เมื่อเร็วๆ นี้ มีประชาชนพบเห็นโพสต์ประกาศขายจักรยานเสือหมอบยี่ห้อดังในราคาถูกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Threads แต่หลังจากติดต่อซื้อขายกลับถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกล่อให้ทำธุรกรรมผ่านระบบ 賣貨便 หรือ MyShip ปลอม จนตกเป็นเหยื่อ สำนักงานอุตสาหกรรมดิจิทัล (ADI) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนา (MODA) จึงได้ออกโรงเตือนให้ประชาชนพึงระลึกไว้เสมอว่า ระบบ MyShip จะไม่มีการขอรหัสยืนยัน OTP และห้ามแอดไลน์ฝ่ายบริการลูกค้าที่ไม่รู้จัก โดยให้ยึดหลักการ 4 ประการเพื่อป้องกันตนเองจากการฉ้อโกง
สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลได้แบ่งปันเคสตัวอย่างของการฉ้อโกง โดยระบุว่า มีประชาชนพบโพสต์ประกาศขายจักรยานเสือหมอบแบรนด์ดังบนแพลตฟอร์ม Threads ซึ่งเนื้อความกล่าวอ้างว่า เนื่องจากสัญญาเช่าร้านกำลังจะหมดอายุและค่าเช่าปรับตัวขึ้นสูง ทางร้านจึงจำเป็นต้องปิดกิจการ และนำจักรยานเสือหมอบจากราคาปกติคันละหลายหมื่นเหรียญไต้หวัน มาลดราคาขายในราคาเพียงคันละ 1,000 เหรียญเท่านั้น พร้อมทั้งเน้นย้ำว่ามีบริการจัดส่งถึงบ้าน หลังจากที่ผู้เสียหายติดต่อกับผู้ขาย อีกฝ่ายได้อ้างว่าสามารถทำธุรกรรมผ่านระบบ MyShip เพื่อความปลอดภัยที่มากกว่า พร้อมส่งลิงก์เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอน
เมื่อผู้เสียหายเพิ่มเพื่อน LINE แล้ว ก็ได้พูดคุยกับ “เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า” ปลอม ซึ่งอ้างว่าระบบตรวจสอบการชำระเงินยังไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องดำเนินการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม โดยขอให้ผู้เสียหายส่ง QR Code ของบัญชีธนาคาร รวมถึงรหัส OTP ของบัตรเครดิต เพื่อใช้ในการปลดล็อกหรือยืนยันธุรกรรม ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นขั้นตอนตรวจสอบความปลอดภัยตามปกติ จึงปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งหมด แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับพบว่ามีเงินถูกโอนออกจากบัญชีธนาคารหลายรายการ และบัตรเครดิตยังถูกนำไปใช้รูดซื้อสินค้าหรือบริการจนเกิดความเสียหายเป็นมูลค่าหลายหมื่นเหรียญไต้หวัน ภายหลังผู้เสียหายจึงทราบว่าทั้งหน้าเว็บไซต์ MyShip ที่ใช้งานอยู่และบัญชี LINE ของฝ่ายบริการลูกค้าล้วนเป็นของปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นเพื่อหลอกขโมยข้อมูลทางการเงิน ก่อนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลชี้ว่า ระยะหลังมานี้กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Threads โดยใช้ข้ออ้างเรื่องสัญญาเช่าหมดอายุหรือปิดกิจการ ในการโพสต์ภาพสินค้าและประกาศขายล้างสต็อกจักรยานเสือหมอบแบรนด์ดังในราคาถูก โพสต์เหล่านี้มักแนบภาพสินค้าจริงหรือภาพที่ดูน่าเชื่อถือ พร้อมใช้ข้อความโฆษณาเชิงเร่งรัด เช่น “เหลือไม่กี่คันสุดท้าย” “สินค้ามีจำนวนจำกัด” หรือ “จัดส่งถึงบ้านได้ทั่วประเทศ” เพื่อสร้างความรู้สึกว่าสินค้ากำลังจะหมดและเป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยาก นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังตั้งราคาขายให้ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค และใช้จิตวิทยาความกลัวพลาดโอกาส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) กระตุ้นให้ผู้ที่สนใจรีบติดต่อผ่านข้อความส่วนตัวโดยไม่ทันตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย เมื่อเหยื่อติดต่อไปแล้ว มิจฉาชีพจะค่อย ๆ ชักจูงให้ทำธุรกรรมผ่านลิงก์ปลอมหรือช่องทางที่ควบคุมไว้ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลบัตรเครดิต นำไปสู่ความเสียหายทางการเงินในที่สุด
สำนักงานฯ ระบุว่า หลังจากที่ประชาชนติดต่อผู้ขายผ่านข้อความส่วนตัวแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพก็จะชักจูงให้ใช้ระบบ MyShip ปลอมในการซื้อขาย และหลังจากกรอกข้อมูลแล้วก็จะขึ้นข้อความเตือน เช่น "การยืนยันตัวตนล้มเหลว" "คำสั่งซื้อมีความผิดปกติ" หรือ "จำเป็นต้องยกเลิกการผ่อนชำระ" เพื่อบีบบังคับให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทางไลน์ จากนั้นฝ่ายบริการลูกค้าปลอมก็จะใช้ข้ออ้างเรื่องการยืนยันบัญชีหรือการปลดล็อกข้อจำกัดทางมิติกรรมทางการเงิน เพื่อขอรหัส QR Code ของโมบายแบงก์กิ้ง รหัสยืนยัน OTP ของบัตรเครดิต หรือให้ดำเนินการโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เป็นเหตุให้เงินในบัญชีของประชาชนถูกลักลอบโอนออกไป และบัตรเครดิตถูกรูดปรื๊ดจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
สำนักงานฯ ย้ำเตือนว่าเมื่อพบโพสต์ขายสินค้าราคาถูกผิดปกติบนสื่อสังคมออนไลน์ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และจดจำ 4 หลักสำคัญในการป้องกันการถูกหลอกลวง โดยข้อแรกที่สำคัญที่สุดคือ บริการ MyShip จะไม่ขอรหัส OTP จากผู้ใช้งานเด็ดขาด ทางหน่วยงานอธิบายว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือระบบซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ถูกต้อง จะไม่มีการขอให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลสำคัญทางการเงิน เช่น รหัส OTP ของธนาคาร รหัสยืนยันการทำธุรกรรมของบัตรเครดิต หรือ QR Code สำหรับการโอนเงินผ่านระบบธนาคารออนไลน์
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการที่ถูกต้องยังจะไม่สั่งให้ผู้ใช้งานไปดำเนินการที่ตู้ ATM หรือทำรายการโอนเงินผ่านระบบธนาคารออนไลน์ เพื่อ “ยืนยันตัวตน” “แก้ไขคำสั่งซื้อ” หรือ “ปลดล็อกระบบการชำระเงิน” ตามที่มิจฉาชีพมักกล่าวอ้าง หากมีบุคคลใดอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าและร้องขอข้อมูลดังกล่าว หรือสั่งให้ดำเนินการทางการเงินตามขั้นตอนที่ผิดปกติ ประชาชนสามารถสันนิษฐานได้เกือบทั้งหมดว่าเป็นการหลอกลวง และควรยุติการติดต่อทันที
ประการที่ 2 คือ ไม่ควรเพิ่มเพื่อนหรือเข้าร่วม LINE ของฝ่ายบริการลูกค้าที่ไม่รู้จัก โดยปกติแล้วแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เป็นทางการจะไม่ขอให้ประชาชนแก้ไขปัญหาคำสั่งซื้อที่ผิดปกติผ่านแอปพลิเคชัน LINE ส่วนตัว หากอีกฝ่ายขอให้ย้ายออกจากแพลตฟอร์มหลักเพื่อไปคุยกับฝ่ายบริการลูกค้าใน LINE ควรเอะใจและระวังตัวทันที ประการที่ 3 คือการตรวจสอบข้อมูลของผู้ขายและสินค้า ซึ่งรวมถึงระยะเวลาในการสร้างบัญชีผู้ขาย ประวัติการตอบโต้ในโพสต์ และเนื้อหาในคอมเมนต์ หากบัญชีเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ มีการปฏิสัมพันธ์ที่น้อยผิดปกติ หรือเนื้อหาคอมเมนต์ดูน่าสงสัย ก็อาจเป็นบัญชีของมิจฉาชีพ ประการที่ 4 คือ อย่าตกเป็นเหยื่อของคำโฆษณาเร่งรัดให้รีบซื้อจนขาดการไตร่ตรอง กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยา โดยสร้างความรู้สึกเร่งด่วนและกดดันให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจซื้อสินค้า ผ่านข้อความต่าง ๆ เช่น “สินค้าเหลือจำนวนจำกัด” “เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นสุดท้าย” “ใกล้ขายหมดแล้ว” หรือ “โปรโมชันจะสิ้นสุดในไม่กี่นาที” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกกลัวพลาดโอกาส FOMO เมื่อผู้บริโภครู้สึกว่าหากไม่รีบตัดสินใจอาจเสียโอกาสซื้อสินค้าราคาถูกหรือสินค้าหายาก ก็มีแนวโน้มที่จะโอนเงินหรือทำธุรกรรมทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ข้อมูลสินค้า หรือช่องทางการชำระเงินอย่างละเอียด สำนักงานฯ เตือนว่า หากพบสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างมาก ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจจากแรงกดดันที่ผู้ขายสร้างขึ้น เพราะข้อเสนอที่ดูดีเกินจริงมักเป็นหนึ่งในกลลวงที่มิจฉาชีพใช้ดึงดูดเหยื่อ ทางการย้ำว่า การใจเย็น ไม่รีบร้อนโอนเงิน และตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า ผู้ขาย และช่องทางการทำธุรกรรมทุกครั้ง เป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Hope Station: นักสังคมสงเคราะห์สามารถช่วยเหลือครอบครัวยากจนได้อย่างไรบ้าง?
ศาตราจารย์เผิงสูหัว (彭淑華) จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยชือเจี้ยน (SCU) ชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่ทำให้ครอบครัวตกอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจนั้นมีความซับซ้อนอย่างมาก เช่น การว่างงาน ระดับการศึกษาต่ำ ความไม่แน่นอนทางการเงินระยะยาว ความรุนแรงในครอบครัว หรือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างพ่อแม่ลูก ปัจจัยเหล่านี้มักส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน จนทำให้ครอบครัวค่อยๆ กลายเป็นกลุ่มเปราะบาง และท้ายที่สุดอาจถูกกีดกันออกจากสังคม นอกจากการสนับสนุนทางการเงินและการหางานแล้ว นักสังคมสงเคราะห์สามารถช่วยเหลือครอบครัวด้อยโอกาสได้อย่างไรบ้าง?