ธีระ หยาง 亓淞 และเจาะลึกกีฬาโลก 體育世界 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-06-04)
- มาเริ่มกันที่การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมที่ 2 ของปีอย่าง เฟรนช์ โอเพ่น 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 61.72 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,345 ล้านบาท ที่แข่งขันกันที่สนามโรล็องด์ การอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยในการแข่งขันประเภทหญิงคู่รอบสอง เซี่ยสูเหวย นักเทนนิสสาวใหญ่วัย 40 ปีชาวไต้หวันซึ่งจับคู่กับ หวังซินอวี่ จากจีนแผ่นดินใหญ่ ลงสนามพบกับคู่มือวางอันดับ 13 ของรายการอย่าง กัวหานอวี้ จากจีน ที่จับคู่กับ คริสตินา มลาเดโนวิช จากฝรั่งเศส ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่าพ่ายไป 2 เซ็ตรวด ด้วยสกอร์ 1-6 และ 4-6 ส่งผลให้ เซี่ยสูเหวย ต้องหยุดเส้นทางในรอบที่ 2 ของศึกเฟรนช์โอเพน เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในศึกเฟรนช์โอเพน เซี่ยสูเหวย จับคู่กับ เอลิเซ เมอร์เทนส์ สาวเบลเยี่ยม และเยเลนา ออสตาเพนโก สาวลัตเวีย ตามลำดับ ซึ่งก็ต่างจอดป้ายในรอบสองเช่นกัน โดยในการดวลกับ กัวหานอวี้ และ มลาเดโนวิช คู่ของเซี่ยสูเหวยต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากตั้งแต่เซตแรก โดยไม่สามารถรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเองไว้ได้เลยทั้ง 4 เกม ทำได้เพียงเบรกเกมเสิร์ฟคืนมาได้แค่เกมเดียว จึงปราชัยไปก่อนในเซตแรกด้วยคะแนน 1-6 ส่วนในเซตที่สอง ทั้งสองฝ่ายต่างเปิดฉากสงครามเบรกเกมเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 7 เกมแรก ทั้งสองคู่สลับกันเบรกเกมเสิร์ฟไปถึง 6 ครั้ง ทว่าในเกมที่ 10 ซึ่งเป็นเกมสำคัญ คู่ของ กัวฯ และ มลาเดโนวิช สามารถเบรกเกมเสิร์ฟได้อีกครั้ง จนเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 6-4 และผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 ต่อไป
ส่วนในประเภทคู่ผสมรอบสอง เซี่ยสูเหวย ซึ่งจับคู่กับ มาร์ค วัลเนอร์ จากเยอรมนี ลงสนามพบกับ คริสตินา บุคซา จากสเปน และ ราฟาเอล มาโตส จากบราซิล แม้ว่าคู่ของเซี่ยจะเก็บเซตแรกไปได้ก่อนด้วยสกอร์ 7-5 แต่ก็มาเสียเซตที่สองไปที่ 4-6 ทำให้ต้องไปดวลกันต่อในเซตตัดสินแบบซูเปอร์ไทเบรก 10 แต้ม ก่อนจะพ่ายไปด้วยคะแนน 6-10 ชวดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างน่าเสียดาย
- ทางด้าน อู๋ฟางเสียน ซึ่งถูกจัดให้เป็นคู่มือวางอันดับ 16 ในประเภทหญิงคู่ โดยลงแข่งร่วมกับ เอริ โฮซูมิ คู่หูชาวญี่ปุ่น ลงแข่งขันรอบสองพบกับ นาเดีย คิเชน็อก จากยูเครน และมาโคโตะ นิโนมิยะ จากญี่ปุ่น โดยคู่ของอู๋ฯและโฮซูมิ ถูกพลิกสถานการณ์จนแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ในเซตแรกสามารถแจก “เบเกิล” ให้คู่แข่งจนเอาชนะไปได้ก่อน 6-0 แต่กลับพลาดโอกาสทองในเซตที่สองหลังจากได้ 2 แมตช์พอยต์ ก่อนจะพ่ายไปในที่สุดด้วยคะแนน 6-0, 6-7 (6-8) และ 2-6 ยุติเส้นทางไว้เพียงเท่านี้
- หลังจากรุ่นพี่ตกรอบไปจนหมด ทำให้ความหวังของไต้หวันอยู่ที่น้องเล็กอย่าง เหลียงเอินซั่ว ซึ่งเคยลงแข่งขันในรอบเมนดรอว์ประเภทหญิงเดี่ยวศึกเฟรนช์โอเพนเมื่อปี 2021 ได้กลับมาเยือนรายการนี้อีกครั้งในรอบ 5 ปี โดยเปลี่ยนมาลงแข่งในประเภทหญิงคู่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่ได้เข้าร่วมแข่งขันประเภทหญิงคู่ในศึกแกรนด์สแลม โดยเธอและคู่หูรุ่นเก๋าวัย 38 ปีอย่าง ชูโกะ อาโอยามะ ต่างก็มีความสูงไม่ถึง 160 เซนติเมตรด้วยกันทั้งคู่ ทว่าหลังจากผ่านรอบแรกมาได้ด้วยการเอาชนะ 2 เซตรวด ในรอบที่สองพวกเธอแผลงฤทธิ์โค่นคู่มือวางอันดับ 5 ของรายการอย่าง เยเลนา ออสตาเพนโก จากลัตเวีย และ เอริน รูตลิฟฟ์ จากนิวซีแลนด์ จนกลายเป็นนักหวดไต้หวันเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบที่สาม ในการดวลกับ จางเหว่ยหวนจากฮ่องกง และ เอร์ยาเวค จากสโลวีเนียในรอบสาม คู่หูไต้หวัน-ญี่ปุ่น สามารถเบรกเกมเสิร์ฟได้สำเร็จตั้งแต่เกมแรกของคู่แข่ง ออกนำไปก่อน 2-0 จากนั้นในเกมที่ 5 ก็เบรกเกมเสิร์ฟได้อีกครั้งจนขยับทิ้งห่าง ก่อนจะปิดฉากเบรกเกมเสิร์ฟได้อีกในเกมที่ 7 เอาชนะเซตแรกไปได้อย่างราบรื่นด้วยคะแนน 6-1 เข้าสู่เซตที่สอง คู่หูไต้หวัน-ญี่ปุ่น พลาดโอกาสทองหลังจากชวดไปถึง 4 เบรกพอยต์ในเกมที่ 2 และกลับกลายเป็นฝ่ายโดนเบรกเกมเสิร์ฟของตัวเองในเวลาต่อมา ทว่าหลังจากตกเป็นรองอยู่ที่คะแนน 1-3 พวกเธอก็ประสานงานกันทวงคืน ทั้งเบรกเกมเสิร์ฟและรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเอง รวดเดียว 5 เกมรวด พลิกกลับมาปิดเซตไปได้ด้วยคะแนน 6-3 คว้าชัยชนะพร้อมตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายมาครองได้สำเร็จ ซึ่งผลงานการเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในครั้งนี้ ยังเป็นการทำสถิติสูงสุดในอาชีพเทนนิสประเภทหญิงคู่ศึกเฟรนช์โอเพนของ ชูโกะ อาโอยามะ อีกด้วย (ภาพจากสำนักข่าวซินหัว)

- มาเช็คผลงานของเหล่านักแบดไต้หวันกัน ในศึกแบดมินตันรายการ อินโดนีเซีย โอเพ่น 2026 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลรวม 1.45 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 47 ล้านกว่าบาท ที่แข่งขันกันที่สนาม อิสโตรา เสนายัน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยในการแข่งขันรอบแรก ชิวผิ่นเชี่ยน นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวมือหนึ่งของไต้หวัน สวมบทจอมล้มมือวาง หลังได้ลงสนามพบกับ เมย์ รัชนก อินทนนท์ ยอดฝีมือชาวไทยผู้เป็นมือวางอันดับ 7 ของโลกในประเภทหญิงเดี่ยว โดยในเกมแรก ชิวผิ่นเชี่ยน พลาดโอกาสทองหลังจากทำแต้มนำห่างไปก่อนถึง 7-1 แต่เธอก็เริ่มฮึดสู้และเร่งเครื่องไล่ตามตั้งแต่เกมที่สอง โดยเอาชนะไปได้ก่อนที่คะแนน 21-16 ตีเสมอเป็น 1-1 เกม และในเกมที่สาม เธออาศัยจังหวะการตีโต้หลายจังหวะเพื่อบดขยี้พละกำลังของคู่ต่อสู้ บีบให้รัชนกเกิดข้อผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งสามารถคว้าชัยชนะมาได้อย่างยากลำบากด้วยคะแนน 21-19 พร้อมทั้งหยุดสถิติพ่ายแพ้ในการดวลกัน 3 ครั้งติดต่อกันลงได้สำเร็จ
ทางด้าน โจวเทียนเฉิน มือวางอันดับ 6 ในประเภทชายเดี่ยว ดีกรีแชมป์เก่าเมื่อปี 2019 ต้องโคจรมาทำศึกสายเลือดกับ เจ้าชายลูกขนไก่ อย่าง หวังจื่อเหวย ตั้งแต่รอบแรก ซึ่ง เสี่ยวเทียน หรือโจวเทียนเฉิง ยังคงรักษาจากสถิติไร้พ่ายในการดวลกันเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 21-8, 10-21 และ 21-12 เดินหน้าทำสถิติชนะรวดเป็นครั้งที่ 15 ติดต่อกันในยามที่พบกัน
สำหรับประเภทชายคู่ของไต้หวัน คู่ของหลี่เจ๋อฮุย / หยางปั๋วเซวียน เฉือนชนะคู่เจ้าถิ่นอย่างเลโอ โรลลี คาร์นันโด / แดเนียล มาร์ติน ไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1 เกม ขณะที่คู่ฝาแฝด หลี่ฟางเริ่น / หลี่ฟางจื้อ โชว์ฟอร์มกระหึ่มล้มคู่มือวางอันดับ 5 ของรายการ ดีกรีเจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกปารีสจากจีนอย่าง เหลียงเหว่ยเคิง / หวังฉาง ลงได้สำเร็จ ส่งผลให้ต้องโคจรมาพบกับคู่ของหลี่-หยางในรอบที่สอง ซึ่งกลายเป็นศึกสายเลือดของไต้หวัน แต่ก็เท่ากับเป็นการการันตีตั๋วรอบ 8 คู่สุดท้ายให้กับทัพนักกีฬาไต้หวันล่วงหน้าแล้ว 1 ใบ (ภาพจาก UDN โดยอวี๋เฉิงฮั่น)
