เห็ดหอมที่เพาะปลูกในไต้หวันส่วนใหญ่ใช้สายพันธุ์เชิงพาณิชย์ที่นำเข้าจากจีนและญี่ปุ่นตั้งแต่อดีต แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มเผชิญปัญหาสายพันธุ์อ่อนแอลง ส่งผลกระทบต่อทั้งผลผลิตและคุณภาพของเห็ดหอม ล่าสุดสถาบันวิจัยป่าไม้ กระทรวงเกษตรไต้หวัน(Taiwan Forestry Research Institute) ค้นพบสายพันธุ์เห็ดหอมพื้นเมืองของไต้หวัน หมายเลข Basi-0284 ภายในเขตอนุรักษ์ลำธารรุ่ยเหยียน(瑞岩溪) ตำบลเหรินอ้าย เมืองหนานโถว โดยเห็ดหอมพื้นเมืองชนิดนี้มีขนาดดอกเล็กกว่าสายพันธุ์เชิงพาณิชย์ แต่มีความสามารถในการปรับตัวและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า จึงหวังผลักดันให้ชุมชนบนภูเขาพัฒนาเศรษฐกิจป่าไม้ใต้ร่มไม้ผ่านการเพาะเห็ดหอมแบบท่อนไม้
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเห็ดหอมของไต้หวันมีมูลค่าการผลิตต่อปีมากกว่า 5 พันล้านเหรียญไต้หวัน โดยเห็ดหอมพื้นเมืองมีจุดเด่นด้านการปรับตัวเข้ากับสภาพท้องถิ่น และสามารถสร้างความแตกต่างทางการตลาดจากสายพันธุ์ที่นำเข้าจากจีนและญี่ปุ่น จึงมีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2026 สถาบันวิจัยป่าไม้ได้ประกาศเปิดให้ภาคเอกชนขอรับสิทธิ์ใช้เทคโนโลยี “การเพาะเลี้ยงและประยุกต์ใช้สายพันธุ์เห็ดหอมพื้นเมืองไต้หวัน” ซึ่งครอบคลุมวิธีแยกเชื้อ เพาะเลี้ยง ทำให้บริสุทธิ์ และการเก็บรักษาสายพันธุ์ เพื่อส่งเสริมการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม
ฟู่ชุนซวี่ (傅春旭) นักวิจัยจากหน่วยงานปกป้องป่าไม้ของสถาบันฯ ระบุว่า ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ไปจนถึงเวียดนามต่างก็มีเห็ดหอมพื้นเมือง เพียงแต่ไม่ได้มีการแยกสายพันธุ์เพื่อนำไปใช้เชิงอุตสาหกรรมเสมอไป เขามองว่าไต้หวันควรมีสายพันธุ์ของตนเองเป็นรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรม จึงเริ่มโครงการค้นหาเห็ดหอมพื้นเมือง เพื่อค่อย ๆ ทดแทนสายพันธุ์เชิงพาณิชย์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
เห็ดหอมพื้นเมืองสายพันธุ์ Basi-0284 มีดอกเล็กกว่า ไม่ได้มีหมวกดอกใหญ่และหนาแบบสายพันธุ์เชิงพาณิชย์ แต่มีจุดเด่นคือกลิ่นหอมเข้มข้น และเหมาะกับการเพาะเลี้ยงในสภาพกลางแจ้งหรือกึ่งกลางแจ้ง จึงตั้งเป้าส่งเสริมชุมชนภูเขาให้พัฒนาเศรษฐกิจป่าไม้ใต้ร่มไม้ด้วยการเพาะเห็ดหอมแบบท่อนไม้
ฟู่ชุนซวี่ยังกล่าวว่า เห็ดหอมพื้นเมือง Basi-0284 ถูกค้นพบในพื้นที่สูงราว 2,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จึงเหมาะกับการเพาะปลูกในพื้นที่ระดับความสูงปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปีจึงจะออกดอก ส่วนการเพาะปลูกในพื้นที่ต่ำยังต้องศึกษาทดลองเพิ่มเติม โดยสายพันธุ์นี้พบอาศัยอยู่บนต้น “ต้นคาสตานอปซิส คาร์เลซี” (Castanopsis carlesii) และขณะนี้กำลังทดลองใช้ไม้ 6 ชนิด เช่น ต้นกระดิ่งนางฟ้า เมเปิลหอม ประดู่ส้ม สนฮู้ปไพน์ ปอสา และไทร มาเป็นวัสดุท่อนไม้เพาะเลี้ยง เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพและผลผลิต
ที่ผ่านมา หน่วยงานวิจัยด้านการเกษตรของไต้หวันก็เคยศึกษาวิจัยเห็ดหอมพื้นเมืองเช่นกัน โดยเมื่อกว่า 40 ปีก่อน สถาบันวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตร ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันและมหาวิทยาลัยจงซิง เก็บรวบรวมเห็ดหอมพื้นเมืองในไต้หวัน และศึกษาคุณลักษณะรวมถึงการทดลองเพาะดอกของสายพันธุ์พื้นเมือง 23 สายพันธุ์ แต่หลังจากนั้นยังไม่มีการผลักดันสู่การใช้งานเชิงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง