้ นายจ้างสามารถเสริมสร้างทักษะวิชาชีพที่จำเป็นให้แก่แรงงานต่างชาติล่วงหน้า เพื่อรองรับความต้องการกำลังแรงงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยมีทักษะฝีมือในระดับที่โดดเด่น แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการอ่านภาษาจีน ส่งผลให้ไม่สามารถผ่านการสอบภาคทฤษฎีได้ กระทรวงแรงงานจึงได้เริ่มจัดทำข้อสอบที่มีภาษาแม่กำกับควบคู่กับภาษาจีนนับตั้งแต่ปี 2562 เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงได้อย่างเต็มที่ โดยนายจ้างสามารถสนับสนุนและลงทะเบียนให้ลูกจ้างเข้าร่วมการทดสอบได้

ภาพแรงงานไทยทดสอบขับรถโฟร์คลิฟต์ (ภาพจาก TANG YI -WEN)
สถิติการสอบปี 2569: แรงงานอินโดนีเซียนำโด่งการขอสอบด้วยภาษาแม่
ศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานรายงานว่า ในการสอบวัดระดับฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 มีผู้สมัครขอรับความช่วยเหลือด้านภาษาต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 423 คน แบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาอินโดนีเซีย 230 คน (สูงสุด) ภาษาเวียดนาม 110 คน ภาษาไทย 58 คน และภาษาอังกฤษ 25 คน ส่วนภาษาตากาล็อกยังไม่มีผู้สมัครในรอบนี้
สำหรับ 10 อันดับสาขาอาชีพที่มีการขอใช้ภาษาต่างประเทศมากที่สุด ได้แก่ การประกอบอาหารจีน (ระดับ C) พืชสวน (ระดับ C) การติดตั้งสายส่งไฟฟ้า (ระดับ C) การควบคุมรถยก (ระดับเดียว) การควบคุมเครนแบบรางเลื่อน การควบคุมเครนชนิดติดตั้งประจำที่ การเชื่อมทิก การเชื่อมไฟฟ้า เสริมสวย (ระดับ C) และผู้อนุบาลดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)
กรณีศึกษา: เมืองผิงตงจัดอบรมขับรถยก รุ่นพิเศษสำหรับแรงงานไทยและต่างชาติ
เพื่อสนองตอบนโยบายความปลอดภัยในการทำงานและส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพของแรงงานต่างชาติอย่างเป็นรูปธรรม กองแรงงานและพัฒนาเยาวชนเมืองผิงตงได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)
หลักสูตรดังกล่าวครอบคลุมเนื้อหาที่ครบวงจร ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยก หลักกลศาสตร์ในการปฏิบัติงาน การตรวจสอบความปลอดภัยและการป้องกันอุบัติเหตุ โครงสร้างและวิธีใช้งานระบบขับเคลื่อนของรถยก ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับการพัฒนาทั้งองค์ความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)
ผลการอบรมเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ผู้เข้าร่วมทั้ง 60 คนสำเร็จหลักสูตรครบถ้วนและได้รับหนังสือรับรองการผ่านอบรม สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนรู้และทัศนคติเชิงบวกของผู้เข้าร่วมโครงการ หลายคนสะท้อนความรู้สึกว่า นอกจากทักษะการทำงานจะพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังมีความเข้าใจด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ลึกซึ้งและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อเส้นทางการพัฒนาวิชาชีพในอนาคต

กองแรงงานและพัฒนาเยาวชน ผิงตง ได้จัดโครงการอบรมพิเศษสำหรับผู้บังคับรถยกขนาดน้ำหนักบรรทุกเกิน 1 ตัน จำนวน 4 รุ่น ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงงานจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 60 คน (ภาพจากเทศบาลเมืองผิงตง)
กองแรงงานและพัฒนาเยาวชนเมืองผิงตงยืนยันว่า จะเดินหน้าจัดการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแรงงานต่างชาติโดยตรง พร้อมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเป็นมิตรต่อผู้เรียนทุกกลุ่ม เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพ เสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่มั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานทุกสัญชาติร่วมกัน